เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นิด้าผนึกภาคีขับเคลื่อน ‘ผ้าไทย’ สู่สินค้ามูลค่าสูง สร้างเศรษฐกิจสีชมพูให้ชุมชนไทย
Economic นิด้าผนึกภาคีขับเคลื่อน ‘ผ้าไทย’ สู่สินค้ามูลค่าสูง สร้างเศรษฐกิจสีชมพูให้ชุมชนไทย
จากโหนกระแสสู่ ‘ประกันลูกทรพี’ สังคมไทยมาถึงจุดนี้แล้วจริงหรือ?
Finance จากโหนกระแสสู่ ‘ประกันลูกทรพี’ สังคมไทยมาถึงจุดนี้แล้วจริงหรือ?
ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณ 67,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณ 67,350 บาท
‘ออริจิ้น’ แก้เกมกู้ไม่ผ่านพุ่ง 40% ชูคอนโดฯพร้อมอยู่-ลุยตลาดเช่า
Real Estate ‘ออริจิ้น’ แก้เกมกู้ไม่ผ่านพุ่ง 40% ชูคอนโดฯพร้อมอยู่-ลุยตลาดเช่า
ประเทศไทย คนดูข่าวจากครีเอเตอร์ อันดับ 1 ของโลก มากกว่าดูจากสื่อ
News ประเทศไทย คนดูข่าวจากครีเอเตอร์ อันดับ 1 ของโลก มากกว่าดูจากสื่อ
น้ำท่วมปี’69 ราคาสินค้ายังไม่พุ่ง ‘สนค.’ ชี้เสี่ยงซ้ำเติมรายได้-เงินออมประชาชน
Economic น้ำท่วมปี’69 ราคาสินค้ายังไม่พุ่ง ‘สนค.’ ชี้เสี่ยงซ้ำเติมรายได้-เงินออมประชาชน
ตระกูลเวสตัน ทุ่ม 8.9 พันล้านเหรียญ ซื้อ Boots จ่อปิดดีลต้นปี 2027
Business ตระกูลเวสตัน ทุ่ม 8.9 พันล้านเหรียญ ซื้อ Boots จ่อปิดดีลต้นปี 2027
สยามพิวรรธน์ จัด 3 บิ๊กอีเวนต์รับงานประชุม IMF–World Bank
Business สยามพิวรรธน์ จัด 3 บิ๊กอีเวนต์รับงานประชุม IMF–World Bank
ดีบีดีเปิดปฏิบัติการ ‘ยุทธรัฐ’ ปูพรม 3 จุดกลางกรุง พบ 33 บริษัทเสี่ยงนอมินี
Economic ดีบีดีเปิดปฏิบัติการ ‘ยุทธรัฐ’ ปูพรม 3 จุดกลางกรุง พบ 33 บริษัทเสี่ยงนอมินี
Google ใจป๋า แจก Gemini Enterprise ฟรี ผ่าน AiPASS 2.0 แต่ต้องเรียน
Tech Google ใจป๋า แจก Gemini Enterprise ฟรี ผ่าน AiPASS 2.0 แต่ต้องเรียน
ดูทั้งหมด

ภารกิจท้าทาย “HR” ขับเคลื่อนองค์กรรับนิวนอร์มอล

24 ก.ย. 2563 | 18:45น.

ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่(COVID-19) ทำให้เกิด newnormal ที่มาพร้อมกับ newchallenge (ความท้าทายใหม่) ที่ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อธุรกิจ องค์กร หากยังส่งผลต่อการบริหารงานบุคคลด้วยผลเช่นนี้ จึงทำให้สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) จัดสัมมนา Thailand HR Forum 2020 ภายใต้หัวข้อ “Bridging the NewNormal : Agile People, Performance,and Platform” โดยมีวิทยากรซึ่งเป็นผู้บริหารจากหลากหลายองค์กรชั้นนำมากกว่า 50 คนมาร่วมพูดถึงมุมมองความคิด สิ่งที่ได้เรียนรู้จากวิกฤต และการมองไปข้างหน้า

เพียงแต่ในที่นี้ขออนุญาตนำมุมมองของ 3 ผู้บริหารมานำเสนอ

ผ่าวิกฤตด้วยแนวคิด “VUCA”

“ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ภาวะผู้นำท่ามกลางวิกฤตมีหลากหลายมิติที่ต้องพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นมิติธุรกิจ มิติการเงิน มิติพื้นฐานขององค์กร อันได้แก่ กระบวนการทำงาน, เทคโนโลยี และที่สำคัญที่สุดคือมิติคน

 

“เวลาพูดถึงภาวะผู้นำในวิกฤตจะพูดถึงเรื่องโควิด-19 อย่างเดียวคงไม่พอ จะเห็นได้ว่าก่อนหน้านี้ธุรกิจต่าง ๆ ถูกหลายสิ่งหลายอย่างเข้ามาdisrupted อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีดิจิทัล, พฤติกรรมผู้บริโภค, การสร้างความผูกพันของลูกค้า และโมเดลธุรกิจใหม่ เพราะโลกไม่ได้เดินด้วยจังหวะเดิมอีกต่อไป หลายธุรกิจเจอปัญหา เช่น ในธุรกิจโรงแรมของดุสิตธานีในช่วงต้นปีเริ่มได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ในประเทศจีน จากนั้นไม่นานก็เจอผลกระทบจากที่ประเทศไทยล็อกดาวน์”

“สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เข้าใจว่าเราคิดผิดที่นึกว่าจะมีเวลาอีกสักหน่อยในการรองรับปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่กลับกลายเป็นต้องรองรับปัญหาเหล่านั้นในเพียงชั่วข้ามคืน ดังนั้น การเข้าใจลักษณะของวิกฤตจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเราสามารถอธิบายวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ได้ด้วยแนวคิด VUCA เพราะเมื่อเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น จะรู้จักวิธีรับมือกับการเปลี่ยนแปลง โดย VUCA คือคำย่อของ V-volatility การเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นรวดเร็ว และไม่มีรูปแบบ, U-uncertainty การเปลี่ยนแปลงมีความไม่แน่นอน,C-complexity การเปลี่ยนแปลงมีความซับซ้อน และ A-ambiguity การเปลี่ยนแปลงมีความคลุมเครือ”

“VUCA ทำให้เราเข้าใจความจริงแท้ใน 2 ประการ คือ หนึ่ง best was yesterday วิกฤตทำให้สิ่งที่เคยดีที่สุดในอดีตไม่ตอบโจทย์ในปัจจุบันหรืออนาคต การเรียนรู้จากความสำเร็จอย่างเดียวคงไม่พอ แต่ต้องศึกษาองค์กร และเรื่องราวที่ผิดพลาดด้วย สอง best thinking is in demand today and tomorrow ความคิดดีที่ดีสุดคือการคิดจากปัจจุบันหรืออนาคต โดยใช้แนวคิด design thinking เพื่อเข้าถึงปัญหา ผู้คน คิดค้น และทดสอบ”

“ศุภจี” กล่าวต่อว่า การที่เราจะประสบความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนองค์กร ผู้บริหารไม่สามารถทำได้คนเดียวสำเร็จ จำเป็นต้องมีคนในองค์กรช่วย โดยสิ่งสำคัญคือจะทำอย่างไรให้คน 95% มาช่วย สาเหตุที่เป็น 95% เพราะว่าในทุกการเปลี่ยนแปลงจะมีคนไม่เกิน 5% ที่พร้อมจะเดินไปด้วยกับเราเสมอ และคน 95% มักคิดว่าจะรอดูก่อน

“ดังนั้น หน้าที่ของ HR และผู้บริหารคือต้องทำคนกลุ่มใหญ่ที่กำลังรอดูเปลี่ยนมาอยู่กับอีกกลุ่มหนึ่ง วิธีที่ใช้ได้มีอยู่ 2 แบบ คือ 1.ผู้บริหารเป็นผู้สื่อสาร เช่น การประชุมรวมทุกคน (town hall) หรือการประชุมโต๊ะกลมคุยกันอย่างใกล้ชิด 2.ส่งต่อสารจากผู้บริหาร โดยหาวิธีการส่งต่อความต้องการของผู้บริหารไปให้คนในองค์กรเข้าใจ และเดินไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งทั้ง 2 แบบนี้ HR จะเป็นตัวกลางเชื่อมประสานระหว่างผู้บริหารและพนักงานให้เข้าใจตรงกันถึงสิ่งที่องค์กรกำลังจะเดินต่อไป”

โควิดเร่งองค์กรปรับตัวเร็วขึ้น

“กระทิง-เรืองโรจน์ พูนผล” ประธานบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ซึ่งเป็นหน่วยงานพัฒนาแอปพลิเคชั่น และซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ให้กับกสิกรฯ กล่าวว่า ผลกระทบของโควิด-19เร่งเครื่องการเปลี่ยนแปลงจาก 2 ปี เหลือเพียง 2 เดือน โดยตลาด e-Commerceช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาเติบโตอย่างมากจะเห็นได้ธุรกิจอาหาร, เสื้อผ้า, เครื่องใช้ไฟฟ้า ปรับธุรกิจเป็นออนไลน์ 100% ซึ่งธุรกิจธนาคารก็ปรับเป็น harmonize channel หรือการลดการสัมผัสกันโดยตรง

“นอกจากโควิด-19 จะเป็นวิกฤต แต่สามารถสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ FinTech ได้ เฉพาะยอดธุรกรรมของกสิกรฯเติบโตจาก 5% เป็น 78% ในช่วงเวลาแค่ 2 เดือน มีการเปิดบัญชีใหม่ถึง 200,000 บัญชี ดังนั้น ช่วงวิกฤตจึงเป็นตัวพิสูจน์ความสามารถบริษัทที่ต้องเค้นความมหัศจรรย์ขององค์กรทั้งหมด เพื่อปรับตัว และเอาตัวรอด ทำในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะทำได้มาก่อนในอดีต เช่นในอดีตที่มีความเชื่อว่า work from home ทำให้พนักงานไม่ตั้งใจทำงานเท่ากับอยู่ในออฟฟิศ แต่จากผลสำรวจจากประเทศจีนมีถึง 83% เชื่อว่าการทำงานจากบ้านทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

“โควิด-19 เร่งเครื่องในหลายธุรกิจ ทำให้บางตลาดธุรกิจเติบโตขึ้นมาอยู่แถวหน้า หรือบางธุรกิจที่เคยวางตำแหน่งตัวเองแข่งขันกับธุรกิจใหญ่ ๆ จากต่างประเทศ แต่ตอนนี้ถูกบังคับให้รีเซต เริ่มต้นธุรกิจ ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กกลับมาตั้งต้นและสู้ได้อย่างเท่าเทียม และต่อจากนี้ไปทุกองค์กรต้องต่อสู้ในวิถีทางที่เหมือนยังอยู่ในช่วงวิกฤติโควิด-19

แม้โรคระบาดจะจางไปแล้วก็ตาม ผมเชื่อว่าเหตุการณ์โควิด-19 เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าไม่มีใครทำนายได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต โมเดลธุรกิจสำหรับอนาคตยากที่จะคาดเดา เพราะต่อจากนี้ผู้บริโภคไม่อดทนอีกต่อไปกับประสบการณ์ที่ต่ำกว่าคำว่ามหัศจรรย์ ประสบการณ์ของลูกค้าที่ดีหรือไม่ดีจะถูกเผยแพร่ไปอย่างรวดเร็ว”

“ที่สำคัญ ธุรกิจต้องสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดี และสามารถไปอยู่ทุกที่ทุกเวลาที่ลูกค้าต้องการ ส่วนเรื่องการถูกดิสรัปต์โดย AI (artificial intelligence-ปัญญาประดิษฐ์) เป็นเรื่องเก่า และล้าสมัยไปแล้ว ตอนนี้สิ่งที่ธุรกิจต้องทำคือเอาข้อมูล AI มาให้พนักงานทุกคนวิเคราะห์ให้เป็น ต้องปรับให้มีส่วนการจ้างแรงงานแบบไม่ประจำ 40%ดังเช่น กสิกรฯจ้างพนักงานบางส่วนแบบสัญญาจ้าง เพราะการจ้างแบบนี้จะทำให้ได้คนที่มีทักษะในการทำงานหลากหลาย และเป็นกลุ่มคนที่มีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอมากเสียกว่าพนักงานประจำ ทั้งนี้ ไม่มีช่วงเวลาไหนที่

ฝ่ายทรัพยากรบุคคลจะสำคัญที่สุด และเป็นฮีโร่ที่สุดเท่ากับตอนที่มีวิกฤตดังนั้น HR ต้องเป็นคนที่ตระหนักรู้เรียนรู้ เริ่มต้น และทำก่อนเสมอ”

Agile แก้อุปสรรคการทำงาน

“เปีย-มาเรีย ธอร์เลน” ผู้เชี่ยวชาญด้าน agile และผู้เขียนหนังสือ Agile People กล่าวว่า วิธีการมองคนจะสะท้อนไปถึงวิธีการบริหารคนขององค์กร ตอนนี้เราอยู่ในยุคดิจิทัลไม่ได้อยู่ในยุคอุตสาหกรรมหนักดังนั้น การจะดูแลคนด้วยวิธีการแบบเดิม ๆ ไม่ได้แล้ว ผู้บริหาร หรือHR ต้องกลับมาคิดว่าจะทำอย่างไรกับการจัดการคนในปัจจุบัน

