เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หอการค้าดัน 3 ดีลใหญ่ สหรัฐ-EU-UAE หวังดัน GDP ไทยเพิ่มกว่า 2% ใน 3 ปี
Economic หอการค้าดัน 3 ดีลใหญ่ สหรัฐ-EU-UAE หวังดัน GDP ไทยเพิ่มกว่า 2% ใน 3 ปี
SO เปิดตัวแอป MOBIX บริหาร ‘คน-รถยนต์-งาน’ ครบในระบบเดียว
Uncategorized SO เปิดตัวแอป MOBIX บริหาร ‘คน-รถยนต์-งาน’ ครบในระบบเดียว
‘B2S Card Festival 2026’ ยกทัพจักรวาลการ์ดระดับโลกบุกไทย เอาใจนักสะสม
Uncategorized ‘B2S Card Festival 2026’ ยกทัพจักรวาลการ์ดระดับโลกบุกไทย เอาใจนักสะสม
‘ไทยพลาสติก รีไซเคิล กรุ๊ป’ ร่วมทัพ SMEs ต้นแบบพาณิชย์ บินจับคู่ธุรกิจสวิสฯ
Uncategorized ‘ไทยพลาสติก รีไซเคิล กรุ๊ป’ ร่วมทัพ SMEs ต้นแบบพาณิชย์ บินจับคู่ธุรกิจสวิสฯ
GPSC-KHNP ยักษ์ใหญ่นิวเคลียร์เกาหลีใต้ ศึกษา SMR ปูทางพลังงานสะอาดไทย
Economic GPSC-KHNP ยักษ์ใหญ่นิวเคลียร์เกาหลีใต้ ศึกษา SMR ปูทางพลังงานสะอาดไทย
‘รถอีวี’ กับปัญหาความย้อนแย้งด้านพลังงาน
World ‘รถอีวี’ กับปัญหาความย้อนแย้งด้านพลังงาน
“ศุภจี” พบ USTR ที่นิวยอร์ก เดินหน้าหารือการค้าไทย-สหรัฐ ช่วงประชุม UNGA81
Economic “ศุภจี” พบ USTR ที่นิวยอร์ก เดินหน้าหารือการค้าไทย-สหรัฐ ช่วงประชุม UNGA81
Tokenomics จีนมาแล้ว ซื้อเกี๊ยว-กาแฟ ด้วยบัตรเครดิต แถม AI Token
Tech Tokenomics จีนมาแล้ว ซื้อเกี๊ยว-กาแฟ ด้วยบัตรเครดิต แถม AI Token
ราคาทองวันนี้ (23 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณ 68,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณ 68,900 บาท
AIA จับมือไวทัลไลฟ์ เจาะลูกค้าสินทรัพย์สูง ชู Longevity เริ่มบริการ ม.ค. 2570
Finance AIA จับมือไวทัลไลฟ์ เจาะลูกค้าสินทรัพย์สูง ชู Longevity เริ่มบริการ ม.ค. 2570
ดูทั้งหมด

หอการค้าดัน 3 ดีลใหญ่ สหรัฐ-EU-UAE หวังดัน GDP ไทยเพิ่มกว่า 2% ใน 3 ปี

23 ก.ย. 2569 | 14:24น.

หอการค้าไทยหนุนรัฐบาลเร่งปิด 3 ดีลการค้าหลัก ART ไทย-สหรัฐ, FTA ไทย-EU และ CEPA ไทย-UAE หวังเปิดตลาดส่งออก ดึง FDI เทคโนโลยี และเชื่อมผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลก ชี้หากความตกลงมีผลพร้อมมาตรการรองรับที่เหมาะสม มีศักยภาพช่วยเพิ่มขนาดเศรษฐกิจไทยมากกว่า 2% ของ GDP ภายใน 3 ปี พร้อมเร่ง CEPA ไทย-เกาหลีใต้ และ FTA อาเซียน-แคนาดาควบคู่ กระจายความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยสนับสนุนรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ในการเร่งรัดการเจรจาการค้ากับ 3 ตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ ความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย-สหรัฐ หรือ ART ความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป หรือ FTA ไทย-EU และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ CEPA ไทย-UAE ซึ่งทั้ง 3 กรอบอยู่ในจังหวะสำคัญของการเจรจา และสามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายตลาด ดึงดูดการลงทุน และยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย

“FTA ในวันนี้ไม่ได้มีความหมายเพียงการลดภาษี แต่เป็นเครื่องมือยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ ทั้งการเปิดตลาดใหม่ การดึงดูด FDI การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการเชื่อมผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลก หากกรอบการค้าเหล่านี้บรรลุผลและมีมาตรการรองรับที่เหมาะสม เชื่อว่าจะมีศักยภาพช่วยเพิ่มขนาดเศรษฐกิจไทยได้มากกว่า 2% ของ GDP ภายใน 3 ปีนับจากวันที่ความตกลงมีผลใช้บังคับ” ดร.พจน์กล่าว

สำหรับการเจรจา ART ไทย-สหรัฐ หอการค้าไทยสนับสนุนภารกิจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในช่วงการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 หรือ UNGA81

ดร.พจน์มองว่า การเดินทางครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย และผลักดันการเจรจา ART ให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว เพื่อสร้างความชัดเจนแก่ผู้ส่งออกและนักลงทุน โดยเฉพาะเรื่องอัตราภาษี กฎถิ่นกำเนิดสินค้า การอำนวยความสะดวกทางการค้า และรายการสินค้าที่ควรได้รับการยกเว้นหรือดูแลเป็นพิเศษ

กลุ่มสินค้าที่ควรได้รับการดูแล ได้แก่ สินค้าเกษตร อาหารแปรรูป อาหารทะเลแปรรูป และอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม โดยเป้าหมายสำคัญคือรักษาอัตราภาษีให้อยู่ในระดับที่สินค้าไทยสามารถแข่งขันได้ และไม่เสียเปรียบประเทศคู่แข่งในภูมิภาค

ขณะเดียวกัน หอการค้าไทยเสนอให้ใช้โอกาสจากการเยือนสหรัฐฯ เชิญชวนบริษัทชั้นนำเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ดิจิทัลและ AI พลังงานสะอาด การแพทย์และสุขภาพ อาหารทะเลแปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม และนวัตกรรมอาหาร

การดึงดูดการลงทุนควรเชื่อมโยงกับการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาทักษะแรงงาน และการใช้ผู้ประกอบการไทยในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้เม็ดเงินลงทุนที่เข้ามาสร้างผลประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจไทยในวงกว้าง

ส่วน FTA ไทย-EU ซึ่งกำลังเข้าสู่การเจรจารอบที่ 10 ณ จังหวัดภูเก็ต หอการค้าไทยสนับสนุนให้ทั้งสองฝ่ายเร่งหาข้อสรุปในประเด็นที่เหลือ เพื่อนำไปสู่ขั้นตอนการขัดเกลาถ้อยคำทางกฎหมายโดยเร็ว

ดร.พจน์กล่าวว่า สหภาพยุโรปเป็นทั้งตลาดกำลังซื้อสูง แหล่งเงินลงทุนและเทคโนโลยีที่สำคัญ รวมถึงเป็นตลาดที่มีกฎเกณฑ์ซึ่งมีบทบาทต่อมาตรฐานการค้าโลก การมี FTA จึงไม่ได้เพิ่มโอกาสด้านการส่งออกเพียงอย่างเดียว แต่จะช่วยยกระดับความน่าสนใจของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังตลาดยุโรป

“FTA ไทย-EU จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของประเทศ ไม่เพียงช่วยขยายการส่งออก แต่ยังเพิ่มความน่าสนใจของไทยในฐานะฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังยุโรป”

ผลการศึกษาประเมินว่า FTA ไทย-EU จะช่วยเพิ่ม GDP ไทยประมาณ 1.28% และเพิ่มการส่งออกประมาณ 2.8% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 350,000 ล้านบาท จึงควรเร่งการเจรจาให้เกิดผลโดยเร็ว ควบคู่กับการดูแลสินค้าอ่อนไหวและเตรียมผู้ประกอบการไทยให้พร้อมรับมาตรฐานใหม่ของยุโรป

สำหรับ CEPA ไทย-UAE ซึ่งทั้งสองฝ่ายเตรียมกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง หลังมีความคืบหน้าแล้วกว่า 80% ดร.พจน์มองว่า เป็นอีกโอกาสสำคัญในการเปิดประตูสินค้าและบริการไทยเข้าสู่ตลาดตะวันออกกลาง

กลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพ ได้แก่ อาหาร อาหารฮาลาล สินค้าเกษตร ยางพารา สิ่งทอ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์และชิ้นส่วน รวมถึงภาคบริการด้านการขนส่ง การเงิน และธุรกิจ

นอกจากนี้ UAE ยังมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางด้านการค้า การลงทุน โลจิสติกส์ และการกระจายสินค้าของภูมิภาค การเร่งสรุป CEPA จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตลาด UAE แต่สามารถเป็นประตูให้ผู้ประกอบการไทยเชื่อมต่อไปยังตลาดตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียใต้

อีกด้านหนึ่ง ยังเปิดโอกาสดึงเงินทุนจาก UAE เข้ามาร่วมลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน อาหาร โลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของไทย

นอกจาก 3 กรอบหลัก หอการค้าไทยยังสนับสนุนให้เร่งสรุป CEPA ไทย-เกาหลีใต้ และ FTA อาเซียน-แคนาดาควบคู่กัน เพื่อกระจายตลาด ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และเพิ่มโอกาสให้สินค้าเกษตร อาหารแปรรูป และสินค้าอุตสาหกรรมไทยเข้าสู่ตลาดกำลังซื้อสูงมากขึ้น

ดร.พจน์กล่าวว่า การเปิดตลาดต้องดำเนินควบคู่กับการดูแลสินค้าอ่อนไหว การเตรียมความพร้อมให้ SMEs และการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบ ชิ้นส่วน และบริการในประเทศ เพื่อให้ประโยชน์จากการค้าและการลงทุนกระจายไปถึงผู้ประกอบการ เกษตรกร แรงงาน และเศรษฐกิจฐานราก

“ภาคเอกชนพร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์อย่างเต็มที่ เพื่อเปลี่ยนความตกลงทางการค้าให้เป็นคำสั่งซื้อ การลงทุน การจ้างงาน และเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย พร้อมผลักดันให้ไทยกลับมาเป็นฐานการผลิต การค้า และการลงทุนที่สำคัญของภูมิภาค” ดร.พจน์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีดีพี (GDP) หอการค้า