ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบสกุลหลัก หลังเฟดหนุนพันธบัตรเอกชน
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 16 มิถุนายน 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/6) ที่ระดับ 31.01/03 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (15/6) ที่ระดับ 31.10/13 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ในช่วงแรกค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวในทิศทางอ่อนค่า หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศเข้าซื้อหุ้นกู้ภาคเอกชนภายใต้มาตรการ Second Market Coporate Credit Facility (SMCCF) เริ่มวันนี้ครั้งแรก หลังจากที่ผ่านมามีการเข้าซื้อผ่าน Exchange-Traded Funds (ETF)
อย่างไรก็ดี ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะประกาศรายละเอียดของการเลือกเข้าซื้อพันธบัตรหรือไม่ โดยเบื้องต้นเกณฑ์การคัดเลือกมีดังนี้ ต้องเป็นหุ้นกู้ที่ออกโดยบริษัทซึ่งจดทะเบียนในสหรัฐ ซึ่งถูกกำกับโดยกฎหมายสหรัฐ โดยไม่รวมสถาบันเงินฝาก รวมทั้งบริษัทลูกหรือบริษัทแม่ของสถาบันเงินฝาก และบริษัทที่ออกหุ้นกู้จะต้องผ่านเกณฑ์อันดับความน่าเชื่อถือขั้นต่ำที่กำหนดที่ BBB-/Baa3 ณ วันที่ 22 มีนาคม 2563 นอกจากนี้ ต้องมีอายุครบกำหนดไถ่ถอนไม่เกิน 5 ปี
ทั้งนี้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คาดว่าการเข้าซื้อหุ้นกู้นี้จะช่วยเสริมกับกับการเข้าซื้อ ETF ที่ดำเนินมาก่อนหน้าภายใต้มาตรการ Primary Market Corporate Credit Facility (PMCCF) และ SMCCF วงเงินรวมประมาณ 750 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับปัจจัยในประเทศ ค่าเงินบาททยอยอ่อนค่าหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวหลังจากที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสดควิด-19 โดยคาดว่ามาตรการนี้จะประกอบด้วย 3 โครงการ ได้แก่ โครงการกำลังใจ, โครงการเราไปเที่ยวด้วยกัน และโครงการเที่ยวปันสุข เป็นระยะเวลา 4 เดือนตั้งแต่ กรกฎาคม-ตุลาคม 2563 สรุปมีการใช้งบประมาณของทั้งหมดรวมเป็น 22,400 ล้านบาท ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 30.94-31.18 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.06/08 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/6) ที่ระดับ 1.1330/33 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (15/6) ที่ระดับ 1.1252/55 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินยูโรแข็งค่าจากการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับผู้นำสหภาพยุโรปและอังกฤษต่างเห็นชอบร่วมกันที่จะเร่งกระบวนการเจรจาข้อตกลงความสัมพันธ์ภายหลังจากการแยกตัวของอังกฤษ (Brexit) ให้เร็วขึ้นภายในเดือนกรกฎาคม หลังจากการหารือเมื่อวาน (15/6) ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 11316-1.1353 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1343/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
ค่าเงินเยน
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/6) ที่ระดับ 107.31/33 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (15/6) ที่ระดับ 107.30/32 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนทรงตัวในช่วงเช้า อย่างไรก็ตามเมื่อวานนี้นายชินโซะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีได้กว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่ผลให้เศรษฐกิจมีโอกาสหดตัวกว่า 20% ในไตรมาส 2/2020 พร้อมกับให้คำมั่นว่าจะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม 2 ชุด วงเงินรวมกว่า 22,00 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ควบคู่กับการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลของธนาคารกลาง
ในระหว่างวันค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่า หลังผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นเผยมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 8 เสียงต่อ 1 เสียง โดยอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมระยะสั้นจะอยู่ที่ -0.1% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี อยู่ที่ 0.0% โดยธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมุมมองต่อเศรษฐกิจว่าจะค่อย ๆ ฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
โดยธนาคารกลางญี่ปุ่นจะกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมโดยการประกาศขยายโครงการเงินกู้ยืมจาก 75 ล้านล้านเยน เป็นจำนวนทั้งสิ้น 110 ล้านล้านเยน หรือเทียบเท่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ผ่านมาธนาคารกลางญี่ปุ่นได้ดำเนินนโยบายกลางเงินแบบผ่อนคลายอย่างมากในเดือน มีนาคมและเมษายน โดยคาดว่าผลการดำเนินนโยบายนั้นจะช่วยให้ต้นทุนการกู้ยืมของบริษัทต่าง ๆ ลดลง และระบบการเงินมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามการอ่อนค่าของค่าเงินเยนเป็นไปในทิศทางที่จำกัด เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หลังรัฐบาลญี่ปุ่นได้รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้นวันนี้ 27 ราย จากวันก่อนเพิ่มขึ้น 48 ราย ซึ่งการเพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นการเพิ่มขึ้นที่สูงสุดนับตั้งแต่ วันที่ 5 พฤษภาคม ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 107.24-107.62 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 107.40/44 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจ
- ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่
- ดัชนียอดค้าปลีกของสหรัฐ เดือนพฤษภาคม (16/6)
- ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐเดือนพฤษภาคม (16/6)
- จำนวนใบอนุญาตก่อสร้างของสหรัฐ เดือนพฤษภาคม (17/6)
- ดัชนีราคาผู้บริโภคของยูโรโซน เดือนพฤษภาคม (17/6)
- ดัชนีราคาผู้บริโภคของอังกฤษ เดือนพฤษภาคม (17/6)
- ใบอนุญาตจำนวนบ้านสร้างใหม่ของสหรัฐ เดือนพฤษภาคม (17/6)
- การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของอังกฤษ (BOE) (18/6)
- จำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐ (18/6)
- รายงานดัชนีการผลิตฟิลาเดลเฟีย เดือนมิถุนายน (18/6)
- ดัชนียอดค้าปลีกของอังกฤษ เดือนพฤษภาคม (19/6)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -0.50/-0.20 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือน ต่างประเทศอยู่ที่ -1.70/-0.40 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