หุ้นไทยวันนี้พักฐาน จับตา กกต.ลงมติคดีฮั้ว สว. บ่ายนี้ โบรกฯ ชูแบงก์-รพ.-สื่อสาร
บล.กรุงศรี คาด SET วันนี้พักฐาน ให้แนวต้าน 1,615-1,622 จุด แนวรับ 1,587-1,573 จุด หลังเงินเฟ้อพื้นฐานสหรัฐสูงกว่าคาด ดันตลาดเพิ่มน้ำหนักเฟดขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ปัจจัยในประเทศจับตา กกต.แถลงมติคดีฮั้ว สว. คาดนักลงทุนชะลอลงทุนรอความชัดเจน ชูหุ้นแบงก์-โรงพยาบาล-สื่อสาร-พลังงานเด่น
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้ (14 ก.ย. 2569) มีแนวโน้ม “พักฐาน” โดยให้แนวต้านดัชนี SET ที่ 1,615 และ 1,622 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,587 และ 1,573 จุด ท่ามกลางปัจจัยต่างประเทศที่กดดันบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ปัจจัยการเมืองในประเทศเป็นอีกประเด็นสำคัญที่ตลาดรอติดตาม
แรงกดดันจากต่างประเทศมาจากเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) สหรัฐ เดือน ส.ค. 2569 เพิ่มขึ้น 0.3% จากเดือนก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาด และเร่งขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่เพิ่มขึ้น 0.2% สะท้อนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อยังคงมีความเหนียวตัว ส่งผลให้ตลาดเพิ่มความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้เป็น 86% จากเดิม 70%
ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Bond Yield) อายุ 2 ปี และ 10 ปี ปรับขึ้น 0.7% และ 0.3% ตามลำดับ โดยบอนด์ยีลด์ 10 ปีเพิ่มขึ้นน้อยกว่าอายุ 2 ปี สะท้อนว่าตลาดยังประเมินว่าเงินเฟ้อระยะยาวไม่ได้หลุดออกจากกรอบเป้าหมายของ Fed
ส่วนสถานการณ์ตะวันออกกลาง แม้ซาอุดีอาระเบียประกาศปิดท่อส่งน้ำมันที่ใช้เป็นเส้นทางทดแทนการส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังถูกอิหร่านโจมตี รวมถึงชาติอาหรับเลื่อนการประชุมหารือประเด็นการใช้ช่องแคบฮอร์มุซ แต่ราคาน้ำมันดิบ Brent เช้าวันนี้ยังเคลื่อนไหวบริเวณ 107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และยังไม่ทำจุดสูงสุดใหม่
อีกปัจจัยที่กดดันตลาดระยะสั้น คือกระแสข่าวว่าสหรัฐอาจพิจารณาชะลอการลงทุนด้าน AI จากความกังวลเรื่องความปลอดภัยของเทคโนโลยี ซึ่ง บล.กรุงศรี ประเมินว่าอาจสร้างแรงกดดันต่อ Sentiment การลงทุนในระยะสั้น แต่การชะลอลงทุนน่าจะเกิดขึ้นได้ไม่นาน เนื่องจากสหรัฐยังต้องแข่งขันด้านเทคโนโลยีกับจีน
สำหรับปัจจัยในประเทศ ประเด็นหลักที่ตลาดจับตาวันนี้คือกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมลงมติคดีฮั้ว สว. และจะแถลงในช่วงเวลา 15.00 น. ก่อนทราบผลการแถลง นักลงทุนมีแนวโน้มชะลอการลงทุนเพื่อรอประเมินมติของ กกต. และผลกระทบที่อาจตามมา ทำให้ตลาดหุ้นไทยระหว่างวันมีโอกาสเคลื่อนไหวในลักษณะพักฐาน
ด้านกลยุทธ์การลงทุน มองหุ้นเด่น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ได้จิตวิทยาบวกจาก Bond Yield ขยับขึ้น นำโดย KBANK, KTB, KKP และ BBL รวมถึงหุ้นประกันกลุ่ม Defensive ได้แก่ หุ้นโรงพยาบาล BDMS, BH, PR9 และ BCH กลุ่มสื่อสาร โดยเฉพาะหุ้นที่ได้แรงหนุนจากผลการเสนอราคาโครงการ USO Phase III ต่ำสุด ได้แก่ TRUE, THCOM, ITEL และ INSET
ส่วนกลุ่ม Energy Security ยังได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวในระดับสูง โดยมอง PTT เป็นหุ้นที่น่าจับตา