ปรับกลยุทธ์รับศก.ดิจิทัล “โควิด” เร่งทรานส์ฟอร์ม “องค์กร-คน”
กระแส “ดิจิทัล” ดิสรัปต์ผลักดันให้ภาครัฐและเอกชนต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงอยู่ก่อนแล้ว
ยิ่งมีวิกฤตโควิด-19 ยิ่งเร่งเกมให้เกิดเร็วขึ้นไปอีก
นั่นทำให้การจัดงาน CAT Network Showcase 2020 หรือ CNS2020 ปีนี้พิเศษกว่าทุกปี ทั้งในแง่หัวข้อและรูปแบบการจัดงาน
พันเอกสรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท โทรคมนาคม หรือ CAT เปิดเผยว่า CAT จัดงานติดต่อกันเป็นปีที่ 11 และปีนี้เป็นครั้งแรกที่ปรับเป็น virtual event ภายใต้แนวคิด now normal ก้าวสู่วิถีใหม่ด้วย now technology, now perspective,now experience
โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญในภาคส่วนต่าง ๆ มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อเป็นแนวทางให้เห็นถึงการนำประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจในโลกยุคใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล
CAT พลิก “โควิด” เป็นโอกาส
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและบริการ บมจ.กสท โทรคมนาคม (CAT) กล่าวว่า โควิด-19 เป็นตัวเร่งให้พฤติกรรมผู้บริโภคและเทคโนโลยีเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทั้งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงไทยที่พึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลัก คาดว่าจะส่งผลต่อเนื่องอีกระยะ
ดังนั้น แนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจจากนี้จึงต้องพึ่งพาการลงทุนและการใช้จ่ายจากภาครัฐที่มีนโยบายสนับสนุนธุรกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อชดเชยความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น
“ธุรกิจต่าง ๆ ชะลอการเติบโตแต่อีคอมเมิร์ซโตขึ้น ปีนี้คาดว่าจะมีมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท โต 14% พฤติกรรมผู้บริโภคยุคนิวนอร์มอลโดยเฉพาะการขายผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ อินสตาแกรม สอดรับกับผู้ใช้เฟซบุ๊กในไทยที่เพิ่มเป็นกว่า 50 ล้านบัญชี”
ที่ผ่านมา CAT ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาธุรกิจ เช่น ธุรกิจบันเทิง ร่วมกับโรงหนังเอสเอฟ จัด “เอสเอฟ ไดรฟ์อินซินีม่า”, ด้านการศึกษา ร่วมกับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จัดสอบออนไลน์ให้นักศึกษากว่า 10,000 คนทั่วประเทศ เป็นต้น
ลุยลงทุนรับไทยแลนด์ 4.0
และทิศทางจากนี้ไปจะนำเทคโนโลยีมาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ตั้งแต่มีโครงการก่อสร้างเคเบิลใต้น้ำ (Asia Direct Cable : ADC) ในฐานะหนึ่งในภาคีสมาชิก ADC เชื่อมต่อจากฮ่องกง ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ความยาว 9,400 กิโลเมตร ลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท จะสร้างเสร็จปี 2565 สอดรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0
และสร้างศักยภาพในการแข่งขันให้ประเทศ ต่อด้วยการพัฒนาระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) รวมถึงประมูลคลื่น 5G เมื่อต้นปี และอยู่ระหว่างการศึกษาและพัฒนาโซลูชั่นที่ตอบโจทย์การใช้งานของภาครัฐ
รวมไปถึงการสร้างอีโคซิสเต็มดิจิทัลในโครงการ “ดิจิทัลพาร์ค ไทยแลนด์” ที่ศรีราชา จ.ชลบุรี บนพื้นที่ 700 ไร่ เป็นต้นแบบให้ไทยก้าวสู่ “ดิจิทัลฮับ”
และศึกษาธุรกิจดาวเทียมวงโคจรต่ำเพื่อนำมาทำให้การใช้อินเทอร์เน็ตบนเทคโนโลยี 5G ครอบคลุมขึ้น และเพื่อป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ มีบริการ “CAT cyfence” เป็นต้น
