เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
Finance ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
Politics สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
ร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม ฉบับใหม่ ขยาย ม.33 ถึง 65 ปี ปลดล็อก “3 ขอ”
HR ร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม ฉบับใหม่ ขยาย ม.33 ถึง 65 ปี ปลดล็อก “3 ขอ”
ครม.เคาะ ‘ยุทธศักดิ์ สุภสร’ นั่งประธานบอร์ด CEA พร้อมแต่งตั้ง 4 ทูต
Politics ครม.เคาะ ‘ยุทธศักดิ์ สุภสร’ นั่งประธานบอร์ด CEA พร้อมแต่งตั้ง 4 ทูต
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,350 บาท
วิจัยกรุงศรี คาดดอกเบี้ยโลก ปรับขึ้นช่วง ธ.ค.-จับตาไทย อาจขึ้นระยะกลาง
Finance วิจัยกรุงศรี คาดดอกเบี้ยโลก ปรับขึ้นช่วง ธ.ค.-จับตาไทย อาจขึ้นระยะกลาง
LV The Place Bangkok จับมือศิลปินไทย ต่อยอดเรื่องราวการเดินทาง แฟชั่น และศิลปะ
Biz Movement LV The Place Bangkok จับมือศิลปินไทย ต่อยอดเรื่องราวการเดินทาง แฟชั่น และศิลปะ
‘เดลต้า’ ชูอาเซียน Golden Cross ดันฮับดาต้าเซ็นเตอร์โลก ‘Time to Token’ เร่งสร้างจบใน 6 เดือน
Tech ‘เดลต้า’ ชูอาเซียน Golden Cross ดันฮับดาต้าเซ็นเตอร์โลก ‘Time to Token’ เร่งสร้างจบใน 6 เดือน
ก.ล.ต. ออกเกณฑ์ใหม่ คุมเข้ม Thai ESG-Thai ESGX เปิดข้อมูลลงทุนหุ้น JUMP+ ทุก 6 เดือน
Finance ก.ล.ต. ออกเกณฑ์ใหม่ คุมเข้ม Thai ESG-Thai ESGX เปิดข้อมูลลงทุนหุ้น JUMP+ ทุก 6 เดือน
เมืองสุขสยาม ถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ดิวาลี ชวนสัมผัสศิลปวัฒนธรรมอินเดียร่วมสมัย
Biz Movement เมืองสุขสยาม ถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ดิวาลี ชวนสัมผัสศิลปวัฒนธรรมอินเดียร่วมสมัย
ดูทั้งหมด

‘จิตตะ’ เสิร์ฟ 30 หุ้นเทคฯ น่าลงทุนผ่านกองทุนส่วนบุคคล ‘Jitta Ranking – U.S. Tech’

25 ก.ค. 2563 | 09:00น.

Jitta Wealth เปิดตัวกองทุนส่วนบุคคล ‘Jitta Ranking – U.S. Tech’ ลงทุนหุ้นเทคโนโลยีในตลาดหุ้นแนสแดค (Nasdaq) และนิวยอร์ค (NYSE) ของสหรัฐฯ โดยใช้เทคโนโลยีเฉพาะตัว Jitta Ranking คัดสรรหุ้นเทคโนโลยีพื้นฐานดี เติบโตสูงอย่างมีหลักการ

นายตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ประธานบริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (Jitta Wealth) สตาร์ทอัพ WealthTech แรกของไทยที่ได้รับอนุญาตบริหารจัดการกองทุนส่วนบุคคลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เปิดเผยถึงภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตั้งแต่เกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งทำให้มียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมเกือบ 4 ล้านคน และผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นวันละ 5-6 หมื่นคน ในขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับลดลง 0.01% จากต้นปี 2563 ดัชนี Nasdaq ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มเทคโนโลยี ปรับตัวขึ้นมาถึง 17%

นายตราวุทธิ์ กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจเทคโนโลยีเป็นอันมาก เนื่องจากประชาชนต้องปรับตัว หันมาทำกิจกรรมเกือบแทบทุกอย่างออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานจากที่บ้านหรือ Work from Home การเข้าร่วมงานสัมมนาผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (Video Conference) การซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ (E-Commerce) สั่งอาหาร หรือสินค้า ผ่านบริการเดลิเวอรี่ (Delivery) และการรับชมภาพยนต์จากระบบสตรีมมิง (Streaming) ผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ (Smartphone) หรือ แทบเล็ต (Tablet)

“ทุกคนต้องพึ่งพาเทคโนโลยีเพื่อความอยู่รอด ทำให้ยอดผู้ใช้บริการธุรกิจเทคโนโลยีหลายแห่งพุ่งพรวด เช่น Netflix ผู้ให้บริการความบันเทิงครบรสผ่านระบบสตรีมมิง ที่ไตรมาสแรกทุบสถิติ ทำยอดสมาชิกใหม่ 15.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น 65% จาก 9.6 ล้านคนในไตรมาสที่ 1 ของปีที่แล้ว ไตรมาสที่ 2 กวาดมาได้อีก 10.1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 274% จาก 2.7 ล้านคนในไตรมาส 2 ของปีที่แล้ว พร้อมรายได้ที่เพิ่มขึ้น 24.9% เป็น 6.15 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่งหุ้น Netflix ปีนี้ทะยานขึ้น 60% จนมูลค่าตลาดแซงหน้าคู่แข่งอย่าง Disney ไปแล้ว” นายตราวุทธิ์ กล่าว

นายตราวุทธิ์ ได้กล่าวถึงหุ้นเทคโนโลยีที่มีการเติบโตสูงในขณะนี้ ด้วยแรงหนุนจาก Disruptive Technology ที่ตอบโจทย์ต่อพฤติกรรมของผู้ใช้งานในยุค New Normal อย่างมาก เช่น เทคโนโลยีส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นอีคอมเมิร์ซ การเงินและการลงทุน   ล้วนแล้วแต่ให้บริการบนพื้นฐานของคลาวด์คอมพิวติง ที่ทำให้การเข้าถึงและการใช้งานสะดวกใช้งานจากที่ไหนก็ได้ สามารถขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็วไปทั่วทุกมุมโลก จึงทำให้ธุรกิจเทคโนโลยีในยุคนี้สามารถสร้างรายได้เติบโตได้แบบทวีคูณ ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นสูงตาม

ทั้งนี้ บริษัทเทคโนโลยีที่อยู่ในธุรกิจคลาวด์คอมพิวติง (Cloud Computing) สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ผู้ให้บริการคลาวด์โซลูชัน (Cloud Solutions) เช่น Amazon Google และ Microsoft และกลุ่มผู้ใช้งานคลาวด์โซลูชัน ซึ่งก็คือบริษัทพัฒนาโปรแกรมที่ให้บริการอยู่ในชีวิตประจำวันในรูปแบบ SaaS (Software as a Service) เช่น Zoom Netflix และ Salesforce

โดยบริษัทเหล่านี้สามารถสร้างรายได้มหาศาล ยกตัวอย่างเช่น Amazon ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ผู้ให้บริการคลาวด์โซลูชันเกือบ 50% และยังสามารถเพิ่มรายได้จากการให้บริการคลาวด์โซลูชัน ในไตรมาสแรกของปี 2563 ขึ้นอีก 33% ทะลุ 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ยังไม่นับรวมรายได้จากธุรกิจอื่น เช่น ค่าสมาชิก Amazon Prime และค่าโฆษณาที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน ในขณะที่ Zoom ซอฟต์แวร์วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ก็ได้พลิกตัวจากหุ้นน้องใหม่ มาเป็นแบรนด์ดังประจำบ้านภายในชั่วข้ามคืน และสามารถทำรายได้ไตรมาส 1 ปี 2563 เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 169% และทางด้านราคาหุ้น Zoom จากราคา 68.72 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น เมื่อต้นปี พุ่งขึ้น 292% มาอยู่ที่ระดับใกล้ 270 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น

“ธุรกิจเทคโนโลยีที่เติบโตได้อย่างโดดเด่น มักเป็นธุรกิจที่ล้อไปกับเมกะเทรนด์ของโลก ไม่ว่าจะเป็น cloud computing, AI, Fintech และ e-commerce โดย cloud computing เป็นกลุ่มที่น่าจับตามองที่สุด เพราะเป็นพื้นฐานของแทบจะทุกเทคโนโลยีที่เราใช้งานอยู่ในชีวิตประจำวัน เช่น การสั่งซื้อของออนไลน์ การเรียกรถรับส่ง หรือแม้แต่การพูดคุยกับเพื่อนผ่านโปรแกรมแชท ก็ทำผ่านระบบ cloud ทั้งสิ้น เรียกได้ว่า ตราบใดที่คนยังใช้อินเทอร์เน็ต ธุรกิจเทคโนโลยีในกลุ่ม cloud computing ก็มีแนวโน้มจะคงอยู่และเติบโตต่อไป” นายตราวุทธิ์เสริม

นายตราวุทธิ์ กล่าวอีกว่า Jitta Wealth ได้เล็งเห็นถึงโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี จากการลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีเมกะเทรนด์ที่จะขับเคลื่อนโลกต่อไปในภายภาคหน้าเหล่านี้ จึงเปิดให้บริการ Jitta Ranking – U.S. Tech เพื่อให้นักลงทุนได้มีโอกาสลงทุนหุ้นธุรกิจแห่งอนาคตในสหรัฐอเมริกา โดย Jitta Wealth ได้ใช้เทคโนโลยีเฉพาะตัวที่เรียกว่า Jitta Ranking วิเคราะห์และคัดกรองหุ้นเทคโนโลยีประมาณ 30 หุ้นที่มีผลประกอบการดี เติบโตสูง น่าลงทุนที่สุดในตลาดหลักทรัพย์แนสแดค (Nasdaq) และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ค (NYSE) โดยกระจายความเสี่ยงและปรับพอร์ตอัตโนมัติทุก 3 เดือน ซึ่งเป็นแนวทางที่พิสูจน์ผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปีแล้วพบว่า ทำกำไรได้เฉลี่ย 17.67% ต่อปี มากกว่าอัตราผลตอบแทนดัชนี Nasdaq ที่ทำได้ 16.09% ต่อปี และ S&P 500 ที่ทำได้ 13.56% ต่อปี

โดย Jitta Ranking – U.S. Tech คือ “การลงทุนหุ้นเทคโนโลยีด้วยเทคโนโลยี” มีจุดเด่น คือ ช่วยคัดสรรหุ้นที่น่าลงทุนที่สุดด้วยอัลกอริทึมอย่างมีหลักการ ไม่โน้มเอียงไปตามความชอบส่วนบุคคล ทั้งรักษาวินัยการลงทุนที่ดีด้วยการปรับพอร์ตอัตโนมัติทุกๆ 3 เดือน พร้อมค่าธรรมเนียมที่ต่ำและยุติธรรม โดยมีค่าบริหารจัดการต่ำมากเพียง 0.5% ต่อปี และส่วนแบ่ง 10% ของกำไร ที่นักลงทุนจ่ายเฉพาะปีที่มีกำไรเท่านั้น ตรงตามวัตถุประสงค์ของ Jitta Wealth ที่ต้องการมอบโอกาสทางการลงทุนที่ดีที่สุดให้นักลงทุน เพื่อปั้นพอร์ตให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ผู้ที่สนใจลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีต่างประเทศกับกองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking – U.S. Tech เริ่มต้น 3 ล้านบาท สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.jittawealth.com/ustech หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Jitta Wealth เพื่อเปิดบัญชีลงทุน ได้ทั้งระบบ iOS และ Android ที่ link.jittawealth.co/download