เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
Biz Movement พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
Real Estate รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
Economic จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
ดูทั้งหมด

คลอดเกณฑ์คุ้มครองข้อมูล เร่งตั้งสนง.เฟ้นหาเลขาธิการให้ทันก.ย.นี้

29 พ.ค. 2563 | 11:17น.

“ดีอีเอส” ขีดเส้น 2 สัปดาห์ คลอดประกาศกระทรวง คุมมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย ตาม พ.ร.ฎ.เลื่อนบังคับใช้ พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคล ติดสปีดตั้งสำนักงาน-สรรหาเลขาธิการ ให้ทันของบฯปี 64 ก.ย.นี้ พร้อมเร่งจ้างที่ปรึกษาคลอดกฎหมายลูก 17 ฉบับ

นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และรักษาการเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภายหลังจากมีพระราชกฤษฎีกา กำหนดหน่วยงานและกิจการที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่อยู่ภายใต้บังคับ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 พ.ศ. 2563 มีผลให้ 22 กิจการตามบัญชีแนบท้ายได้รับการยกเว้นไม่ให้นำบทบัญญัติตาม พ.ร.บ.มาบังคับใช้จนถึง 31 พฤษภาคม 2564 จากเดิมที่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะมีผลบังคับใช้ทั้งฉบับในวันที่27 พฤษภาคม 2563

“แม้ตาม พ.ร.ฎ.จะกำหนดไว้ 22 กิจการ แต่ตามเจตนารมณ์ของกระทรวงที่เสนอให้ ครม.อนุมัตินั้น ต้องการให้ยกเว้นให้ครอบคลุมในทุกกิจการ ทุกขนาด รวมถึงบุคคลหรือกลุ่มบุคคลด้วย เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากความไม่พร้อมจากสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ถึงจะพยายามเขียนให้กว้างแค่ไหนหลัง พ.ร.ฎ.ประกาศใช้ ก็พบว่ามีบางกิจการอาจจะไม่เข้าข่ายยกเว้น จึงได้เปิดช่องในย่อหน้าสุดท้ายที่ให้อำนาจคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้วินิจฉัยได้”

2 สัปดาห์คลอดกฎกระทรวงคุม

จึงเท่ากับว่า บทบัญญัติของ พ.ร.บ. ในหมวด 2 (การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่ระบุถึงหน้าที่ของบุคคลหรือหน่วยงานที่จะเก็บ-ใช้-ประมวลผลข้อมูล) หมวด 3 (สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล) หมวด 5 (การร้องเรียน) หมวด 6 (ความรับผิดทางแพ่ง) และหมวด 7 (บทกำหนดโทษ) และมาตรา 95 จะยังไม่ถูกนำมาบังคับใช้ แต่เพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลยังเดินหน้าได้ตามเจตนารมณ์ในการออก พ.ร.บ. ภายใน 2

สัปดาห์นี้ กระทรวงจะเร่งออกประกาศกระทรวงดิจิทัลฯ เรื่องมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่มาตรา 3 วรรคท้าย พ.ร.ฎ.กำหนดไว้ เพื่อเป็นแนวทางให้ “ผู้ควบคุมข้อมูล” ตามกฎหมาย ซึ่งก็คือ บุคคลหรือนิติบุคคลที่ทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ต้องปฏิบัติตาม

“แม้ พ.ร.บ.หลักจะยังไม่บังคับใช้ในช่วง 1 ปีจากนี้ แต่ถ้ากระทรวงประกาศมาตรฐานแล้ว ผู้ควบคุมข้อมูลไม่ปฏิบัติตาม ก็จะถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.ฎ. ฉะนั้นทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการเก็บ-ใช้-เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น ยังจำเป็นต้องปฏิบัติอย่างระมัดระวัง”

เร่งตั้งสำนักงาน-เลขาธิการ

ขณะที่งานเร่งด่วนที่จะต้องรีบทำให้ทันภายในเดือน ก.ย.นี้ คือ การตั้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และสรรหาเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการเป็นกลไกติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. และหน่วยธุรการในการรับเรื่องข้อร้องเรียนเมื่อมีเหตุละเมิดสิทธิ์ของเจ้าของข้อมูลฯส่วนบุคคล รวมถึงหน้าที่ในการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศ

“จากนี้จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการกำกับสำนักงาน ซึ่งเป็นบอร์ดชุดย่อย และออกเกณฑ์สรรหาเลขาธิการ การตั้งโครงสร้างอัตรากำลัง โครงสร้างสำนักงาน ซึ่งกระทรวงได้ทำไว้คร่าว ๆแล้ว แต่ปัจจุบัน ครม.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลฯ ซึ่งเป็นบอร์ดชุดใหญ่เรียบร้อยแล้ว ก็จะเสนอให้บอร์ดพิจารณาก่อน ถือเป็นอีกโจทย์ใหญ่ เพราะถ้าตั้งไม่ทัน ก.ย.นี้ก็กลายเป็นหน่วยงานที่ไม่มีงบประมาณปี 2564 มาดำเนินการได้ ซึ่งก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะไม่ทัน ฉะนั้นก็ต้องเตรียมของบฯกลางจาก ครม. เพื่อมาเป็นทุนประเดิมให้กับสำนักงานไปก่อน รวมถึงการขอยืมตัวข้าราชการให้มาปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว”

ติดสปีด 17 กม.ลูก

ที่สำคัญ คือ กระทรวงจะเร่งยกร่างกฎหมายลูกที่จำเป็นของ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลฯทั้งหมด ซึ่งมี 17 ฉบับที่จำเป็นเร่งด่วนต้องประกาศตาม พ.ร.บ.กำหนดไว้ และอีก 10 ฉบับสำหรับขับเคลื่อนงานสำนักงาน อาทิ ระเบียบสำนักงาน ให้สามารถประกาศใช้ได้ทัน 31 พ.ค. 2564

โดยกฎหมายลูกทุกฉบับจำเป็นต้องผ่านการรับฟังความเห็นรอบด้านและเปิดประชาพิจารณ์ เนื่องจากในขั้นตอนการประชาพิจารณ์ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูล หลายหน่วยงาน รวมถึงภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องต่างมีข้อกังวลเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายที่อาจเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติงานของตัวเอง และในบางมาตราอาจมีปัญหาในทางปฏิบัติ ซึ่งเสี่ยงต่อการต้องรับโทษตามกฎหมาย ที่มีบทลงโทษทั้งทางแพ่งและอาญาที่สำคัญคือเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสิทธิของประชาชน

ล่าสุดเพิ่งได้รับอนุมัติงบประมาณจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ราว 40 ล้านบาท ในโครงการจ้างที่ปรึกษาจัดทำร่างกฎหมายลำดับรอง และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

“17 ฉบับ มีตั้งแต่ตามมาตรา 24 (1) มาตรการปกป้องเพื่อคุ้มครองเจ้าของข้อมูลในการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์ จดหมายเหตุ การศึกษาวิจัย มาตรา 26 วรรคแรก ประกาศห้ามเก็บข้อมูลเซนซิทีฟอย่างข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลพันธุกรรม ที่ไม่ได้รับความยินยอมชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือส่วนที่สามารถยกเว้นได้ตามมาตรา 26 (1) การเก็บเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ไปจนถึงตามมาตรา 28 ที่ต้องระบุเกณฑ์การโอน-ส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ”