เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
ดูทั้งหมด

โควิด-เบร็กซิต วิกฤตซ้อนวิกฤตที่อังกฤษ

02 ต.ค. 2563 | 16:50น.
เบร็กซิทกับโควิด
ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ในความรู้สึกของนักธุรกิจชาวอังกฤษหลายคน บาดแผลที่ได้รับจากวิกฤตการณ์หนี้ในระดับโลกเมื่อปี 2008 ยังไม่ตกสะเก็ดดี ก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจ เผชิญกับความไม่แน่นอนครั้งใหญ่จากการผละออกมาจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือเบร็กซิต

แต่พอถึงตอนที่ เบร็กซิต กำลังชัดเจนว่าออกหัวหรือออกก้อย จะมีข้อตกลงเป็นชิ้นเป็นอันหรือจะเป็นแยกออกจากกันชนิด “ไปตายเอาดาบหน้า” ในวันที่ 31 ธันวาคมนี้ วิกฤตอย่างใหม่ก็ถล่มโครมเข้ามาอย่างคาดไม่ถึง

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้เศรษฐกิจของอังกฤษทรุดลงหนักหนาสาหัสที่สุดในบรรดา 7 ชาติอุตสาหกรรมชั้นนำทั้งหลายในทรรศนะนักเศรษฐศาสตร์ โดยเฉพาะซีกที่วิจารณ์รัฐบาลมาตลอดยืนยันว่า เศรษฐกิจของอังกฤษไม่เคยฟื้นกลับคืนสู่สถานะที่เคยเป็นก่อนหน้าวิกฤตหนี้

การขยายตัวเชิงผลิตภาพ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นชนิดขาดไม่ได้ในการพัฒนามาตรฐานการครองชีพในระยะยาว กลับชะงักงันอยู่กับที่ การลงทุนทางธุรกิจและการขยายตัวของค่าจ้างแรงงาน ร่วงลงมาอยู่ในระดับต่ำที่สุด อ่อนแอที่สุดในบรรดาประเทศพัฒนาแล้วด้วยกัน

ความปั่นป่วนทางการเมืองในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อันเนื่องจากความขัดแย้ง เรื่องรูปแบบและวิธีการหลุดพ้นสมาชิกภาพอียู ดึงความสนใจออกจากปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไปไม่น้อย จนมีน้อยคนมากที่แสดงความกังขาออกมา เมื่ออังกฤษถูกแทนที่ด้วย อินเดีย ประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ลำดับที่ 5 ของโลก

หลายคนคาดการณ์ว่า สถานการณ์เสื่อมทรามลงเช่นนี้จะยังคงดำเนินต่อเนื่องต่อไป ถึงปี 2030 เมื่อไหร่ เศรษฐกิจ อังกฤษจะหลุดจาก 10 อันดับแรกของโลก

โรคโควิด-19 แพร่ระบาดมาถึงอังกฤษในจังหวะเวลาที่แย่ที่สุด การระบาดและความพยายามเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดซ้ำเติมเศรษฐกิจของประเทศอย่างไม่ปรานี

กิจกรรมทางเศรษฐกิจของอังกฤษลดลงราว 1 ใน 5 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) หดตัวลงเกือบ 20% แซงหน้าบรรดาชาติสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (โออีซีดี) ทั้งหลาย ที่เศรษฐกิจหดตัวอยู่ในระดับ 10%

การประกาศล็อกดาวน์เป็นเวลายาวนานกับการที่ประเทศต้องพึ่งพากลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบรุนแรงเป็นหลัก ตั้งแต่ค้าปลีก, การท่องเที่ยว, และภาคอุตสาหกรรมบริการ เมื่อบวกกับการแพร่ระบาดในอังกฤษเป็นการระบาดที่รุนแรงที่สุดประเทศหนึ่งในบรรดาประเทศภาคพื้นยุโรปด้วยกัน ทำให้สถานการณ์โดยรวมเลวร้ายลงเกินคาดหมาย

ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ เงินช่วยเหลือทั้งในรูปให้เปล่า และเงินกู้จากรัฐบาลกำลังจะสิ้นสุดลง สิ่งที่จะหลงเหลือ คือบรรดาบริษัทธุรกิจที่แบกภาระหนี้สิน กับกระแสการลอยแพคนงานระลอกแล้วระลอกเล่า

หากรวมสถานการณ์ดังกล่าวเข้ากับความเสี่ยงอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการแพร่ระบาดใหญ่ในระลอกที่สอง หรือ “โนดีล-เบร็กซิต” ที่ลักลั่น โกลาหล หรือแม้แต่การตัดสินใจ “ขึ้นภาษี” เพื่อบริหารจัดการหนี้ภาครัฐมหาศาลที่ 2.6 ล้านล้านดอลลาร์

ผลที่ได้ก็คือ โอกาสฟื้นตัวกลับมาทันทีที่การระบาดสิ้นสุดลง เป็นไปได้น้อยมาก เศรษฐกิจประเทศเสี่ยงต่อการทรุดตัวในระยะยาว สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดวิกฤตทางการเมืองระลอกใหม่ซ้ำซ้อนขึ้นมาอีกครั้ง

นักวิชาการบางคนถึงกับคาดหมายว่า จีดีพีของอังกฤษไม่มีทางฟื้นตัวกลับคืนสู่ระดับก่อนหน้าการแพร่ระบาด จนกว่าจะถึงปี 2022 ช้ากว่าประเทศพัฒนาแล้วทั้งหลาย รวมทั้งล้าหลังอีกหลายประเทศในยุโรปแน่นอน

ในสถานการณ์เช่นนี้ นโยบายเศรษฐกิจแบบ “ปะผุ” โปะโน่นปิดนี่ ไปเรื่อย ๆ หรือการสร้างวาทกรรมหรูหราทั้งหลาย ไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาแล้ว

ข้อเสนอแนะจากผู้สันทัดกรณีทั้งหลายก็คือ รัฐบาลนายกรัฐมนตรี “บอริส จอห์นสัน” จำเป็นต้องใช้โอกาสนี้กำหนดแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว มองไปข้างหน้า ไม่ใช่นโยบายการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าสั้น ๆ เหมือนอย่างหลายรัฐบาลในหลายปีที่ผ่านมาเช่น การสร้างสภาวะแวดล้อมทางด้านธุรกิจใหม่ พลิกฟื้นศักยภาพทางด้านเทคโนโลยี ลงทุนเพิ่มมากขึ้นในด้านการสร้างทักษะแรงงานใหม่ ๆ เป็นต้น

เป้าหมายต้องเป็นการขยับขยายให้เศรษฐกิจของประเทศสู่การขยายตัวอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงเพื่อพลิกฟื้นสถานการณ์เฉพาะหน้าให้หลุดพ้นจากภาวะถดถอยจากการแพร่ระบาดเท่านั้น

เมื่อวิกฤตร้ายแรงเกิดขึ้นซ้ำซ้อน ความ พยายามในการฟื้นฟูประเทศในระยะยาวก็ต้องเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเช่นเดียวกัน