“คน” นำเทคโนโลยี
ด้าน ดร.วงกต วิจักขณ์สังสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจดิจิทัลบริษัทเดียวกันกล่าวว่า 10 ปีที่ผ่านมาเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว แม้แต่ CAT ก็โดนดิสรัปต์จากการขยายตัวของเทคโนโลยีจนต้องปรับวิสัยทัศน์ใหม่สู่การเป็น “digital solution provider” ปรับพอร์ตธุรกิจและกระบวนการภายในองค์กรใหม่ ซึ่งโควิดเร่งให้เร็วขึ้น
“การวางแผนธุรกิจต้องเปลี่ยน ต้องเร็วขึ้น จะรอให้พร้อมก่อนค่อยทำไม่ได้เเล้ว ต้องทำเลย ครั้งแรกอาจไม่สำเร็จ แต่สิ่งที่ได้คือการเรียนรู้จากสิ่งที่ทำ และนำมาพัฒนาต่อยอดให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น”
นายนนทวัฒน์ พุ่มชูศรี กรรมการผู้จัดการ เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า ความยากของการพาองค์กรสู่ดิจิทัล คือ การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร และความคิดบุคลากร ซึ่งข้อดีของโควิดคือทำให้คนเปลี่ยนได้เร็ว
“ถ้าเทคโนโลยีพร้อม แต่คนไม่พร้อมก็เดินไม่ได้ ดังนั้น ถ้าไทยจะแข่งขันสู่การเป็นเศรษฐกิจดิจิทัล บุคลากรด้านดิจิทัลต้องพร้อมด้วย คนพร้อมสปีดเร็วเท่าไรก็ได้ แต่ถ้าไม่พร้อมเร็วเท่าไรก็ไปไม่ได้”
ถอดบทเรียน NOW IBM
ด้าน นางสาวปฐมา จันทรักษ์ รองประธานกลุ่มอินโดจีน และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวในหัวข้อ “NOW IBM” ว่า การพลิกตัวสู่ดิจิทัลต้องขับเคลื่อนด้วย 3 ส่วน ได้แก่ 1.นำ AI มาวิเคราะห์ข้อมูล
ซึ่งที่ผ่านมาหลายธุรกิจมีการเก็บข้อมูลโดยเฉพาะข้อมูลลูกค้า แต่ไม่ได้นำมาวิเคราะห์ แต่ปัจจุบันหลายธุรกิจนำข้อมูลที่มีมาวิเคราะห์มากขึ้น เช่น ค้าปลีกนำข้อมูลลูกค้ามาวิเคราะห์เชื่อมโยงกับระบบหลังบ้านเพื่อจัดโปรโมชั่นหรือเสนอสิทธิพิเศษที่ตรงใจ เพิ่มโอกาสทางการขายมากขึ้น เป็นต้น
“การใช้ AI ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อทดแทนแรงงานคน AI และมนุษย์สามารถทำงานร่วมกันได้ ด้วยการผสานจุดแข็งที่มนุษย์มี คือ ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และการคิดวิเคราะห์แบบ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจได้”
2.บล็อกเชน เข้ามาสร้างความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใสให้ธุรกิจ เช่น ฝั่งยุโรปนำบล็อกเชนเข้ามาช่วยทำไฟแนนซ์เทรด ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยนำมาช่วยในการซื้อขายพันธบัตรรัฐบาล ทำให้การซื้อขายเร็วขึ้นจาก 2 สัปดาห์ เหลือ 2 วัน หรือ BCI Thailand แพลตฟอร์มและเครือข่ายจดหมายค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ที่รวมกลุ่มธนาคารพาณิชย์ 22 แห่ง และธุรกิจขนาดใหญ่ 15 ราย
เพื่อให้ธุรกิจยื่นขอหนังสือค้ำประกันได้เร็วขึ้น จาก 1 สัปดาห์ เหลือ 1 วัน แนวทางนี้จะทำให้เป็น “รีจินอลบล็อกเชนฮับ”
สุดท้ายเทคโนโลยี “คลาวด์” ซึ่งมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เศรษฐกิจดิจิทัลเติบโต แต่การเก็บข้อมูลบนคลาวด์ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้บริการ
นางสาวปฐมาย้ำว่า เทคโนโลยีพัฒนาไปข้างหน้าแล้ว แต่สิ่งสำคัญคือ คน หรือบุคลากรด้านดิจิทัลที่ต้องพัฒนาควบคู่ไปด้วย ไม่เช่นนั้นจะเดินไปไม่ได้ ซึ่งไอบีเอ็มให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน
โดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษาเปิดให้มาฝึกงาน เพราะถือว่าคนเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล