ค่าเงินบาทอ่อนตัว กังวลการเมือง จับตามาตรการ ธปท.
ค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าจากความกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมือง พร้อมจับตามาตรการพยุงค่าเงินของ ธปท.
ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/11) ที่ระดับ 30.38/40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (18/11) ที่ระดับ 30.28/30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักหลังจากเคลื่อนไหวในทิศทางที่อ่อนค่าติดต่อกันเป็นเวลา 5 วัน เนื่องจากนักลงทุนกลับมามีความกังวลต่อตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้
ในขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตสะสมจากการติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐมีจำนวนมากกว่า 250,000 รายแล้ว ประกอบกับนักลงทุนเริ่มคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เนื่องจากตลาดยังมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ฟื้นจากภาวะถดถอย และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังไม่สามารถควบคุมได้
ในส่วนของค่าเงินบาทนั้น ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (18/11) หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กังวลว่าค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติกลับมาลงทุนในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่
โดย กนง.จะติดตามสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยนและเงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างใกล้ชิด และในช่วงสายของวันนี้ นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.อยู่ระหว่างพิจารณามาตรการเหมาะสมมาดูแลค่าเงินบาทที่แข็งค่าเร็ว ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ธปท.เข้าไปดูแลเงินบาทอย่างต่อเนื่องโดยจะเห็นได้จากช่วง 5 ปีที่ผ่านมาทุนสำรองทางการระหว่างประเทศเพิ่มสูงขึ้นมาก ก็เป็นผลจากการดำเนินการดังกล่าวด้วย
ซึ่งทาง ธปท.จะชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมของมาตรการดูแลเงินทุนเคลื่อนย้ายเพื่อป้องกันการแข็งค่าของค่าเงินบาทในวันศุกร์นี้ (20/11) ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 30.33-30.41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.40/42 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/11) ที่ระดับ 1.1835/38 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (18/11) ที่ระดับ 1.1880/82 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรปรับตัวอ่อนค่าลงตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ และการเจรจา Brexit ที่ยังคงไม่มีความคืบหน้า ประกอบกับสถานการณ์ของผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดในสหภาพยุโรปที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1820-1.1857 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1831/34 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/11) ที่ระดับ 103.82/84 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (18/11) ที่ระดับ 103.88/90 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวในกรอบแคบแม้ว่าความคืบหน้าของผลการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์ และบริษัทไบโอเอนเทค จะมีประสิทธิภาพสูงถึงกว่า 93%
แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสหรัฐและยุโรปยังคงน่ากังวล ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 103.70-104.07 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 104.02/04 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนใบอนุญาตสร้างบ้านสหรัฐเดือนตุลาคม (19/11) จำนวนที่อยู่อาศัยเริ่มสร้างสหรัฐ เดือนตุลาคม (19/11) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสหรัฐ (19/11) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสหรัฐ (19/11)
ดัชนีอุตสาหกรรมผลิตโดยธนาคารกลางสหรัฐ สาขาฟิลาเดลเฟีย เดือนพฤศจิกายน (19/11) ยอดขายบ้านมือสองสหรัฐเดือนตุลาคม (19/11) ดัชนีราคาผู้บริโภคญี่ปุ่น (19/11) ดัชนี PMI ญี่ปุ่น (20/11) ตัวเลขนำเข้า-ส่งออกของไทยเดือนตุลาคม (20/11) และยอดค้าปลีกสหราชอาณาจักรเดือนตุลาคม (30/11)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.8/0.95 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -0.15/+1.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