ภูเก็ตเผยผลตรวจชาวเมียนมาลักลอบเข้ามา ไม่พบโควิด กักตัว 14 วัน รอตรวจซ้ำ
รองผู้ว่าฯ ภูเก็ตระบุนำชาวเมียนมาที่หลบหนีเข้ามาสู่กระบวนการตรวจสอบโรค ผลการตรวจไม่พบติดเชื้อโควิด-19 และจะกักตัวต่ออีก 14 วัน ตามมาตรฐานกรมควบคุมโรค
เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2563 ที่ผ่านมา นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวชี้แจงกรณีการนำเสนอข่าวในสื่อออนไลน์ เกี่ยวกับแรงงานชาวเมียนมาที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2563 ว่า หลังจากได้ทราบข่าว จังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมสืบสวนโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ค้นหาแรงงานชาวเมียนมาคนดังกล่าวจนพบตัว โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการวัดอุณหภูมิ และนำเข้าสู่กระบวนการด้านสาธารณสุขในโรงพยาบาลของรัฐ ผลการตรวจเชื้อโควิด-19 เบื้องต้นไม่พบการติดเชื้อ
ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน และดำเนินการตามมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด -19 เจ้าหน้าที่ไดัให้แรงงานต่างด้าวดังกล่าว กักตัวอยู่ในโรงพยาบาลของรัฐเป็นเวลา 14 วัน เพื่อเฝ้าระวังและเป็นป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 อย่างมีประสิทธิภาพ ตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข” นายพิเชษฐ์ กล่าว
ขณะนี้จังหวัดภูเก็ตกำหนดมาตรการป้องกัน เฝ้าระวัง ติดตาม ค้นหาแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายและไม่ผ่านกระบวนการคัดกรองโรคเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยได้สั่งการให้หน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานได้ดำเนินการอย่างเข้มงวดในการดูแลแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในจังหวัดภูเก็ต พร้อมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวัง ติดตาม ค้นหาแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย สกัดกั้นการแพร่ระบาดโควิด-19 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวัง ไม่ให้มีการลักลอบเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตโดยผิดกฎหมายและไม่ผ่านกระบวนการคัดกรองโรค
หากพบ ให้ดำเนินการตามระเบียบกฎหมายและมาตรการทางด้านสาธารณสุข และให้บูรณาการส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ติดตามค้นหาแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ทั้งในสถานประกอบการและสถานที่ทำงานที่มีการใช้แรงงานต่างด้าว หากพบให้ดำเนินการตามระเบียบกฎหมายและมาตรการทางด้านสาธารณสุข
รวมทั้งให้ประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชน ช่วยกันเฝ้าระวัง สอดส่อง หากพบหรือมีบุคคลต้องสงสัยว่าเป็นแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ให้แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ หรือศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ทางสายด่วน 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการต่อไป