เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ครม.ตั้ง ปลัดคมนาคม เป็น ‘ประธานบอร์ด รฟม.’
Politics ครม.ตั้ง ปลัดคมนาคม เป็น ‘ประธานบอร์ด รฟม.’
มช. ปั้น “PockaJoo” ถุงซึมซับปัสสาวะผู้ป่วยชาย แก้เพนพ้อยท์ผู้ป่วยติดเตียง เร่งต่อยอดเชิงพาณิชย์
การศึกษา มช. ปั้น “PockaJoo” ถุงซึมซับปัสสาวะผู้ป่วยชาย แก้เพนพ้อยท์ผู้ป่วยติดเตียง เร่งต่อยอดเชิงพาณิชย์
ครม.ปรับใหญ่ ‘กม.ภาษีป้าย’ เก็บตามเดือนที่ติดตั้ง เพิ่มเพดานอัตรากรณีรุกที่สาธารณะเป็น 2 เท่า
Politics ครม.ปรับใหญ่ ‘กม.ภาษีป้าย’ เก็บตามเดือนที่ติดตั้ง เพิ่มเพดานอัตรากรณีรุกที่สาธารณะเป็น 2 เท่า
ครม. ให้ ‘การรถไฟฯ’ กู้เงิน 1.8 หมื่นล้าน บรรเทาการขาดสภาพคล่อง
Politics ครม. ให้ ‘การรถไฟฯ’ กู้เงิน 1.8 หมื่นล้าน บรรเทาการขาดสภาพคล่อง
ยุโรปป่วน ใครแฮกตู้แช่ซูเปอร์มาร์เก็ต ภัยโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่อีกแล้ว
World ยุโรปป่วน ใครแฮกตู้แช่ซูเปอร์มาร์เก็ต ภัยโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่อีกแล้ว
นายกฯสั่ง ครม. เตรียมข้อมูลแจง ‘ศึกซักฟอก’ 7-11 ธ.ค.นี้
Politics นายกฯสั่ง ครม. เตรียมข้อมูลแจง ‘ศึกซักฟอก’ 7-11 ธ.ค.นี้
ครม.ไฟเขียว ‘ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม’ ขยายอายุผู้ประกันตนถึง 65 ปี รับสังคมสูงวัย
Politics ครม.ไฟเขียว ‘ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม’ ขยายอายุผู้ประกันตนถึง 65 ปี รับสังคมสูงวัย
เอกนิติ เปิด 3 เหตุผลขึ้น ‘ภาษีรถอีวีนำเข้า’ เป็น 35% เดินสายโรดโชว์ญี่ปุ่น 17 พ.ย.นี้
Finance เอกนิติ เปิด 3 เหตุผลขึ้น ‘ภาษีรถอีวีนำเข้า’ เป็น 35% เดินสายโรดโชว์ญี่ปุ่น 17 พ.ย.นี้
ครม.ไฟเขียว งบ 5.8 พันล้าน ชดเชยมาตรการ ‘ค่ารถไฟฟ้า 17-45 บาท’ ตั้งแต่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.70
Economic ครม.ไฟเขียว งบ 5.8 พันล้าน ชดเชยมาตรการ ‘ค่ารถไฟฟ้า 17-45 บาท’ ตั้งแต่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.70
‘ครม.สัญจร อุดร’ ดันอีสานตอนบน เป็นฐานผลิตอาหารโลก เล็ง ‘บึงกาฬ’ เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ
Politics ‘ครม.สัญจร อุดร’ ดันอีสานตอนบน เป็นฐานผลิตอาหารโลก เล็ง ‘บึงกาฬ’ เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ
ดูทั้งหมด

ทิสโก้เตือน 2 ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจโลกหยุดชะงัก ฉุดตลาดหุ้นร่วง

27 ก.ค. 2563 | 07:00น.

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ หวั่นเศรษฐกิจทั่วโลกอาจชะงักอีกรอบ หลังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจล็อตแรกเริ่มหมดลง มาตรการระลอกถัดไปอาจมาช้าและไม่เพียงพอ แถมมีความเสี่ยงโควิด-19 ระบาดซ้ำ หวั่นฉุดหุ้นลงแรง

นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) เปิดเผยว่า ตัวเลขเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้น ท่ามกลางการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ หนุนให้ตลาดหุ้นฟื้นตัวขึ้นเร็วในช่วงที่ผ่านมา โดยตลาดหุ้นหลายประเทศ เช่น จีน เกาหลี ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา ได้ฟื้นตัวขึ้นมายืนอยู่สูงกว่าเมื่อต้นปี ก่อนที่จะมีการระบาดของโรคโควิด-19 ไปทั่วโลก

อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของเศรษฐกิจต่อจากนี้มีความเสี่ยงที่จะหยุดชะงักลงจากสองปัจจัยหลัก คือ 1. ผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมากำลังทยอยหมดลง และมาตรการกระตุ้นระลอกถัดไปอาจล่าช้าหรือไม่เพียงพอ และ 2. การระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกสองในหลายประเทศ ซึ่งอาจทำให้ต้องกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง โดยหากเศรษฐกิจหยุดชะงักจริงตามที่คาดก็มีโอกาสที่ตลาดหุ้นทั่วโลกจะปรับตัวลงแรงอีกครั้ง

“หลังจากโควิด-19 แพร่ระบาด ฉุดให้เศรษฐกิจทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง รัฐบาลทั่วโลกจึงออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การแจกเงินสดให้ประชาชน และการจ่ายเงินสวัสดิการให้กับผู้ว่างงาน ส่งผลให้การบริโภคฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว แต่มาตรการต่างๆ จะทยอยหมดลงในเร็วๆ นี้ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจด้านอื่นนอกเหนือจากการบริโภค โดยเฉพาะด้านการจ้างงาน ยังคงอ่อนแอ จึงเป็นความเสี่ยงอย่างมากต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะถัดไป หากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระลอกใหม่ที่ออกมาไม่มีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะหนุนเศรษฐกิจเหมือนครั้งก่อน รวมทั้งมีความเสี่ยงที่การอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่จะล่าช้าเพราะต้องผ่านการอนุมัติตามขั้นตอน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็มีโอกาสที่ตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นทั่วโลกจะปรับลงแรงอีกครั้ง” นายคมศร กล่าว

สำหรับตัวอย่างประเทศที่เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯ คือประเทศสหรัฐอเมริกา โดยยอดค้าปลีก (Real Retail Sales) ในเดือนมิถุนายนได้ฟื้นตัวกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับเดือนกุมภาพันธ์ก่อนการระบาด หลังจากที่ลดลงไปต่ำสุดถึง -21% ในเดือนเมษายนในช่วงที่มีมาตรการล็อกดาวน์เข้มงวด การบริโภคที่ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าอัตราการว่างงานในสหรัฐฯ ล่าสุดยังคงอยู่สูงถึง 11% ชี้ให้เห็นว่ามารตการกระตุ้นของภาครัฐ มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา และยังมีความจำเป็นในช่วงนี้

อย่างไรก็ดี มาตรการกระตุ้นระลอกแรกของสหรัฐฯ กำลังทยอยหมดลง โดยเงินให้เปล่าจำนวน 1,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคน ซึ่งเป็นการจ่ายครั้งเดียวได้มีการเบิกจ่ายไปจนใกล้ครบแล้ว ในขณะที่เงินสมทบพิเศษสำหรับผู้ว่างงาน 600 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อสัปดาห์ จะหมดอายุสิ้นเดือนกรกรกฎาคมนี้ ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้ยอดค้าปลีกพลิกกลับมาหดตัวได้อีกครั้ง หากไม่มีมาตรการกระตุ้นออกมาเพิ่มเติมต่อจากนี้

“รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมก่อนที่สภาจะปิดทำการต้นเดือนสิงหาคม (สภาผู้แทนฯ ปิดวันที่ 3 สิงหาคม – 7 กันยายน และวุฒิสภาจะปิดวันที่ 10 สิงหาคม – 7 กันยายน) ซึ่งมีความเสี่ยงที่สภาจะไม่สามารถตกลงเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ทันภายในวันดังกล่าว ท่ามกลางความขัดแย้งในหลายประเด็น เช่น มูลค่ารวมของมาตรการซึ่งยังตกลงกันไม่ได้ และประเด็นการรวมการลดภาษีเงินเดือน (Payrolls Tax) เข้าไปในมาตรการ ซึ่งประเด็นขัดแย้งดังกล่าวอาจทำให้การพิจารณามาตรการล่าช้าออกไป” นายคมศร กล่าว

นอกจากนี้ การจ่ายสวัสดิการว่างงานพิเศษ แม้จะถูกต่ออายุโครงการออกไปแต่สวัสดิการที่ให้ก็มีแนวโน้มลดลงจากเดิมเนื่องจากหลายฝ่ายเห็นว่าสวัสดิการพิเศษจำนวน 600 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อสัปดาห์ เป็นจำนวนเงินที่สูงกว่าค่าจ้างปกติจนอาจเป็นแรงจูงใจให้เกิดการว่างงานโดยสมัครใจ

จะเห็นได้ว่ามาตรการกระตุ้นการบริโภคของภาครัฐฯ ที่มีส่วนสำคัญในประคับประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมากำลังจะหมดอายุลงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ในขณะที่มาตรการระลองสองยังไม่มีควาดชัดเจนและอาจมีขนาดเล็กลงกว่าระลอกแรก รวมถึงมีความเสี่ยงที่กระบวนการอนุมัติในสภาจะล่าช้า ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจต่อจากนี้หยุดชะงักลง