เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 วิธีลงคะแนน 7 หมายเลข เช็กบัตรดี-บัตรเสีย
HR เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 วิธีลงคะแนน 7 หมายเลข เช็กบัตรดี-บัตรเสีย
อยุธยาท่วมแล้ว 6 อำเภอ ผู้ว่าฯ เร่งรับมือน้ำเจ้าพระยาระบายเพิ่ม เสริมบังเกอร์ป้องกันโบราณสถาน
เศรษฐกิจภูมิภาค อยุธยาท่วมแล้ว 6 อำเภอ ผู้ว่าฯ เร่งรับมือน้ำเจ้าพระยาระบายเพิ่ม เสริมบังเกอร์ป้องกันโบราณสถาน
ภูเก็ตเปิดเวที Greenest Cities Phuket ดันภาคใต้สู่เมืองเขียว
เศรษฐกิจภูมิภาค ภูเก็ตเปิดเวที Greenest Cities Phuket ดันภาคใต้สู่เมืองเขียว
กสิกรไทย ปรับขึ้นค่ารักษาพนักงาน เบิกได้สูงสุดปีละ 300,000 บาท จัดเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ช่วยค่าครองชีพ
Finance กสิกรไทย ปรับขึ้นค่ารักษาพนักงาน เบิกได้สูงสุดปีละ 300,000 บาท จัดเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ช่วยค่าครองชีพ
ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลา พระบรมราชชนก วันมหิดล 2569
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลา พระบรมราชชนก วันมหิดล 2569
SACIT ร่วมตีความ “MOLLY” มุมมองใหม่ ในนิทรรศการ “MOLLY 20th Anniversary”
Biz Movement SACIT ร่วมตีความ “MOLLY” มุมมองใหม่ ในนิทรรศการ “MOLLY 20th Anniversary”
‘เปี๊ยก โปสเตอร์’ ศิลปินแห่งชาติ ตำนานผู้สร้างใบปิดหนังไทย เสียชีวิต อายุ 93 ปี
News ‘เปี๊ยก โปสเตอร์’ ศิลปินแห่งชาติ ตำนานผู้สร้างใบปิดหนังไทย เสียชีวิต อายุ 93 ปี
เปิดผลสำรวจคุณธรรมและทุนชีวิตปี’69 คนไทยมีคุณธรรมระดับพอใช้
Biz Movement เปิดผลสำรวจคุณธรรมและทุนชีวิตปี’69 คนไทยมีคุณธรรมระดับพอใช้
โรดโชว์สหรัฐหนุนหุ้นนิคมฯ จับตา WHA-AMATA เด่น รับธีม FDI-Data Center
Finance โรดโชว์สหรัฐหนุนหุ้นนิคมฯ จับตา WHA-AMATA เด่น รับธีม FDI-Data Center
ราคาทองวันนี้ (24 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,300 บาท
ดูทั้งหมด

ส่องอนาคตสินค้าส่งออกปีหน้า รถยนต์-อาหาร-ยาง ทิศทางบวก

28 พ.ย. 2563 | 08:16น.
ตู้คอร์เทนเนอร์

ภาพการส่งออกของไทยในเดือน ต.ค. 2563 ที่มีมูลค่า 19,376.68 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 6.71% ถือว่าทำได้ดีกว่าที่คาด เห็นสัญญาณดีจากการฟื้นตัวของการส่งออกสินค้าที่มาจากภาคการผลิตจริง ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 17,330.15 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 14.32% เกินดุลการค้า 2,046.53 ล้านเหรียญสหรัฐ

ส่งผลให้ขณะนี้ยอดรวมการส่งออก 10 เดือนของปี 2563 (ม.ค.-ต.ค.) มีมูลค่า 192,372.77 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 7.26% การนำเข้ามีมูลค่า 169,702.56 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 14.61% โดยยังเกินดุลการค้ามูลค่า 22,670.21 ล้านเหรียญสหรัฐ

