เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท รูปพรรณขายออก 67,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท รูปพรรณขายออก 67,600 บาท
วันหยุด 13 ตุลาคม 2569 ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สาย
News วันหยุด 13 ตุลาคม 2569 ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สาย
กรณ์ เทียบเศรษฐกิจ ผ่านประชุม IMF–WorldBank
Finance กรณ์ เทียบเศรษฐกิจ ผ่านประชุม IMF–WorldBank
ค่าเงินบาทวันนี้ (12 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.50 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (12 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.50 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
‘หัวหน้างานที่ดี’ ถึงสำคัญกว่า ‘WFH’ ? งานวิจัยชี้ความสัมพันธ์ในองค์กร คือคีย์หลักความสุข
HR ‘หัวหน้างานที่ดี’ ถึงสำคัญกว่า ‘WFH’ ? งานวิจัยชี้ความสัมพันธ์ในองค์กร คือคีย์หลักความสุข
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.91% อยู่ที่ 83,681 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.91% อยู่ที่ 83,681 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (12 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (12 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดวงรายสัปดาห์ 11-17 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 11-17 ตุลาคม 2569
เลือกบอร์ดประกันสังคมคึก ใช้สิทธิ์พุ่ง 331% นายจ้างทะลุ 500%
News เลือกบอร์ดประกันสังคมคึก ใช้สิทธิ์พุ่ง 331% นายจ้างทะลุ 500%
อัครเดช ซัด ฝ่ายค้านขอซักฟอก 5 วัน มีแต่น้ำ ไม่มีเนื้อ ชี้ 2-3 วันก็พอ หวั่นประชาชนเบื่อ
Politics อัครเดช ซัด ฝ่ายค้านขอซักฟอก 5 วัน มีแต่น้ำ ไม่มีเนื้อ ชี้ 2-3 วันก็พอ หวั่นประชาชนเบื่อ
ดูทั้งหมด

ค้าปลีกรับมือคลื่นนักช็อป บุกออนไลน์-ยืดเวลา “แบล็กฟรายเดย์”

18 ก.ย. 2563 | 16:30น.
คอลัมน์ Market Move

ในขณะที่ไทยเพิ่งผ่านมหกรรมช็อปปิ้ง วันที่ 9 เดือน 9 ไปอย่างราบรื่น แต่ในสหรัฐอเมริกา บรรดาผู้ค้าปลีกกำลังปวดหัวกับการจัดมหกรรมช็อปปิ้งใหญ่ประจำปี “แบล็กฟรายเดย์” ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 27 พฤศจิกายน

เนื่องจากวัฒนธรรมการช็อปปิ้งแบบออฟไลน์ที่ยังมาแรง สะท้อนผ่านภาพคลื่นนักช็อปที่เข้าถล่มร้านค้าต่าง ๆในช่วงดังกล่าวของทุกปี ทำให้ผู้ค้าปลีกต้องหาวิธีรับมือไม่ให้มหกรรมช็อปกลายเป็นมหกรรมแพร่เชื้อโรคโควิด-19ไปแทน ขณะเดียวกันยังต้องไม่เสียโอกาสขายด้วย

เริ่มจาก “โฮม ดีโปต์” ผู้ค้าปลีกสินค้าตกแต่งบ้านเป็นรายแรกที่ขยับตัว ประกาศแผนสำหรับแบล็กฟรายเดย์ปีนี้ ทั้งการขยายระยะเวลาจัดโปรโมชั่นลดราคาให้นานขึ้น และจูงใจผู้บริโภคให้ไปช็อปบนแอปพลิเคชั่นแทน หวังลดความแออัดของนักช็อปที่จะมาที่ร้าน

สำนักข่าว “ซีเอ็นบีซี” รายงานถึงแผนแบล็กฟรายเดย์ของ “โฮม ดีโปต์” ว่า มีการปรับตัวหลายด้านเพื่อป้องกันไม่ให้นักช็อปจำนวนมากมารวมตัวกันด้วยการขยายระยะเวลาจัดโปรโมชั่นให้ยาวขึ้นเป็นเกือบ 2 เดือน เพื่อให้ลูกค้าทยอยมาช็อป และดึงดูดให้ช็อปออนไลน์แทนโดยได้จับมือกับแพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์ก “พินเทอเรสต์” โพสต์ไอเดียดีไอวายต่าง ๆ และโปรโมชั่นที่จะเปิดในช่วงนี้เป็นที่แรก รวมถึงลิงก์ไปยังแอปพลิเคชั่นของร้านเพื่อจูงใจนักช็อปให้ซื้อสินค้าทางออนไลน์ นอกจากนี้ยังนำบริการยอดนิยมอย่างการส่งต้นคริสต์มาสสด ๆ ให้ถึงบ้าน มาโปรโมตร่วมกับการช็อปออนไลน์

กลยุทธ์ของโฮม ดีโปต์ ครั้งนี้เป็นที่จับตามอง เนื่องจากเชนร้านค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านรายนี้เป็นหนึ่งในค้าปลีกไม่กี่รายที่มีผลประกอบการเติบโตในช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมาเนื่องจากสามารถปรับตัวสู่อีคอมเมิร์ซได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทันกับการรองรับดีมานด์ของชาวอเมริกันที่ใช้เวลาว่างช่วงล็อกดาวน์หันมาปรับปรุงบ้าน และทำโปรเจ็กต์ดีไอวายต่าง ๆ กันมากขึ้น

โดยช่วงไตรมาส 2 (สิ้นสุด 2 สิงหาคม) ยอดขายผ่านทางออนไลน์เพิ่มขึ้นเท่าตัว ขณะที่สาขาซึ่งเปิดมาอย่างน้อย 1 ปีมียอดขายเพิ่มขึ้น 25% จากยอดใช้จ่ายต่อใบเสร็จซึ่งเพิ่มขึ้น 10% ในช่วงเวลาเดียวกัน

จึงไม่แปลกใจที่โฮม ดีโปต์ จะพยายามรักษาโมเมนตัมนี้เอาไว้ เพื่อสร้างยอดขายให้กับสินค้าตกแต่งบ้าน-สวนช่วงเทศกาลปลายปี เช่น ตุ๊กตาหิมะจำลองต้นไม้เทียม และไฟประดับด้วย

เช่นเดียวกับผู้ค้าปลีกรายอื่น ๆที่ได้เริ่มมีความเคลื่อนไหวและเริ่มขยับตัวหันมาใช้กลยุทธ์คล้าย ๆ กันนี้ ไม่ว่าจะเป็น “เบสต์บาย” และ “ทาร์เก็ต” ที่วางแผนเริ่มโปรโมชั่นแบล็กฟรายเดย์เร็วขึ้นกว่าปีที่แล้ว ขณะที่ยักษ์ใหญ่วอลมาร์ต ที่กำลังพัฒนาเครื่องมือออนไลน์ตัวใหม่ สำหรับให้เด็ก ๆ ได้ทดลองสินค้าของเล่นแบบออนไลน์ ในขณะที่ “โคลส์” เตรียมรับยอดขายที่อาจลดลง

นอกจากนี้ ทั้งเบสต์บาย, ทาร์เก็ต, วอลมาร์ต และอื่น ๆ ยังพร้อมใจกันประกาศปิดบริการชั่วคราวในวันขอบคุณพระเจ้า ซึ่งเป็นวันแรกของเทศกาลช็อปปิ้งและมักมีลูกค้ามาต่อคิวจำนวนมาก หวังลดความแออัดที่จะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในแง่พฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภคนั้นยังคงเป็นที่ถกเถียงกันระหว่างกลุ่มที่คาดว่าสภาพเศรษฐกิจจะทำให้ผู้บริโภคใช้จ่ายน้อยลงกับอีกกลุ่มที่มองว่า บรรยากาศตึงเครียดที่ต่อเนื่องมาตลอดทั้งปีจะทำให้ผู้บริโภคใช้จ่ายมากขึ้น

หนึ่งในกลุ่มหลังนี้คือ “เจฟ เกนเน็ต” ซีอีโอของเมซีส์ กล่าวว่า ห้างสรรพสินค้าและกลุ่มสินค้าความงามอาจทำผลงานได้ดีในปีนี้ เพราะผู้บริโภคไม่สามารถซื้อของในกลุ่มบริการ อย่างบัตรชมการแสดง หรือคูปองบริการสปา มาให้แก่กันเป็นของขวัญได้ เม็ดเงินจึงอาจไหลมาที่ห้าง และสินค้าความงามแทน

คงต้องรอดูกันว่า เทศกาลช็อปปิ้งแบล็กฟรายเดย์ ปีนี้จะออกมาเป็นอย่างไร