“ในอดีตคนส่วนใหญ่มักคิดว่าการทำตามแผนที่วางไว้จะทำให้ผลลัพธ์ออกมาสมบูรณ์ที่สุด และแผนส่วนใหญ่มักจะเขียนไว้ในแบบที่คิดว่าจะสามารถควบคุมปัจจัยต่าง ๆ ได้ราบรื่นจนไปถึงเป้าหมาย ซึ่งถูกกำหนดไว้แล้ว แต่ความเป็นจริงมีความซับซ้อน และไม่ได้เป็นเช่นนั้น เมื่อมีวิกฤตโควิด-19 องค์กรต้องพบกับอุปสรรคมากมายที่ทำให้เป้าหมายเปลี่ยนไป บางองค์กรต้องมาโฟกัสกับสิ่งใหม่ กลายเป็นวางเป้าหมายแบบสั้น หรือแก้ไขเรื่องตรงหน้าแบบระยะสั้นไปก่อน เพื่อให้ผ่านอุปสรรค หรือเปลี่ยนการกำหนดผลลัพธ์ย่อย ๆ ที่จะไปถึงเป้าหมายสุดท้าย สิ่งที่เกิดขึ้นคือภาพชัดเจนที่ทำให้เข้าใจว่าแนวคิดการทำงานแบบ agile เป็นแนวคิดหนึ่งที่เหมาะสมกับยุคนี้”

“รูปแบบการทำงาน agile ต่างไปจากเดิม จากที่เคยคิดว่ามีเวลาอีกตั้ง1 ปีในการทำให้ได้ตามเป้า จึงมักทำงานเชิงรับ หรือทำตามที่เคยทำมาแล้วคนที่คิดว่ารู้ดีกว่าหัวหน้าแต่ก็ไม่เคยเสนอ หรือไม่มีโอกาสได้เสนอความคิดการยึดติดกับเรื่องเงินเดือน มุ่งประโยชน์ของตนเองมากกว่าองค์กร การทำงานแบบนี้คือการทำงานแบบเดิมของคนกลุ่มที่ทำงานให้องค์กรตามปกติ แต่ไม่มีความผูกพัน หรือไม่ต้องการสร้างประสิทธผล แต่ agile เป็นการทำงานให้ได้ตามแผนระยะสั้น ๆ เปิดโอกาสให้ตัดสินใจแก้ปัญหา และเรียนรู้ข้อผิดพลาดได้ ทั้งยังทำให้พนักงานทำงานกับคนที่หลากหลายมากขึ้น”

“สิ่งเหล่านี้จะทำให้คนกลุ่มที่ไม่มีความผูกพันกับองค์กรเปลี่ยนความคิดได้ นอกจากนั้น ระบบองค์กรต้องยืดหยุ่นให้อำนาจพนักงานตัดสินใจเกี่ยวกับงานของเขามากกว่าที่จะใช้อำนาจควบคุมพฤติกรรมการทำงานของพนักงาน แต่ HR จะต้องทรานส์ฟอร์มองค์กรไปสู่การเป็น HR agile เพราะปัญหาหลักในการทำงานของ HR คือ การจัดคน หรือโครงสร้างต่าง ๆ ให้เป็นระบบ และดำเนินการไปตามนั้น โดยที่ไม่ได้คิดว่าโลกเปลี่ยนไป”

“ถ้าองค์กรมีกระบวนการทำงานแบบสั่งครั้งเดียวจากข้างบนลงไปตามโครงสร้างองค์กรที่ยาวมาก ทำให้ความผิดพลาดที่น่าจะได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็วกลับต้องใช้เวลานานมากกว่าจะเห็นความสำเร็จของเป้าหมาย ที่สำคัญ เป้าหมายที่เราต้องการในตอนนั้นอาจไม่ใช่แล้วก็ได้ดังนั้น การจัดโครงสร้างจึงต้องทำให้ข้ามสายงานได้ และใช้การทำงานแบบทุกคนมีส่วนร่วมในเป้าหมายอย่างแท้จริง”

ถึงจะทำให้ “ความสำเร็จ” เกิดขึ้นอย่างทันท่วงที