วี.คาร์โกคว้าสิทธิ์ส่งสินค้าองค์การเภสัชฯ
โควิดไม่สะเทือน “วี.คาร์โก” มั่นใจดันรายได้ปี”63 แตะ 1,000 ล้านบาท อานิสงส์ลูกค้าอีคอมเมิร์ซโตกระฉูด แถมคว้าประมูลส่งสินค้าให้องค์การเภสัชกรรม ทุ่มทุน 300 ล้าน เพิ่มจุดบริการคลังสินค้า-อัพเกรดเทคโนโลยี
นายอุดม ศรีสงคราม กรรมการผู้จัดการ บริษัท วี.คาร์โก จำกัด ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัทวางเป้าหมายรายได้ในปี 2563 ขยายตัว 24% หรือ 1,000 ล้านบาท จากที่ในปีนี้จะได้รับผลดีจากการเติบโตของธุรกิจการค้าออนไลน์อย่างต่อเนื่องในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ประกอบกับบริษัทได้ขยายช่องทางการขนส่งสินค้ากลุ่มสุขภาพ โดยได้ชนะการประมูลขนส่งสินค้า อุปกรณ์ทางด้านสุขภาพ ทางการแพทย์ขององค์การเภสัชกรรมกว่า 3,000 สาขา ส่งผลดีต่อรายได้ในส่วนของธุรกิจขนส่งสินค้าซึ่งคิดเป็น 85% ของทั้งกลุ่ม
“แม้ช่วงที่ผ่านมาเรื่องของผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ช่วงต้นปีมีปัญหาการปิดห้าง ทำให้รายได้การขนส่งลดลงแต่การเติบโตของกลุ่มออนไลน์ก็มาช่วยให้ธุรกิจเติบโตดีขึ้น และเมื่อรัฐคลายมาตรการล็อกดาวน์จะทำให้รายได้กลับมา แม้ไม่ได้กลับมาปกติทันทีแต่บริษัทได้ขยายฐานลูกค้า และยังหาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดต้นทุนด้วย”
สำหรับกลุ่มบริษัทประกอบด้วย บริษัท วี.คาร์โก จำกัด, บริษัท วี.คาร์โก แอนด์ ซัพพลาย จำกัด, บริษัท ยู พี เอส อาร์ โลจิสติกส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด, บริษัท ไทยรุ่งพัฒนาขนส่ง จำกัด ให้บริการด้านโลจิสติกส์ครบวงจร ได้แก่ การขนส่งสินค้า ชิปปิ้ง การดำเนินการด้านศุลกากร การขนส่งสินค้าผ่านแดน โดยแบ่งกลุ่มธุรกิจ เป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธุรกิจขนส่งโมเดิร์นเทรด การขนส่งทั่วไป ธุรกิจ e-Commerce โดยสัดส่วน 85% ของรายได้มาจากธุรกิจการขนส่ง สัดส่วน 10% จากการให้บริการชิปปิ้ง และอีก 5% มาจากบริการคลังสินค้า
นายอุดมกล่าวว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนการลงทุนขยายการให้บริการ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้า e-Commerce โดยได้เปิดจุดให้บริการคลังสินค้าเพิ่มเติมจากปัจจุบันที่มีอยู่ 10 จุด มาเป็น 12 จุด ด้วยงบประมาณ 240 ล้านบาท ปัจจุบันศูนย์บริการคลังสินค้าตั้งอยู่ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือใน จ.อุบลราชธานี อุดรธานี นครราชสีมา, ภาคเหนือใน จ.พิษณุโลก นครสวรรค์และเชียงใหม่, ภาคใต้ใน จ.สุราษฎร์ธานี จ.ภูเก็ต และ อ.หาดใหญ่
ส่วนภาคกลางบนถนนเส้นบางนา-ตราด ส่วนที่จะขยายเพิ่มเติมจะเป็นพื้นที่ขนาด 5,000 ตารางเมตรต่อแห่งที่วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และจังหวัดขอนแก่น ด้วยงบประมาณการลงทุนแห่งละ 120 ล้านบาทพร้อมกันนี้ได้มีการขยายแวร์เฮาส์เพื่อรองรับธุรกิจ e-Commerce ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศหลายราย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรซึ่งมีความพร้อมด้านใบอนุญาตประกอบการ เพื่อสร้างเครือข่ายบริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนระหว่างกลุ่มประเทศ CLMV ให้มากขึ้น
“ใน 3 ปีข้างหน้าบริษัทมีเป้าหมายจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทมีความพร้อมอย่างมากแต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยความพร้อมทางด้านเศรษฐกิจและการแข่งขันด้านโลจิสติกส์”
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าปัจจุบันธุรกิจนี้มีการแข่งขันสูงมากทั้งผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะเกาหลีใต้ สิงคโปร์ ฮ่องกง และจีน ซึ่งเป็นกลุ่มนักลงทุนขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมมาก ทำให้การแข่งขันสูงขึ้นโดยเฉพาะด้านราคา บริษัทจึงมุ่งเพิ่มช่องทางขยายฐานลูกค้าให้มากขึ้นนำเทคโนโลยีเข้ามาเพื่อช่วยลดต้นทุนโดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของธุรกิจนี้