เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท รูปพรรณขายออก 68,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท รูปพรรณขายออก 68,850 บาท
NEDA แจงยิบงบปี’70 ชดเชยดอกเบี้ย 30.7 ล. ยันไม่ใช่อุ้มกัมพูชา ชี้หากหักงบกระทบ EXIM Bank
Economic NEDA แจงยิบงบปี’70 ชดเชยดอกเบี้ย 30.7 ล. ยันไม่ใช่อุ้มกัมพูชา ชี้หากหักงบกระทบ EXIM Bank
ปืนใหญ่ (ไม่) นอนมา
คุยกับเอกราช ปืนใหญ่ (ไม่) นอนมา
หุ้นไทยวันนี้พักฐาน จับตา กกต.ลงมติคดีฮั้ว สว. บ่ายนี้ โบรกฯ ชูแบงก์-รพ.-สื่อสาร
Finance หุ้นไทยวันนี้พักฐาน จับตา กกต.ลงมติคดีฮั้ว สว. บ่ายนี้ โบรกฯ ชูแบงก์-รพ.-สื่อสาร
กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานพระโอวาท นักศึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณปี’69
ข่าวในพระราชสำนัก กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานพระโอวาท นักศึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณปี’69
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
อนุทิน คุย ‘อดีตนายกฯอังกฤษ’ ถกการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีใหม่-พลังงาน​
Politics อนุทิน คุย ‘อดีตนายกฯอังกฤษ’ ถกการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีใหม่-พลังงาน​
ก.ล.ต. จับมือแบงก์ชาติคุมเข้ม ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ เปิดชำระเงินเรียลไทม์-ปิดช่องฟอกเงิน
Finance ก.ล.ต. จับมือแบงก์ชาติคุมเข้ม ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ เปิดชำระเงินเรียลไทม์-ปิดช่องฟอกเงิน
Beyond ESG : Thailand Transition
50 ประชาชาติธุรกิจ Beyond ESG : Thailand Transition
ศุลกากร เก็บภาษีนำเข้าบาทแรกทะลุ 4 พันล้าน ชี้คนหันซื้อสินค้าในประเทศ
Finance ศุลกากร เก็บภาษีนำเข้าบาทแรกทะลุ 4 พันล้าน ชี้คนหันซื้อสินค้าในประเทศ
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ ตลาดจับตาโควิดระลอก 2

26 มิ.ย. 2563 | 20:25น.
เงินดอลลาร์สหรัฐ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 22-26 มิถุนายน 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (22/6) ที่ระดับ 31.02/03 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (19/6) ที่ระดับ 31.00/01 บาท/ดอลาร์สหรัฐ โดยนายเอริค โรเซนเกรน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาบอสตัน เปิดเผยว่า อัตราการว่างงานในสหรัฐ จะยังคงอยู่ที่ระดับสูงกว่า 10% ภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่ความพยายามในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ จนถึงตอนนี้นั้นยังไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งสหรัฐยังมีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่าประเทศอื่น ๆ

ซึ่งตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่าการจ้างงานได้ลดลงเกือบ 20 ล้านตำแหน่ง นอกจากนี้อัตราการว่างงานปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุด ที่ระดับ 14.7% ในเดือนเมษายนและชะลอลงสู่ 13.3% ในเดือนพฤษภาคม ยังคงเป็นอัตราการว่างงานในระดับที่สูงมาก

นอกจากนี้นายนีล แคชคารี ประธานเฟดสาขามินนิอาโปลิสกล่าวว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐจากวิกฤตที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะดำเนินไปช้ากว่าที่ผู้กำหนดนโยบายคาดไว้ โดยอาจจะรวมถึงการเกิดการติดเชื้อระลอกสองในฤดูใบไม้ร่วง และอัตราว่างงานที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ตลาดยังคงติดตามสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐ และจีนอย่างใกล้ชิด หลังประธานาธิบดีสหรัฐนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชะลอการใช้มาตรการคว่ำบาตรจีน กรณีละเมิดสิทธิมนุษยชนอุยกูร์ชั่วคราว เนื่องจากกังวลว่ามาตรการดังกล่าวจะเข้ามาแทรกแซงการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน

อย่างไรก็ดี ในช่วงระหว่างสัปดาห์ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าขึ้นหลังนายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาด้านการค้าประจำทำเนียบขาว ได้ออกแถลงการณ์เพื่อชี้แจงว่า ข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนยังไม่ยุติ ขณะที่ระหว่างสัปดาห์กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลก พร้อมกับเตือนว่าสถานะทางการคลังของรัฐบาลประเทศต่าง ๆ จะทรุดตัวลงอย่างหนัก จากผลกระทบที่รัฐบาลได้ทุ่มงบประมาณเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดย IMF คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะหดตัวลง 4.9% ในปีนี้ ซึ่งย่ำแย่กว่าที่คาดการณ์ก่อนหน้าในเดือนเมษายนว่าจะหดตัวง 3%

ยิ่งไปกว่านั้น IMF ยังได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีหน้าสู่ระดับ 5.4% ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ในเดือนเมษายนว่าจะขยายตัว 5.8%

ขณะที่ความกังวลเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้เพิ่มสูงขึ้น หลังจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ในสหรัฐได้พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ โดยวันพฤหัสบดี (25/6) มีการรายงานผู้ติดเชื้อจำนวน 45,557 ราย สำหรับข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผย สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองลดลง 9.7% สู่ระดับ 3.91 ล้านยูนิตในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงเดือนที่สามติดต่อกัน อันเป็นผลจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยลดลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลง 3%

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่ายอดขายบ้านใหม่ปรับตัวขึ้น 16.6% ในเดือนพฤษภาคมดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 2.9% บ่งชี้ว่าตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐเริ่มฟื้นตัว หลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

ขณะที่ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวสูงระดับ 46.8 ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน จากระดับ 37.0 ในเดือนก่อนหน้า สำหรับตัวเลขประมาณการครั้งสุดท้ายสำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1/2563 โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐหดตัวลง 5% ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 หลังจากที่ตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ระบุว่าหดตัวลง 4.8% โดยได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาล ซึ่งทำให้มีการปิดเศรษฐกิจ

สำหรับปัจจัยในประเทศคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2563 ลงเหลือ -8.1% จากเดิมคาด -5.3% โดยเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มหดตัวมากกว่าที่ประเมินไว้เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างไรก็ดีกิจกรรมทางเศรษฐกิจมีสัญญาณปรับดีขึ้น หลังการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด พร้อมกันนี้ได้ปรับลดคาดการณ์การส่งออกไทยในปีนี้ลงเหลือ -10.3% จากเดิมคาด -8.8%

ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปีนี้ คาดว่าจะหดตัวอยู่ที่ -1.7% จากเดิมคาด -.0% โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในช่วงปี 2554 ขณะที่ IMF ได้มีการปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจของไทยในปี 2563 ลงเป็นหดตัว 7.7% ซึ่งต่ำสุดในภูมิภาค ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 30.79-31.07 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (29/5) ที่ระดับ 30.90/91 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดในวันจันทร์ (22/6) ที่ระดับ 1.1182/86 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (19/6) ที่ระดับ 1.1214/18 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยค่าเงินยูโรได้รับแรงกดดันหลังการประชุมสุดยอดผู้นำของสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งเป็นการประชุมที่มีจุดประสงค์เพื่อลดความขัดแย้งเรื่องกองทุนฟื้นฟูขนาด 7.50 แสนล้านยูโรยังไม่สามารถเจรจากันได้ลงตัว

โดยนางคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้กล่าวต่อผู้นำสหภาพยุโรปว่า เศรษฐกิจของสหภาพยุโรปกำลังตกต่ำลงอย่างรุนแรง และเธอเรียกร้องให้ดำเนินมาตรการฟื้นฟูตามมาตรการช่วยเหลือของกองทุนที่ได้ร่างไว้ ซึ่งเป็นการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแบบให้เปล่ากับประเทศสมาชิก มากกว่าจะเป็นการช่วยเหลือด้วยการปล่อยเงินกู้ แต่ประเทศสวีเดน, เดนมาร์ก, ออสเตรเลีย และเนเธอร์แลนด์ ยังไม่เห็นด้วยกับนโยบายของกองทุนดังกล่าว โดยผู้นำประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปจะมีการจัดการประชุมขึ้นอีกครั้งในเดือนกรกฎาคมเพื่อหารือเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณระยะยาวเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และหาทางออกร่วมกันเรื่องกองทุนช่วยเหลือของสหภาพยุโรป

ค่าเงินยูโรได้รับแรงหนุนจากการที่ไอเอชเอส มาร์กิต เปิดเผยว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการเบื้องต้นเดือนมิถุนายนของสหภาพยุโรป ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 47.5 จากระดับ 31.9 ในเดือนพฤษภาคม และดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ระดับ 42.4 อย่างไรก็ดีระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรปรับตัวอ่อนค่าลงแม้ว่าสถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 86.2 ในเดือนมิถุนายน จากระดับ 79.7 ในเดือนพฤษภาคม แต่ปัญหาเรื่องการค้าระหว่างสหรัฐ และสหภาพยุโรปเริ่มกลับมาเป็นประเด็นสนใจอีกครั้ง หลังสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เปิดเผยว่า สหรัฐกำลังพิจารณาเรียกเก็บภาษีนำเข้ามูลค่า 3.1 พันล้านดอลลาร์จากสินค้าหลายประเภทของประเทศยุโรป โดยเป็นผลจากความขัดแย้งเรื่องเครื่องบินกับประเทศคู่ค้า

ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1167-1.1348 ดอลลาร์สหรั/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (26/6) ที่ระดับ 1.1222/24 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดวันจันทร์ (22/8) เปิดตลาดที่ระดับ 106.78/81 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (19/6) ที่ระดับ 106.93/96 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินเยนและทองคำมีแรงเข้าซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยหลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้นในหลายประเทศทั่วโลกตลอดสัปดาห์

ประกอบกับความไม่แน่นอนเรื่องความขัดแย้งที่ชายแดนระหว่างประเทศจีนและประเทศอินเดีย รวมถึงปัญหาระหว่างประเทศเกาหลีเหนือและประเทศเกาหลีใต้ ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 106.06-107.45 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (26/6) ที่ระดับ 106.88/90 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดอลลาร์สหรัฐ