เผย ‘ฝ่ายค้านกัมพูชา’ เดือนเดียวหนีไปนอกเกือบครึ่ง หลังรัฐบาลกวาดล้าง-ถูกฟ้องร้องคดีเพียบ!
นายเมา มนีวัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคกู้ชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) พรรคฝ่ายค้านกัมพูชา เปิดเผยเมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า สมาชิกพรรคฝ่ายค้านกัมพูชาเกือบครึ่งได้หนีไปต่างประเทศแล้วในช่วงเดือนที่ผ่านมา หลังรัฐบาลกวาดล้างผู้เห็นต่าง ส่งผลให้พรรคซีเอ็นอาร์พีโดนฟ้องร้องคดีเป็นจำนวนมาก
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้แนวโน้มที่พรรคซีเอ็นอาร์พีจะสามารถท้าทายสมเด็จฯฮุน เซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชาในการเลือกตั้งในปีหน้านั้นลดน้อยลงไปอีก โดยฮุน เซ็น ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กำจัดผู้วิพากษ์วิจารณ์ผ่านการดำเนินคดีที่น่ากังขา
การกวาดล้างพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เมื่อผู้นำฝ่ายค้านอย่างเข็ม โสกา ถูกส่งเข้าเรือนจำในข้อหากบฏ การจับกุมที่เป็นข่าวครึกโครมสร้างความหวาดหวั่นไปสู่กลุ่มเคลื่อนไหวฝ่ายค้านอย่างรุนแรง
เมา มนีวัน ระบุว่า นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมามีนักการเมืองพรรคฝ่ายค้านกว่า 20 คนจากจำนวนทั้งสิ้น 55 คน ที่หนีออกนอกประเทศไปแล้ว และว่า ในเวลานี้เหลือเพียงสิบกว่าคนเท่านั้นที่ยังคงอยู่ในประเทศ ขณะที่หลายคนหนีออกไปก่อนหน้านายเข็ม โสกา ถูกจับกุม
นายเมาระบุว่า หลายคนหนีไปยังสหรัฐอเมริกา หรือไม่ก็ประเทศในยุโรป ประเทศซึ่งบางรายมีครอบครัวหรือมีสัญชาติที่สองอยู่
ฟิล โรเบิร์ตสัน จากองค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ ระบุว่า การหนีออกนอกประเทศของสมาชิกพรรคฝ่ายค้านดังกล่าวจะกลายเป็นการจบสิ้นของประชาธิปไตยในมือฮุน เซ็น และว่า การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปี 2561 นั้น ฮุน เซ็น จะไม่มีคู่แข่งที่มีความหมายเลย นับเป็นการใช้การขู่กรรโชกสู่ชัยชนะ
ทั้งนี้ นายเข็ม โสกา เผยแพร่ข้อความผ่านทนายความปฏิเสธข้อหากบฏ และระบุว่า ข้อหาดังกล่าวเป็นการหมิ่นประมาทอย่างชัดเจน มุมมองซึ่งสะท้อนผ่านข้อเรียกร้องของสหรัฐและชาติประชาธิปไตยอื่นๆ ซึ่งเรียกร้องให้ปล่อยตัวนายเข็ม โสกา ในทันที
ด้านฮุน เซ็น กล่าวหาว่า รัฐบาลสหรัฐมีส่วนร่วมวางแผนลับกับเข็ม โสกา ในการล้มล้างรัฐบาลฮุน เซ็น ข้อกล่าวหาซึ่งเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงพนมเปญ ระบุว่าเป็นเรื่อง “ไร้สาระ”
ที่มา มติชนออนไลน์