ซึ่งเป็นที่น่าจับตามองว่าสัญญาณการส่งออกไทยในปี 2564 จะมีแนวโน้มเป็นอย่างไร หลังจากประเทศต่าง ๆ ได้เร่งพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ออกมาอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะเห็นผลชัดเจนในปีหน้า

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า แนวโน้มการส่งออกไทยทั้งปี 2564 ยังมีทิศทางเป็นบวก จากทั้งปี 2563 ซึ่งคาดว่าจะติดลบ 7%

โดยปัจจัยบวกสำคัญที่จะมาช่วยการส่งออกในปีหน้าเป็นผลจากการใช้มาตรการผ่อนคลายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากปัญหาโควิด-19 ของแต่ละประเทศ การบังคับใช้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) และนโยบายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจรวมไปถึงค่าเงินบาทด้วย

ฝ่าปัจจัยลบปี’64

ส่วนปัจจัยลบที่ต้องติดตามคือ ปัญหาเรื่องของโลจิสติกส์ ซึ่งขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ก็อยู่ระหว่างการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหารือกับเอกชนในการหาแนวทางช่วยเหลือ ทั้งปัญหาค่าระวาง และตู้ขนส่งไม่เพียงพอ การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งยังคงมีปัญหาของการแพร่ระบาดของโควิด-19 กระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและกระทบต่อการนำเข้าสินค้า เพราะกลุ่มประเทศเหล่านี้ล้วนเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทย เห็นได้จากสินค้าเครื่องดื่มที่ส่งออกหลักลดลง

จับตาการพัฒนาวัคซีน

สำหรับแนวโน้มตลาดยังมองว่า สหรัฐ ญี่ปุ่น และจีน ยังเป็นตลาดสำคัญและการส่งออกยังไปได้ดี แต่ตลาดค้าชายแดน หากปิดด่านชายแดนต่อเนื่องก็จะมีผลต่อการส่งออก แม้ว่าเวียดนามจะส่งออกฟื้นตัวแล้วก็ตาม ส่วนสินค้าที่มีโอกาสเติบโตดีมี 4 กลุ่ม คือ อาหาร อุปกรณ์ทางการแพทย์ อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับ
การทำงานที่บ้าน และยานยนต์

เป้าหมายการส่งออกสินค้า

“หากการพัฒนาวัคซีนเข้ามาความต้องการนำเข้าสินค้าอุปกรณ์ทางการแพทย์กลุ่มนี้อาจลดลง โดยเฉพาะสินค้าผลิตภัณฑ์แปรรูปจากยางพารา เนื่องจากจะเห็นว่าช่วงปลายปี 2563 จีนมีการนำเข้าน้ำยางดิบเพิ่มขึ้นเพื่อผลิตสินค้าเอง โดยที่ไทยต้องการส่งออกสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น เพราะจีนต้องการที่จะนำเข้าเพื่อไปผลิตเอง”

ปูพรมกิจกรรมหนุนส่งออก

นายวิทยากร มณีเนตร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรมเตรียมแผนผลักดันการส่งออกผลไม้ในปี 2564 ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรม 39 กิจกรรม โดยยึดนโยบายตลาดนำการผลิต ให้ความสำคัญในการทำตลาด 3 รูปแบบด้วยกันคือ

1.รูปแบบกิจกรรมปกติ (offline) ทั้งหมด 24 กิจกรรม เช่น งานนำผู้ประกอบการร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย การตลาด ร่วมกับห้างสรรพสินค้าในต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีน การส่งเสริมการขายผ่านช่องทางการค้าปลีกสมัยใหม่ การเจรจาการค้าทั้งในและต่างประเทศ

2.รูปแบบกิจกรรมออนไลน์ (online) มีทั้งหมด 6 กิจกรรม เช่น การจัดกิจกรรมเจรจาการค้าในรูปแบบออนไลน์ โดยมอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ในการหาคู่เจรจาการค้าและจัดกิจกรรมเจรจาการค้ารูปแบบออนไลน์ขึ้น

และ 3.รูปแบบกิจกรรมผสม (hybrid line) มีทั้งหมด 9 กิจกรรม โดยจัดให้มีกิจกรรมแสดงสินค้าผ่านระบบออนไลน์ในรูปแบบเสมือนจริง คือกิจกรรม Mirror & Mirror ในงานแสดงสินค้าที่จะไปเข้าร่วมทั้งจีน ญี่ปุ่น กัมพูชา เวียดนาม เป็นต้น

ทั้งนี้ กิจกรรมทั้งหมดอยู่ภายใต้กลยุทธ์ในการผลักดันการส่งออก โดยมีเป้าหมายในการขยายการส่งออกไปในตลาดใหม่ เมืองรองในจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย ผ่านการเพิ่มช่องทางการตลาดในรูปแบบออนไลน์และแพลตฟอร์มใหม่ ๆ เป้าหมายการส่งออกผลไม้ทั้งปีอยู่ที่ 8%

ทูน่าปี’64 โต 5-10%

นายชนินทร์ ชลิศราพงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวโน้มการส่งออกทูน่า ปี 2564 คาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 5-10% ต่อเนื่องจากปีนี้ โดยปัจจัยหลักอานิสงส์ของสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การส่งออกเติบโตเพิ่มขึ้น จากภาพรวมทั้งปีน่าจะเติบโต 15% สูงจากปีที่ผ่านมา มูลค่า 7-8 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ล่าสุดรัฐบาลบรรลุความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) นั้นยิ่งส่งผลให้ภาพรวมอุตสาหกรรมทูน่าไทยส่งออกปีละไม่ต่ำกว่า 8 หมื่นล้านบาท หลังจากข้อตกลงอาร์เซ็ปมีผลบังคับใช้ ข้อจำกัดเดิมก็หมดไปทำให้ส่งออกได้มากขึ้น

ส่วนมาตรการและนโยบายภาครัฐ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับกำหนดเสถียรภาพค่าเงินบาทถือว่าดีมาก ขอบคุณแบงก์ชาติที่พยายามช่วยกระตุ้นในส่วนนี้ สเต็ปแรกดีมาก แต่ก็คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด สมาคมทูน่าเติบโตดีเพียงแต่สินค้าเกษตรอื่นต้องเติบโตด้วย ซึ่งกรอบที่สมดุลที่จะผลักดันการส่งออกทุกเซ็กเตอร์ควรจะอยู่ที่ 33 บาท และการส่งออกปีหน้าจะเริ่มดีขึ้น

โควิดระลอกใหม่ทุบส่งออกไก่

นายคึกฤทธิ์ อารีปกรณ์ ผู้จัดการสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมการส่งออกไก่ในครึ่งปีแรก 2563 อยู่ที่ 4.7 แสนตัน เพิ่มขึ้น 2% มูลค่า 5.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 1,000 ล้านบาท เนื่องจากปัจจัยการระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้ตลาดหลักมีการนำเข้าน้อยลง โดยเฉพาะอียู ทำให้การสั่งซื้อไก่จากไทยลดลง 10% และกำหนดโควตา 2.8 แสนตันเท่านั้น จากเดิมที่ส่งออกได้กว่า 3.3 แสนตัน และในช่วงไตรมาส 4 ตลาดญี่ปุ่น การส่งออกลดลงอีก 1-2% ภาพรวมจึงต้องดูสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงระบาดระลอก 2 ดังนั้นสมาคมอาจจะต้องปรับเป้าการส่งออกไก่เนื้อทั้งปี 2563 ที่ 9.5 แสนตัน จาก 9.8 แสนตัน โดยต้องดูสถานการณ์โควิดในอียูเป็นหลัก

“คงต้องลดเป้าที่กำหนดเล็กน้อย จากปัจจัยโควิดเท่านั้น ถ้าอียูคุมได้ สถานการณ์จะดีขึ้น ตอนนี้เราพยายามเปิดตลาดเพื่อนบ้านให้มากขึ้น ทั้งจีนและสิงคโปร์ อย่างไรก็ตาม ขอให้รัฐบาลรักษาค่าเงินบาทอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยในวันที่ 25 พ.ย. จะมีการประชุมสมาคม เพื่อสรุปแผนการดำเนินงาน และประเมินทิศทางการส่งออกปี 2564”

ข้าวยังมีโอกาส 7 ล้านตัน

นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า สมาคมคาดการณ์การส่งออกข้าวปี 2564 มีแนวโน้มว่าปริมาณจะเพิ่มสูงกว่าปี 2563 ซึ่งประเมินว่าจะส่งออกได้เพียง 6 ล้านตัน ต่ำกว่าเป้าหมายที่่วางไว้ 6.5 ล้านตัน ปัจจัยสำคัญมาจากแนวโน้มราคาข้าวหอมมะลิ ข้าวขาว ข้าวเหนียวลดลงจากคู่แข่ง ซึ่งคาดว่าผู้นำเข้าข้าวจะหันมาซื้อข้าวไทยมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งออกยังกังวลว่าอนาคตไทยจะแข่งขันลำบากมากขึ้น หากประเทศไทยยังไม่มีการพัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่ เพื่อใช้ในการแข่งขัน ขณะที่เวียดนามพัฒนาพันธุ์ข้าวมากขึ้น โดยเฉพาะข้าวพันธุ์ ST24 เวียดนามที่คว้ารางวัล World’s Best Rice นี่จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของการส่งออกข้าว

เครื่องนุ่งห่มลุ้นปัจจัยบวก

นายยุทธนา ศิลป์สรรค์วิชช์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าปีหน้าต้องการให้การส่งออกกลับมาขยายตัวไม่น้อยกว่ายอดของปี 2562 ซึ่งเป็นปีที่ไม่มีวิกฤต ถือเป็นเป้าหมายแรกจากปีนี้คาดว่าจะติดลบ 18% ดังนั้นปีหน้าก็จะตั้งเป้ากลับมาโต 18% จากปี 2563

สำหรับตลาดส่งออกทุกตลาดติดลบเกือบทั้งหมดในปีนี้ แต่ที่หนักคือตลาดสหรัฐ ที่คาดว่าปีนี้จะติดลบ 5% และตลาดญี่ปุ่น ปีนี้คาดว่าติดลบ 25%

อย่างไรก็ตาม ปีหน้ายังคงเน้นส่งออกตลาดเดิม แต่จะมุ่งผลักดันให้ตัวเลขส่งออกมากขึ้น ซึ่งคาดว่ากลางปีหน้าเป็นต้นไป งาน outdoor ต่าง ๆ จะมีมากขึ้น และทำให้มีการใช้เสื้อผ้ามากขึ้น

นายยุทธนากล่าวว่า ปัจจัยบวกต่อการส่งออกในปีหน้า เป็นผลจากการวิจัยและพัฒนาวัคซีน ประกอบกับการคลายมาตรการล็อกดาวน์ (lock down) ของประเทศต่าง ๆ และภาพรวมเศรษฐกิจโลกปรับดีขึ้น ขณะเดียวกัน ไทยยังมีปัจจัยบวกจากที่ได้ลงนามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ประมาณกลางปีหน้า

ส่วนปัจจัยลบคือปัจจัยจากอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทแข็งค่า ประกอบกับต้นทุนการผลิตของไทยสูงจากที่ไทยไม่มีสิทธิประโยชน์การค้าเพิ่ม และห่วงโซ่การผลิต (supply chain) ย้ายไปที่เวียดนาม ชัดเจนและปัญหาแรงงานต่างด้าวย้ายธุรกิจอื่น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การส่งออก