นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
‘อนุทิน’ แจงเรียกถก ‘ผบ.ตร.’ ตามเคืนหาดฟรีด้อม-มูลนิธิ-อำนวยความสะดวกม็อบ ยินดีรับฟังข้อเรียกร้องที่มีเหตุผล ไม่ติดหากต้องไปรับหนังสือด้วยตัวเอง ย้ำทุกคนต้องทำตามสิทธิ ขออย่าพกอาวุธปืน ตรวจพบถูกดำเนินคดีแน่ พร้อมสั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์ หลังสถานการณ์เริ่มลุกลามแถบเอเชีย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเรียกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เข้ามาหรือที่ทำเนียบฯ ว่า ไม่ได้เป็นการเรียกแต่นัดกันเพื่อหารือ เนื่องจากวันที่ 6-7 พ.ย. แต่ละคนมีภารกิจและช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีเรื่องสำคัญเกิดขึ้น จึงเชิญผู้เกี่ยวข้องมาสอบถามว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร และมีแผนการดำเนินการในเรื่องที่หารืออย่างไรเพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย
“สื่อก็ไปลงว่านายกฯ เรียกผบ.ตร. มันไม่ถึงขนาดนั้น ตกใจเลยวันนี้หลังเที่ยงทุกคนเสร็จภารกิจเลยนัดกันไม่ต้องรอถึงวันจันทร์ ไม่มีอะไรพิเศษ มันมีคดีที่ภูเก็ตที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ รื้อถอนโรงแรมที่หาดฟรีดอมเอาคืนมาให้ประชาชนซึ่งเรื่องนี้ต้องมีการดำเนินคดี และมีเรื่องมูลนิธิเรื่อง สแกมเมอร์ และเรืองแฮกเกอร์ที่ยุโรป รวมถึงการอำนวยความสะดวกผู้ที่จะเข้ามาชุมนุม เพื่อกำชับว่าใช้ความละมุนละม่อม ในการดูแลผู้ชุมนุมให้ดี เป็นไปด้วยความเรียบร้อย อย่าให้เกิดความไม่สะดวกกับพวกเขา” นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีการออกคำสั่งห้ามผู้ชุมนุมประชิดทำเนียบฯ 50 เมตร นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีไม่เคยมีคำสั่งห้ามเข้า ทุกอย่างให้ดำเนินการตามกฏหมายเพราะมันมีกฎหมายอยู่แล้ว สถานที่ราชการไม่ใช่เฉพาะทำเนียบรัฐบาลทุกที่ทั้งศาลากลางจังหวัดกระทรวงต่างๆ มีกฎหมายที่ป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเกิดเหตุรุนแรงต่อสถานที่ราชการ
เมื่อถามว่าหากผู้ชุมนุมปักหลักค้างคืนจะดำเนินการอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างให้ดำเนินการตามสิทธิ รัฐบาลรับฟังความต้องการของผู้มาชุมนุมว่าเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าตรงไหนดำเนินการให้ได้ก็จะเร่งดำเนินการ ตรงไหนดูแล้วมันห่างไกล ในสิ่งที่จะดำเนินการได้ เราก็จะอธิบายให้พวกเขาฟัง ว่าจะหาวิธีให้เป็นไปตามความประสงค์ของเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเราไม่ใช่ฝ่ายตรงข้ามเราเป็นคนไทยด้วยกันทั้งนั้นรัฐบาลมองประชาชนเป็นฝ่ายตรงข้ามไม่ได้
เมื่อถูกถามถึงขอบเขตระยะเวลาการให้ชุมนุม นายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบ ส่วนข้อเรียกร้อง ให้ลดราคาน้ำมันดีเซล ทุกอย่างต้องมีเหตุมีผล
เมื่อถามว่า จะไปพบกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อรับเรื่องด้วยตัวเองหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า หากมีเรื่องที่เกี่ยวข้องเราก็จะ ดำเนินการตามที่แต่ละหน่วยงานรับผิดชอบ
เมื่อถามย้ำว่า ก่อนหน้าก่อนหน้านี้เคยรับหนังสือจากม็อบด้วยตัวเอง ครั้งนี้ไปรับด้วยตัวเองหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีคำว่าจะไปเองหรือไม่ไปเองถ้ามีเหตุมีผล ก็ไม่มีปัญหาที่จะพบกับประชาชนอยู่แล้วไม่ว่าท่านจะมาเป็นผู้ชุมนุมหรืออะไรก็แล้วแต่ เพราะท่านคือประชาชนที่ต้องรับผิดชอบ ถ้ามีความจำเป็นต้องไปพบก็ไปพบไม่มีปัญหา
เมื่อถามว่า หากผู้ชุมนุมมาจำนวนมากจะกระทบกับการเข้าไปปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน ยิ้มก่อนตอบว่า อย่าเปรียบเทียบไม่เอา
เมื่อถามว่า ประเมินการชุมนุมจะบานปลายขยายเป็นวงกว้างหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ ทุกคนมาด้วยความสงบกฎหมายบ้านเมืองมีอยู่สิทธิทุกคนมีอยู่ และเราไม่ได้ประเมินจำนวนผู้ชุมนุมเพราะมองว่าเป็นสิทธิของประชาชน ตามข้อบัญญัติเราอำนวยความสะดวกและขอให้การชุมนุมเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เรายินดีรับฟังอยู่แล้ว และตนไม่ได้ติดตามการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. จากพื้นที่ภาคใต้
“เป็นห่วงทุกคนตราบใดที่ยังอยู่ในสิทธิที่ตัวเองมีอยู่ ผมก็จะคอยอำนวยความสะดวกให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ขออย่าพกพาอาวุธปืน ไม่เอานะ ไปค้นตัวแล้วไปเจออาวุธปืนอะไรแบบนี้ไม่ได้ ต้องมาชุมนุมอย่างสงบและสันติเพราะทุกวันนี้เรามีกฎหมายชัดเจนว่าหากไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของบ้านเมือง ในขณะปฏิบัติหน้าที่พกพาอาวุธปืนไม่ได้ ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายฉะนั้นต้องระวังตรงนี้มากๆ” นายอนุทินกล่าว
เมื่อถามว่าสัปดาห์หน้ามีนายกฯ จีนเดินทางมาเข้าพบ นายอนุทิน กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะมีนายกฯจีน เดินทางมา จากนั้นจะเดินทางไปประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่ฟิลิปปินส์ และประชุมเอเปคที่ประเทศจีน สัปดาห์หน้ามีกิจกรรมและภารกิจต่างๆมากมาย

นายอนุทิน ยังกล่าวถึงสถานการณ์ภัยไซเบอร์ที่ขณะนี้ ลุกลามเข้ามาถึงประเทศแถบเอเชีย ประเทศไทยมีการเตรียมมาตรการการรับมืออย่างไร ว่า ได้สั่งการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เตรียมพร้อมไว้แล้ว
เมื่อถามย้ำว่า ต้องมีการเตรียมรับมือพิเศษหรือไม่ เพราะภัยคุกคามด้านไซเบอร์ เริ่มบานปลายเข้ามาในแถบเอเชียแล้ว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้ย้ำไปแล้วว่า ให้หน่วยงานทุกฝ่ายต้องเตรียมพร้อม รวมถึงบริษัท ห้างร้านต่างๆก็ต้องมีมาตรการและวิธีการป้องกัน เพราะเป็นภัยทางเทคโนโลยี เราต้องตามเทคโนโลยีให้ทัน