กสิกรไทย ปรับขึ้นค่ารักษาพนักงาน เบิกได้สูงสุดปีละ 300,000 บาท จัดเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ช่วยค่าครองชีพ
แบงก์กสิกรไทย ปรับสภาพการจ้างพนักงานใหม่ เบิกค่ารักษาพยาบาลได้เพิ่มขึ้น สูงสุดปีละ 300,000 บาท มีผล 1 ม.ค.70 จัดโครงการเงินกู้สวัสดิการ “K ช่วย K ก้าวผ่านเศรษฐกิจที่ท้าทาย” ช่วยค่าครองชีพ ต.ค.-ธ.ค.69 กู้ได้สูงสุด 50,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำ 0.75% ต่อปี พร้อมปรับเกณฑ์ช่วยเหลือเพื่อเปลี่ยนผ่านอาชีพ
รายงานแจ้งว่า ธนาคารกสิกรไทย ได้มีการทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ร่วมกับสหภาพแรงงานธนาคารกสิกรไทย และ สหภาพแรงงานผู้บังคับบัญชาธนาคารกสิกรไทยใหม่ โดยจะมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลพนักงาน เพิ่มจำนวนเงินสูงสุดจากปีละ 250,000 บาท เป็น 300,000 บาท ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2570 และสะสมยอดเงินคงเหลือเพื่อใช้ในปีถัดไปได้ไม่เกิน 1 ปี
นอกจากนี้ มีการปรับเพิ่มสิทธิการเบิก โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย.2569 ในกรณี ค่ารรรมเนียมแพทย์รวมค่าบริการ (ผู้ป่วยนอก) ไม่เกินครั้งละ 1,500 บาท และ กรณี ค่าทำ MRI / CT SCAN / X-RAY COMPUTER และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แพทย์อ่านผล / ค่าฉีดสี ไม่เกิน 14,000 บาท
ขณะเดียวกันเพื่อเหลือพนักงานจากภาวะเศณษฐกิจที่ค่าครองชีพเพิ่มขึ้น จากวิกฤตด้านพลังงาน ธนาคารได้จัดโครงการเงินกู้สวัสดิการ “K ช่วย K ก้าวผ่านเศรษฐกิจที่ท้าทาย” ระหว่างวันที่ 1 ต.ค.-30 ธ.ค.2569 โดยพนักงานที่ผ่านการทดลองงานแล้ว สามารถกู้ได้วงเงินสูงสุด 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0.75% ต่อปี ผ่อนชำระไม่เกิน 3 ปี เริ่มผ่อนตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2570 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์เงินช่วยเหลือพนักงานที่ขอลาออกจากงาน ในส่วนของพนักงานบริการ และ พนักงานชั้นกลาง อายุงาน 15 ปีขึ้นไป, ผู้ช่วยหัวหน้าส่วน อายุงาน 20 ปีขึ้นไป และหัวหน้าส่วน อายุงาน 25 ปีขึ้นไป และการขอเกษียณอายุก่อนกำหนด (ทุกตำแหน่ง อายุ 55 ปีขึ้นไป) รวมถึงกรณีเกษียณอายุ ถึงแก่กรรม และทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร ให้มีสิทธิได้รับเงินค่าชดเชยตามกฎหมาย โดยให้มีผลใช้บังคับกับพนักงานที่เข้าทำงานใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2570 เป็นต้นไป
รวมถึงมีการกำหนด “การให้ความช่วยเหลือเพื่อเปลี่ยนผ่านอาชีพ” โดยผ่อนปรนหลักเกณฑ์การให้เงินช่วยเหลือพนักงานที่ขอลาออกจากการเป็นพนักงาน เพื่อประโยชน์แก่พนักงานปัจจุบันที่อาจมีปัญหาความถนัดในงานอาชีพ และประสงค์เปลี่ยนอาชีพ แต่ติดขัดที่คุณสมบัติเกี่ยวกับอายุงาน ยังไม่ถึงเกณฑ์ได้รับเงินช่วยเหลือตามระเบียบสวัสติการที่มีอยู่ จึงเห็นควรผ่อนปรนเกณฑ์อายุงานลงเป็นการชั่วคราว พร้อมทั้งจ่ายเงินช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ สำหรับผู้ที่ยื่นขออนุมัติระหว่างวันที่ 25 ก.ย. – 27 ต.ค. 2569 โดยให้มีผลการลาออกในวันที่ 1 ธ.ค.2569 ได้แก่
1.พนักงานที่มีตำแหน่งองค์กร และอายุงาน ประกอบด้วย พนักงานบริการ – พนักงานชั้นกลาง อายุงาน 10 ปีขึ้นไป, ผู้ช่วยหัวหน้าส่วน อายุงาน 12 ปีขึ้นไป และ หัวหน้าส่วน อายุงาน 20 ปีขึ้นไป (ยกเว้นพนักงานที่จะเกษียณอายุปลายปี 2569)
2.ผู้ที่ได้รับการอนุมัติจกมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือตามระเบียบปัจจุบัน และเงินช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ ประกอบด้วย เงินช่วยเหลือตามระเบียบปัจจุบัน จำนวนเท่ากับ เงินเดือนรวมค่าครองชีพคูณจำนวนปีของอายุงาน และ เงินช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ จำนวน 4 เท่า ของเงินเดือน รวมค่าครองชีพ