เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ปรับลง 150 บาท ทองรูปพรรณ 68,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ปรับลง 150 บาท ทองรูปพรรณ 68,900 บาท
EECO มอบตรารับรอง “EEC Select Best Service 2026” 21 ผู้ประกอบการ ในฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง
เศรษฐกิจภูมิภาค EECO มอบตรารับรอง “EEC Select Best Service 2026” 21 ผู้ประกอบการ ในฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง
SME D Bank ลุยปล่อยสินเชื่อ ต่อยอด AI นกกระซิบ ช่วย SMEs ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
Finance SME D Bank ลุยปล่อยสินเชื่อ ต่อยอด AI นกกระซิบ ช่วย SMEs ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
อิหร่าน-รัฐอ่าวอาหรับเลื่อนประชุมวงเจรจาช่องแคบฮอร์มุซ
World อิหร่าน-รัฐอ่าวอาหรับเลื่อนประชุมวงเจรจาช่องแคบฮอร์มุซ
ก.ล.ต. ตั้ง “อภิสิทธิ์ สุขสาคร” ผู้ช่วยเลขาฯ สายดิจิทัล รับไม้ต่อ “วิบูลย์ ภัทรพิบูล” เกษียณสิ้นปี’69
Finance ก.ล.ต. ตั้ง “อภิสิทธิ์ สุขสาคร” ผู้ช่วยเลขาฯ สายดิจิทัล รับไม้ต่อ “วิบูลย์ ภัทรพิบูล” เกษียณสิ้นปี’69
พร้อมลุย “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส2” รอคลังเคาะ รบ.มีเงินหลายกระเป๋า
Politics พร้อมลุย “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส2” รอคลังเคาะ รบ.มีเงินหลายกระเป๋า
ม.กรุงเทพ คว้าสิทธิ์ Dolby Creator Lab หนุนหลักสูตรสื่อดิจิทัล-ศิลปะภาพยนตร์
การศึกษา ม.กรุงเทพ คว้าสิทธิ์ Dolby Creator Lab หนุนหลักสูตรสื่อดิจิทัล-ศิลปะภาพยนตร์
นายกฯ ขึ้นเวที Gastech 2026 ดัน 5 หมื่นล้าน เปลี่ยนผ่านสู่โซลาร์รูฟท็อป ชู 3 ยุทธศาสตร์พลังงาน
Politics นายกฯ ขึ้นเวที Gastech 2026 ดัน 5 หมื่นล้าน เปลี่ยนผ่านสู่โซลาร์รูฟท็อป ชู 3 ยุทธศาสตร์พลังงาน
เอกชนพร้อมเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ 4 เดือน ไม่ใช่ 1 ปี เงื่อนไขวิ่งเท่าไหร่ได้เท่านั้น
Politics เอกชนพร้อมเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ 4 เดือน ไม่ใช่ 1 ปี เงื่อนไขวิ่งเท่าไหร่ได้เท่านั้น
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระองค์ผู้ทรงเป็นเมนเทอร์ โอปอล-สุชาตา
Biz Movement เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระองค์ผู้ทรงเป็นเมนเทอร์ โอปอล-สุชาตา
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า นักลงทุนกังวลไวรัสโควิด-19 ระบาดรอบสอง

19 มิ.ย. 2563 | 18:14น.
เงินดอลลาร์

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังนักลงทุนกังวลการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบสอง

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 15-19 มิถุนายน 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (15/6) ที่ระดับ 31.00/02 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (12/6) ที่ระดับ 30.97/99 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงต้นสัปดาห์ ค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลงจากการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังจากนักลงทุนเข้าซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบสอง หลังจีน ญี่ปุ่น และสหรัฐ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น

ล่าสุดกรุงปักกิ่งประกาศยกระดับเตือนภัยฉุกเฉินจากระดับ 3 สู่ระดับ 2 อีกทั้งสั่งปิดโรงเรียนทุกแห่ง ขณะที่กรุงปักกิ่งได้ประกาศมาตรการควบคุมการเดินทางของคนกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ที่เคยไปเยือนตลาดค้าส่งชินฟาตี้

อย่างไรก็ตาม ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) ได้ปรับคาดการณ์ว่า GDP ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะหดตัวลง 2.7% ในปีนี้ ก่อนที่จะขยายตัว 5.2% ในปี 2564 โดยคาดว่าภาวะหดตัวทางเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นในประเทศขนาดใหญ่ เนื่องจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดได้ส่งผลกระทบต่อการอุปโภคบริโภค และการลงทุนภายในประเทศ ซึ่งประเทศเหล่านี้รวมถึงประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะหดตัวลง 6.5%

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างสัปดาห์นั้น ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้น เนื่องจากนักลงทุนขานรับข่าว หลังจากเฟดประกาศขยายขอบข่ายโครงการ Secondary Market Corporate Credit Facility  ซึ่งมีวงเงิน 7.5 แสนล้านดอลลาร์ โดยให้ครอบคลุมถึงการซื้อตราสารหนี้ของภาคเอกชนเป็นวงกว้าง พร้อมกับยกเลิกกฎระเบียบอันเข้มงวดที่เคยนำมาใช้สำหรับบรรดาผู้กู้ยืม โดยการดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะสนับสนุนสภาพคล่องในตลาดและจัดหาสินเชื่อให้กับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีการจ้างงานจำนวนมาก อีกทั้ง นาย Jerome Powell, Federal Reserve President ได้แถลงต่อ Senate Banking  Committee ว่าด้วยการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่านมา ซึ่งมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและนโยบายการเงินยังสอดคล้องกับแถลงผลการประชุม FOMC และรายงานนโยบายการเงินเมื่อสัปดาห์ก่อน

โดย Powell ประเมินว่าเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนสูงต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าและจะต้องอาศัยเวลาที่ยาวนานกว่าจะฟื้นตัวจากผลกระทบครั้งนี้ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งตราบใดที่ยังไม่สามารถวางใจได้ว่าการแพร่ระบาดจะสงบลงก็เป็นการยากที่เศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ดี Fed จะใช้เครื่องมือทางนโยบายการเงินที่มีอย่างเต็มที่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการจ้างงานสูงสุดและเสถียรภาพด้านราคา ทั้งยังเพื่อรักษากลไกการทำงานในตลาดการเงิน ทางด้านแนวคิดในการใช้มาตรการ Yield-Curve Control นั้นยังอยู่ในช่วงเริ่มแรกของการพิจารณาเครื่องมือดังกล่าว

ซึ่งที่ผ่านมา Fed ยังไม่ได้มีการตัดสินใจใด ๆ เกี่ยวกับการใช้ Yield-Curve Control ขณะที่ตัวเลขททางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ได้แก่ รายงานยอดค้าปลีกของสหรัฐที่ทำสถิติพุ่งขึ้นแข็งแกร่งสุดเป็นประวัติการณ์ รวมถึงการเปิดเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานที่สูงเกินคาด โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจำนวน 1.5 ล้านรายในสัปดาห์ที่แล้ว สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.3 ล้านราย ซึ่งตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกยังคงมีจำนวนมากกว่า 1 ล้านรายติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 13 แม้ว่ารัฐต่าง ๆ ได้เริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ และได้เปิดเศรษฐกิจครั้งใหม่

นอกจากนั้นความตึงเครียดจากสถานการณ์ความไม่สงบของคาบสมุทรเกาหลีที่ยังไม่มีการเจรจาระหว่างผู้นำของสองประเทศ รวมถึงเหตุปะทะที่บริเวณชายแดนประเทศอินเดียและประเทศจีน จนส่งผลให้ทหารอินเดียเสียชีวืตกว่า 20 นายนั้น เป็นอีกปัจจัยที่หนุนให้นักลงทุนกลับเข้าถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐและจีนอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 30.92-31.23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (19/6) ที่ระดับ 30.99/31.01 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดในวันจันทร์ (15/6) ที่ระดับ 1.1249/51 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (12/6) ที่ระดับ 1.1313/15 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินยูโรอ่อนค่าจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การเจรจาในการขยายเส้นตายของการแยกตัวของอังกฤษออกจากยูโรโซน (Brexit) โดยล่าสุด การหารือผ่าน video conference ระหว่างสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรในวันจันทร์ (15/6) ผู้นำทั้งสองฝ่ายต่างเห็นตรงกันว่า จะเร่งกระบวนการเจรจาข้อตกลงความสัมพันธ์ระหว่างกันภายหลัง Brexit ให้เร็วขึ้นในเดือน ก.ค. และจะพยายามหาหลักการที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันให้ได้โดยเร็ว หลังจากการหารือทั้ง 4 ครั้งที่ผ่านมา ไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร

อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายกังวลว่า ทั้งสองฝ่ายจะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ภายในระยะเวลาช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transition Period) ที่มีกำหนดจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธ.ค. 2020 เนื่องจากทั้งสองฝ่ายต้องหาข้อตกลงร่วมกันให้ได้ภายในเดือน ต.ค.นี้ หากต้องการให้ข้อตกลง Brexit ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการภายในกำหนดเส้นตายของช่วง Transition Period ขณะที่สมาคมอุตสาหกรรมสหราชอาณาจักร เตือนว่า หากสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปไม่สามารถบรรลุข้อตกลง Brexit ได้ทันภายในสิ้นปีนี้ จะเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรในระยะถัดไป

นอกจากนี้ ในวันพฤหัสบดี (18/6) คณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางอังกฤษมีมติเป็นเอกฉันท์ 9-0 ให้คงอัตราดอกเบี้นโยบายที่ระดับ 0.10% พร้อมประกาศขยายวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรา QE อีก 1 แสนล้านปอนด์ สู่ระดับ 7.45 แสนล้านปอนด์ เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1184-1.1352 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (19/6) ที่ระดับ 1.1208/10 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดวันจันทร์ (15/6) ที่ระดับ 107.28/30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (12/6) ที่ระดับ 107.42/45 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นหลังนักลงทุนหันเข้าซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจากความวิตกกัวลเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ที่เพิ่มขึ้นในกรุงโตเกียว และพื้นที่อื่น ๆ ทั่วโลก ได้ทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดรอบสอง

นอกจากนี้ในวันอังคาร (16/6) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ พร้อมกับคงเป้าหมายอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ไว้ที่ระดับ 0% ควบคู่ไปกับการดำเนินมาตรการจัดหาเงินทุนให้กับภาคเอกชนและโครงการซื้อสินทรัพย์เชิงรุก มูลค่ารวม 75 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ BOJ ยังประกาศขยายโครงการเงินกู้สำหรับบริษัทต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 จาก 75 ล้านล้านเยน เป็น 110 ล้านล้านเยน

ขณะที่ในวันพุธ (17/6) กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยยอดส่งออกและนำเข้าในเดือน พ.ค. ต่างก็ร่วงลงหนักสุดในรอบกว่า 10 ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า อุปสงค์ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกอ่อนแรงลงอย่างต่อเนื่อง

สำหรับปัจจัยที่ทำให้ยอดส่งออกเดือน พ.ค.ร่วงลงอย่างหนักนั้น มาจากากรส่งออกรถยนต์ที่ทรุดฮวบลง 64.1% ซึ่งเป็นการร่วงลงหนักสุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2554 ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 106.65-107.63 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (19/6) ที่ระดับ 108.93/95 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดอลลาร์สหรัฐ โควิด-19