เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“สุนันทา” ชู 500 กิจกรรมส่งเสริมการค้า สร้างดีลใหม่ทั่วโลก
Economic “สุนันทา” ชู 500 กิจกรรมส่งเสริมการค้า สร้างดีลใหม่ทั่วโลก
ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ปรับลง 150 บาท ทองรูปพรรณ 68,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ปรับลง 150 บาท ทองรูปพรรณ 68,900 บาท
EECO มอบตรารับรอง “EEC Select Best Service 2026” 21 ผู้ประกอบการ ในฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง
เศรษฐกิจภูมิภาค EECO มอบตรารับรอง “EEC Select Best Service 2026” 21 ผู้ประกอบการ ในฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง
SME D Bank ลุยปล่อยสินเชื่อ ต่อยอด AI นกกระซิบ ช่วย SMEs ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
Finance SME D Bank ลุยปล่อยสินเชื่อ ต่อยอด AI นกกระซิบ ช่วย SMEs ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
อิหร่าน-รัฐอ่าวอาหรับเลื่อนประชุมวงเจรจาช่องแคบฮอร์มุซ
World อิหร่าน-รัฐอ่าวอาหรับเลื่อนประชุมวงเจรจาช่องแคบฮอร์มุซ
ก.ล.ต. ตั้ง “อภิสิทธิ์ สุขสาคร” ผู้ช่วยเลขาฯ สายดิจิทัล รับไม้ต่อ “วิบูลย์ ภัทรพิบูล” เกษียณสิ้นปี’69
Finance ก.ล.ต. ตั้ง “อภิสิทธิ์ สุขสาคร” ผู้ช่วยเลขาฯ สายดิจิทัล รับไม้ต่อ “วิบูลย์ ภัทรพิบูล” เกษียณสิ้นปี’69
พร้อมลุย “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส2” รอคลังเคาะ รบ.มีเงินหลายกระเป๋า
Politics พร้อมลุย “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส2” รอคลังเคาะ รบ.มีเงินหลายกระเป๋า
ม.กรุงเทพ คว้าสิทธิ์ Dolby Creator Lab หนุนหลักสูตรสื่อดิจิทัล-ศิลปะภาพยนตร์
การศึกษา ม.กรุงเทพ คว้าสิทธิ์ Dolby Creator Lab หนุนหลักสูตรสื่อดิจิทัล-ศิลปะภาพยนตร์
นายกฯ ขึ้นเวที Gastech 2026 ดัน 5 หมื่นล้าน เปลี่ยนผ่านสู่โซลาร์รูฟท็อป ชู 3 ยุทธศาสตร์พลังงาน
Politics นายกฯ ขึ้นเวที Gastech 2026 ดัน 5 หมื่นล้าน เปลี่ยนผ่านสู่โซลาร์รูฟท็อป ชู 3 ยุทธศาสตร์พลังงาน
เอกชนพร้อมเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ 4 เดือน ไม่ใช่ 1 ปี เงื่อนไขวิ่งเท่าไหร่ได้เท่านั้น
Politics เอกชนพร้อมเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ 4 เดือน ไม่ใช่ 1 ปี เงื่อนไขวิ่งเท่าไหร่ได้เท่านั้น
ดูทั้งหมด

เส้นทางวิบาก “การบินโลก” ล้มละลาย VS ฟื้นฟูกิจการ

30 พ.ค. 2563 | 09:44น.

ในสถานการณ์ปกติธุรกิจสายการบินรายใหญ่มักได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ เพื่อให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ในฐานะ “สายการบินแห่งชาติ” แต่สถานการณ์แพร่ระบาดของโรค “โควิด-19” ในปัจจุบันที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนก็ส่งผลให้รัฐไม่มีความสามารถมากพอที่จะเข้ามาให้ความช่วยเหลือธุรกิจการบินได้อย่างเต็มที่เช่นเดิม การยื่นฟื้นฟูกิจการในศาลล้มละลายจึงกลายเป็นทางเลือกของสายการบินที่หวังว่าจะได้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง

บิสซิเนส อินไซเดอร์รายงานว่า นับตั้งแต่ต้นปีอุตสาหกรรมการบินเริ่มประสบความยากลำบาก เนื่องจากความต้องการเดินทางสู่เอเชียลดฮวบทันทีที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศจีนทวีความรุนแรงมากขึ้น ในช่วงปลายเดือน ม.ค. ส่งผลให้นักเดินทางจากทุกภูมิภาคหลีกเลี่ยงการเดินทางสู่จีนและประเทศเอเชียอื่น ๆ

แต่ไม่นานหลังจากผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในยุโรป อเมริกา และแอฟริกาก็เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลให้การเดินทางทั่วโลกหยุดชะงักลงทั้งหมด จากมาตรการ “ล็อกดาวน์” ปิดพรมแดนที่หลายประเทศทั่วโลกประกาศใช้

ในสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้ว่า การเดินทางด้วยเครื่องบินจะสามารถกลับมาอีกครั้งเมื่อใด แต่สายการบินยังต้องแบกรับค่าใช้จ่ายคงที่ ทั้งค่าดูแลรักษาเครื่องไปจนถึงค่าจ้างพนักงาน ทำให้สายบินจำนวนมากไม่มีกระแสเงินสดพอสำหรับขับเคลื่อนธุรกิจ และบางแห่งก็ถึงขั้นต้องประกาศ “ล้มละลาย” ปิดกิจการไปในที่สุด

3 แอร์ไลน์ปิดตัว “ล้มละลาย”

สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ไออาต้า) ประมาณการว่า ผลกระทบจากโรคระบาดจะทำให้อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกเสียหายอย่างน้อย 314,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สอดคล้องกับ “เซ็นเตอร์ฟอร์เอวิเอชั่น” (CAPA) บริษัทที่ปรึกษาสายการบินระดับโลกที่คาดการณ์ว่า ภายในสิ้นเดือน พ.ค.นี้ “สายการบินส่วนใหญ่ทั่วโลกจะเข้าสู่ภาวะล้มละลาย หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐหรือการแทรกแซงในภาคอุตสาหกรรม

ในช่วงแรก “สายการบินท้องถิ่น” ถูกจับตาว่าจะพบจุดจบก่อนใคร เริ่มจาก “ฟลายบี” (Flybe) สายการบินต้นทุนต่ำสัญชาติอังกฤษซึ่งมีฐานให้บริการทั่วภูมิภาคยุโรป ซึ่งประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่องมานานหลายปี และเมื่อเจอผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้สถานการณ์ของบริษัทเลวร้ายหนักขาดกระแสเงินสดขั้นรุนแรง และไม่มีทางเลือกจนต้องประกาศล้มละลายและเข้าสู่กระบวนการพิทักษ์ทรัพย์เมื่อ 5 มี.ค. 2020

ตามมาด้วย “ทรานส์สเตตส์แอร์ไลน์ส” (Trans States Airlines) สายการบินท้องถิ่นรัฐมิสซูรีของสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศยุติให้บริการทั้งหมดเมื่อ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับ “คอมพาสส์แอร์ไลน์ส” (Compass Airlines) สายการบินท้องถิ่นในรัฐมินนิโซตา ซึ่งเดิมมีแผนจะควบรวมกิจการกับเอ็กซ์เพรส เจ็ต แอร์ไลน์ในช่วงสิ้นปี 2020 แต่หลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 สายการบินก็ตัดสินใจประกาศล้มละลายและปิดกิจการถาวรเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

“เวอร์จิ้น-อาเวียงกา” ยื่นขอฟื้นฟู

ขณะที่สายการบินขนาดใหญ่ของหลายประเทศก็เริ่มประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง เช่นกัน หลังจากที่ต้องหยุดบินจากโควิด-19 แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการยื่นขอฟื้นฟูกิจการภายใต้กฎหมายล้มละลาย

ซึ่งขณะนี้ที่มียื่นต่อศาลแล้ว 2 สายการบิน คือ “เวอร์จิ้น ออสเตรเลีย” (Virgin Australia) สายการบินรายใหญ่อันดับ 2 ของออสเตรเลีย ได้ยื่นขอฟื้นฟูตามกฎหมายล้มละลายของออสเตรเลีย ซึ่งมีบทบัญญัติคล้ายบทบัญญัติที่ 11 (chapter 11) ของกฎหมายล้มละลายสหรัฐเมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้และปรับโครงสร้างธุรกิจ หลังจากที่รัฐบาลออสเตรเลียปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือทางการเงินกับสายการบิน

อีกรายก็คือ “อาเวียงกา” (Avianca) สายการบินรายใหญ่อันดับ 2 ในลาตินอเมริกา ซึ่งเป็นสายการบินเก่าแก่อันดับ 2 ของโลก ก็ได้ยื่นเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการตามบทบัญญัติที่ 11 ของกฎหมายล้มละลายสหรัฐเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2020 หลังจากผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ต้องหยุดให้บริการได้ตั้งแต่กลางเดือน มี.ค.เป็นต้นมา ส่งผลให้รายได้ของอาเวียงกาลดลงมากถึง 80% และอาเวียงกาคาดหวังว่าจะสามารถกลับมาให้บริการได้อีกครั้งหลังวิกฤตโควิด-19 ผ่านพ้นไป

ควบรวม VS ปิดกิจการ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลหลายประเทศยังคงมีความพยายามช่วยเหลือ “ธุรกิจการบิน” ให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้โดยเฉพาะการรักษาระดับการจ้างงานที่มีสัดส่วนค่อนข้างสูงในธุรกิจสายการบิน อย่างเช่น รัฐบาลสหรัฐ ที่ออกมาตรการเยียวยาธุรกิจสายการบินภายในประเทศด้วยงบประมาณ 58,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็น 29,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับอุดหนุนค่าจ้างพนักงาน และอีก 29,000 ล้านดอลลลาร์สหรัฐสำหรับดำเนินกิจการ

แม้จะช่วยให้สายการบินใหญ่ของสหรัฐยังคงรักษาธุรกิจไว้ได้ แต่คงไม่เพียงพอที่จะรักษาสายการบินทั้งหมดไว้ได้ “อเล็กซานเดอร์ เดอ จูนิแอค” ผู้อำนวยการและซีอีโอของไออาต้าชี้ว่า สายการบินจำนวนมากของสหรัฐกำลังทรุดหนักยากที่จะพยุงกิจการ ซึ่งอาจทำให้ทั้งสายการบินท้องถิ่นและสายการบินระหว่างประเทศจำนวนมากของสหรัฐจำเป็นจะต้องควบรวมกิจการหรือปิดตัวลงในที่สุด

“ลุฟท์ฮันซ่า” ขอรัฐบาลอุ้ม

ขณะที่ในส่วนของ “ลุฟท์ฮันซ่า” (Lufthansa) สายการบินรายใหญ่ที่สุดของเยอรมนี ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลเยอรมันมูลค่ากว่า 9,000 ล้านยูโร แลกกับการให้รัฐบาลเข้าถือหุ้น 20% ล่าสุดรอยเตอร์สรายงานว่า รัฐบาลเยอรมันและผู้บริหารของลุฟท์ฮันซ่าสามารถบรรลุข้อตกลงได้แล้วเมื่อวันที่ 25 พ.ค. แต่ยังคงต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการกำกับดูแลกองทุนช่วยเหลือของเยอรมัน รวมทั้งคณะกรรมการบริหารของลุฟท์ฮันซ่าและคณะกรรมาธิการยุโรปอีกครั้ง

รวมทั้ง “แอร์ฟรานซ์-เคแอลเอ็ม” (Air France-KLM) สายการบินใหญ่ถือหุ้นโดยรัฐบาลฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ที่รัฐบาลฝรั่งเศสได้ให้ความช่วยเหลือค้ำประกันเงินกู้ และการปล่อยสินเชื่อโดยไม่คิดดอกเบี้ยให้กับแอร์ฟรานซ์รวมกว่า 7,660 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้าน “ไอเอจี” (IAG) เจ้าของ “บริติช แอร์เวย์ส” (British Airways) สายการบินใหญ่ของสหราชอาณาจักร ก็ได้รับเงินช่วยเหลือด้านสินเชื่อจากรัฐบาลอังกฤษมูลค่ากว่า 371 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงิน

เช่นเดียวกับ “สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส” (Singapore Airlines) ที่ได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากรัฐบาลสิงคโปร์รวมกว่า 19,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ผ่านกองทุนแห่งชาติ “เทมาเส็ก” ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยเทมาเส็กจะซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพของสายการบินเพื่อเพิ่มทุนประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และใส่เงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกราว 4,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ด้วย

ขณะที่ “การบินไทย” สายการบินแห่งชาติของไทยก็กำลังอยู่ในเส้นทางการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายเช่นกัน และนี่คือเส้นทางวิบากของอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกที่กำลังเผชิญ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจสายการบิน