เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,500 บาท
‘อนุทิน‘ พร้อมให้ซักฟอก ต.ค. ชี้ พ.ย.บินขึ้นเวทีเอเปค เชื่อใจ พท.ไม่ปล่อยมือ
Politics ‘อนุทิน‘ พร้อมให้ซักฟอก ต.ค. ชี้ พ.ย.บินขึ้นเวทีเอเปค เชื่อใจ พท.ไม่ปล่อยมือ
สั่งใต้พร้อมรับอุทกภัย แม้พัก บกปภ.ช.ช่วง IMF World Bank 2026 เยียวยาแล้ว 1.35 แสนครัวเรือน
Politics สั่งใต้พร้อมรับอุทกภัย แม้พัก บกปภ.ช.ช่วง IMF World Bank 2026 เยียวยาแล้ว 1.35 แสนครัวเรือน
“ผ้าไทย-อาหารไทย” สองทุนวัฒนธรรมไทย บนเวที IMF-World Bank สู่สายตาโลก
SD “ผ้าไทย-อาหารไทย” สองทุนวัฒนธรรมไทย บนเวที IMF-World Bank สู่สายตาโลก
‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ขายหุ้น THAI เกือบเกลี้ยงพอร์ต! หลังถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่
Finance ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ขายหุ้น THAI เกือบเกลี้ยงพอร์ต! หลังถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่
หุ้นไทยวันนี้ กรอบ 1,570-1,590 จุด จับตาประชุม IMF-World Bank
Finance หุ้นไทยวันนี้ กรอบ 1,570-1,590 จุด จับตาประชุม IMF-World Bank
วันหยุด 13 ตุลาคม 2569 ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สาย
News วันหยุด 13 ตุลาคม 2569 ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สาย
กรณ์ เทียบเศรษฐกิจ ผ่านประชุม IMF–WorldBank
Finance กรณ์ เทียบเศรษฐกิจ ผ่านประชุม IMF–WorldBank
ค่าเงินบาทวันนี้ (12 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.50 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (12 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.50 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
‘หัวหน้างานที่ดี’ สำคัญกว่า ‘WFH’ ? งานวิจัยชี้ความสัมพันธ์ในองค์กร คือคีย์หลักความสุข
HR ‘หัวหน้างานที่ดี’ สำคัญกว่า ‘WFH’ ? งานวิจัยชี้ความสัมพันธ์ในองค์กร คือคีย์หลักความสุข
ดูทั้งหมด

วันชี้ชะตา Uber

08 ส.ค. 2563 | 21:09น.
คอลัมน์ Tech Times
มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2020 นอกจากจะเป็นวันเลือกตั้งทั่วไปเพื่อตัดสินว่าใครจะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนต่อไปแล้ว ยังเป็นวันชี้ชะตาของสตาร์ตอัพชั้นนำที่ให้บริการ ride-sharing อย่าง Uber ในแคลิฟอร์เนียด้วย

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาต้องถือว่าเป็นฝันร้ายของบริษัท ride-sharing โดยเฉพาะ Uber

จากที่เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้บุกเบิกตลาด gig economy ให้เติบโตไปทั่วโลก วันนี้ Uber โดนรุมเร้าด้วยปัญหานานาประการ ทั้งราคาหุ้นที่ร่วงผล็อยนับตั้งแต่ทำ IPO ชื่อเสียงที่เสียหายจากข่าวฉาวทั้งเรื่องเอาเปรียบแรงงานและวัฒนธรรมองค์กรที่เลวร้าย แถมมาเจอพิษโควิดเข้าไปอีกทำให้ต้องเลย์ออฟพนักงานรอบแล้วรอบเล่า

แต่ปัญหาที่หนักหนาที่สุด คือ เสียงเรียกร้องทั้งจากตัวคนขับ เอ็นจีโอและนักการเมืองที่ต้องการให้มีการคุ้มครองแรงงานและสวัสดิภาพของคนขับมากขึ้น

หนึ่งในมาตรการที่เด่นชัด ได้แก่ การเคลื่อนไหวในแคลิฟอร์เนียที่ผู้ว่าการรัฐผ่านกฎหมาย (Assembly Bill 5 หรือ AB-5) ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยกำหนดให้ลูกจ้างมีสถานะเป็น “พนักงาน” และพึงได้รับสิทธิผลประโยชน์และการคุ้มครองเยี่ยงพนักงานตราบที่พวกเขายังทำงานที่เกี่ยวข้องกับ “ธุรกิจหลัก” ของบริษัท หรือทำงานภายใต้การ “ชี้แนะ” ของนายจ้าง

หากบริษัทอยากกำหนดสถานะให้ลูกจ้างเป็น “ลูกจ้างชั่วคราว/ผู้รับจ้างอิสระ” ก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า ลูกจ้างไม่มีคุณสมบัติของการเป็น “พนักงาน” ตามที่กำหนดไว้ เช่น มีอิสระจากการควบคุมของบริษัทอย่างแท้จริง หรือมีงานอื่นนอกเหนือจากนี้

ล่าสุดคณะกรรมการแรงงานของแคลิฟอร์เนียยังใช้ กม.นี้ฟ้อง Uber และ Lyft ข้อหา “ปล้นค่าจ้างคนงาน” เพราะแทนที่จะปรับสถานะคนขับให้เป็น “พนักงาน” ตามที่ กม. AB 5 กำหนด บริษัทกลับจัดให้คนขับเป็น “พนักงานอิสระ” เช่นเดิม ทำให้คนขับถูกเอาเปรียบและได้รับค่าตอบแทนน้อยกว่าที่พึงได้

นอกจากฟ้องให้บริษัททำการจัดประเภทแรงงานให้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ทางคณะกรรมการแรงงานยังเรียกร้องให้บริษัทจ่ายเงินชดเชยอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นเงินค่าแรงที่แอบเบี้ยวไปจนถึงสวัสดิการอื่น ๆ เช่น ค่าโอที ค่าคุ้มครองการรักษาพยาบาล เป็นต้น

เพื่อความอยู่รอด Uber และ Lyft ในฐานะพี่ใหญ่ประจำวงการจึงผลักดันร่าง กม.ใหม่ เพื่อเป็นการส่งสัญญาณพร้อมประนีประนอมกับลูกจ้างโดยภายใต้ กม.นี้บริษัทจะยอมปรับค่าแรงให้มากกว่าค่าแรงขั้นต่ำ 20% และจ่ายค่าน้ำมันให้ 30 เซนต์/ไมล์ เป็นการแลกเปลี่ยน

ต้องไม่ลืมว่าปัจจัยที่ทำให้ Uber และสตาร์ตอัพที่ให้บริการ ride-sharing รายอื่นเติบโตขึ้นมาได้มาจากการไม่ต้องจ่ายเงินเดือนรวมทั้งสวัสดิการอื่น ๆ ให้แก่คนขับซึ่งถือเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ที่เอกชนทั่วไปต้องแบกรับ

หากข้อได้เปรียบนี้ถูกทำลายไป บริษัทคงอยู่ยากหรือไม่ก็หืดขึ้นคอ

ดังนั้น ต่อให้สถานะการเงินจะง่อนแง่นด้วยผลประกอบการที่ติดลบตั้งแต่ต้นปี ทั้งสองบริษัทก็จำต้องกัดฟันทุ่มงบประมาณกว่า 6 หมื่นล้านเหรียญในการทำแคมเปญผลักดันกฎหมายฉบับใหม่ที่มีชื่อว่า The Protect App-Based Drivers & Services Act

ระหว่างนั้น Uber ก็ยังยืนยันว่าบริษัทได้ปรับการทำงานใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนขับสามารถทำงานได้อย่างอิสระตามกรอบของกฎหมาย บริษัทย้ำว่าคนขับส่วนใหญ่อยากเป็นแรงงาน “อิสระ” เพื่อความคล่องตัวในการกำหนดตารางชีวิตของตัวเอง อีกทั้งตอนนี้ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ผู้นำควรหาทางเพิ่มงานเพิ่มอาชีพให้ชาวบ้านแทนที่จะมาพรากโอกาสในการทำมาหากินของผู้คน

แต่ร่างกฎหมายที่บริษัทผลักดันจะผ่านหรือไม่ก็ต้องขึ้นอยู่กับผลประชามติในวันที่ 20 พ.ย. อันเป็นวันที่ชาวแคลิฟอร์เนียจะพร้อมใจออกมาโหวตว่าเห็นชอบกับร่าง กม.ฉบับนี้หรือไม่

ด้วยภาวะของบริษัทที่ดูนับวันจะดิ่งลงไปเรื่อย ๆ ใครเอาใจช่วยอยู่คงต้องลุ้นกันตัวโก่งในวันนั้น

เพราะผลประชามติครั้งนี้นอกจากจะกำหนดชะตาชีวิตของแรงงานอิสระในแคลิฟอร์เนียแล้ว ยังคาดว่าจะก่อให้เกิด domino effect ไปทั่วประเทศ (หรือแม้กระทั่งทั่วโลก) แล้วยังเป็นตัวกำหนดทิศทางของบริการ ride- sharing และชะตากรรมของ Uber และสหายร่วมวงการอีกด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อูเบอร์