เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เลือกบอร์ดประกันสังคมคึก ใช้สิทธิ์พุ่ง 331% นายจ้างทะลุ 500%
News เลือกบอร์ดประกันสังคมคึก ใช้สิทธิ์พุ่ง 331% นายจ้างทะลุ 500%
อัครเดช ซัด ฝ่ายค้านขอซักฟอก 5 วัน มีแต่น้ำ ไม่มีเนื้อ ชี้ 2-3 วันก็พอ หวั่นประชาชนเบื่อ
Politics อัครเดช ซัด ฝ่ายค้านขอซักฟอก 5 วัน มีแต่น้ำ ไม่มีเนื้อ ชี้ 2-3 วันก็พอ หวั่นประชาชนเบื่อ
RX BITEC ฉายเทรนด์ความงาม จัด COSMEX ดัน T-Beauty โกอินเตอร์
Business RX BITEC ฉายเทรนด์ความงาม จัด COSMEX ดัน T-Beauty โกอินเตอร์
Tops นำข้าวกล่อง-ข้าวปั้น MaxValu กลับมาวางขายในสาขาที่ร่วมรายการ
Biz Movement Tops นำข้าวกล่อง-ข้าวปั้น MaxValu กลับมาวางขายในสาขาที่ร่วมรายการ
KIRIN รุกตลาดอาหารเสริมอาเซียน สปริงบอร์ดดีล Blackmores
Business KIRIN รุกตลาดอาหารเสริมอาเซียน สปริงบอร์ดดีล Blackmores
ViNG จับกระแสเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม แจกส่วนลด 50% สำหรับผู้ไปใช้สิทธิ์
Biz Movement ViNG จับกระแสเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม แจกส่วนลด 50% สำหรับผู้ไปใช้สิทธิ์
สันติธาร เผย 2 เวทีไทยเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank ชูบทบาทเชื่อมโลก
Economic สันติธาร เผย 2 เวทีไทยเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank ชูบทบาทเชื่อมโลก
ตีโจทย์ตลาดหุ้นไทยชู ‘TISA-TFFIF’ หนุนออม-ลงทุน
Finance ตีโจทย์ตลาดหุ้นไทยชู ‘TISA-TFFIF’ หนุนออม-ลงทุน
ฉากจบพี่โด้ กับเมสซี่
คุยกับเอกราช ฉากจบพี่โด้ กับเมสซี่
น้ำท่วมลาม Supply Chain จี้รัฐฟื้นฟูทั้งห่วงโซ่ก่อนกระทบส่งออก
Economic น้ำท่วมลาม Supply Chain จี้รัฐฟื้นฟูทั้งห่วงโซ่ก่อนกระทบส่งออก
ดูทั้งหมด

“อียู” เอาจริงไล่บี้บิ๊กเทคอเมริกัน

04 ธ.ค. 2563 | 20:14น.
คอลัมน์ Tech Times
มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

หลายปีที่ผ่านมา ยุโรปตั้งตนขึ้นเป็นโปลิสแห่งโลกดิจิทัลคอยคุมเข้มพฤติกรรมบรรดาบิ๊กเทคทั้งหลาย ประเทศที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด หนีไม่พ้นอเมริกา บ้านเกิดของเหล่าบิ๊กเทคทั้ง Google Amazon Facebook Microsoft และ Apple

ทำให้หลายคนหวังว่าเมื่อเปลี่ยนตัวผู้นำสหรัฐจาก “โดนัลด์ ทรัมป์” เป็น “โจ ไบเดน” แล้วสถานการณ์อาจดีขึ้นแต่นักวิเคราะห์มองว่า เรื่องนี้ซับซ้อนเกินกว่าแค่การเปลี่ยนตัวประธานาธิบดี เพราะอย่าลืมว่ากลุ่มประเทศยุโรปก็มีหน้าที่ต้อง “ปกป้อง” ผลประโยชน์ของตนเองเช่นกัน ทั้งยังต้องชูเรื่องความโปร่งใส เท่าเทียม และเป็นธรรมอันเป็นหลักการที่ยึดมั่นมาตลอดอีก ศึกนี้จึงน่าจะยืดเยื้อ

ประเด็นร้อนที่น่าจับตามีด้วยกัน 2 เรื่อง คือ การรุกคืบของยุโรปในการเรียกเก็บภาษี digital services tax (DST) กับบิ๊กเทคที่เข้ามาหารายได้จากดินแดนยุโรป และการคุมเข้มของอียูเพื่อต่อต้านการผูกขาดการแข่งขัน

digital services tax เป็นปัญหาค้างคาใจมานานระหว่างยุโรปกับอเมริกา โดยสหภาพยุโรป (EU) เคยเสนอให้มีการเก็บภาษี DST ในอัตรา 3% ของรายได้จากโฆษณาออนไลน์ ตลาดออนไลน์ และการนำข้อมูลผู้ใช้งานแพลตฟอร์มไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

ซึ่งบิ๊กเทคที่เข้าข่ายต้องเสียภาษีนี้ คือ บริษัทที่มีรายได้ต่อปีทั่วโลกไม่ต่ำกว่า 750 ล้านยูโร และมีรายได้จากประเทศสมาชิก EU ไม่ต่ำกว่าปีละ 50 ล้านยูโร แต่ข้อเสนอนี้ชะลอออกไปเมื่อต้นปีเพื่อหลีกทางให้เกิดการหารือระหว่างกลุ่มประเทศ OECD กว่า 130 ประเทศ ซึ่งมีอเมริการวมอยู่ด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่กี่วันก่อนฝรั่งเศสผู้สนับสนุนหลักในการบังคับใช้ DST ประกาศเดินหน้าเก็บภาษีดิจิทัลกับบิ๊กเทคอย่าง Google Facebook และ Amazon แล้ว เพราะการเจรจาของ OECD ไร้ความคืบหน้าหลังจากอเมริกาภายใต้การนำของทรัมป์ถอนตัวจากการเจรจาเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา

การเดินหน้าท้าชนของฝรั่งเศสครั้งนี้เกิดขึ้น แม้ทรัมป์จะเคยขู่ว่าหากกล้าเก็บภาษี DST กับบริษัทอเมริกัน สหรัฐจะตอบโต้อย่างสาสมด้วยการเรียกเก็บภาษีจากสินค้านำเข้าของฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น 100%

หลายประเทศในยุโรป เช่น เบลเยียม อังกฤษ ฮังการี ออสเตรีย และสเปน ต่างมีแนวโน้มที่จะนำมาตรการนี้มาปรับใช้ในประเทศของตนเช่นกัน ทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นเผือกร้อนที่ “โจ ไบเดน” ต้องขบคิดหาทางออกให้ดี

เพื่อไม่ให้กระทบความสัมพันธ์กับมิตรประเทศ และรักษาผลประโยชน์ของเอกชนของอเมริกาด้วย และต้องไม่ลืมว่าพรรคเดโมแครตต่อต้านการเก็บ DST มาตลอด โดยอ้างว่าเป็นมาตรการที่ไล่บี้เอกชนสหรัฐอย่างไม่เป็นธรรม

อีกประเด็นที่ร้อนแรงไม่แพ้กันคือ การที่ EU กระชับวงล้อมตรวจสอบเหล่าบิ๊กเทคอย่างเข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเรื่องการใช้อำนาจเหนือตลาดกดดันคู่แข่งรายย่อย

โดยกลาง พ.ย.ที่ผ่านมา EU ประกาศข้อกล่าวหา Amazon ว่าบริษัทละเมิดกฎระเบียบว่าด้วยการแข่งขันของ EU แม้คดีนี้อาจยังต้องใช้เวลาอีกนานแต่ถ้าโดนตัดสินว่าผิดจริงจะต้องจ่ายค่าปรับสูงถึง 10% ของรายได้ทั่วโลก หรือราว 3.7 หมื่นล้านเหรียญ ตามตัวเลขคาดการณ์รายได้ล่าสุดของบริษัท

ที่ผ่านมา EU พิสูจน์แล้วว่าไม่ได้เป็นแค่เสือกระดาษ โดยมี Google เป็นพยานในฐานะที่เป็นบิ๊กเทครายแรก ๆ ที่โดนสั่งปรับไปแล้วเป็นเงินกว่า 8.2 พันล้านยูโร โทษฐานละเมิดกฎระเบียบว่าด้วยการแข่งขัน

นักวิเคราะห์จาก Eurasia Group เอ็มเร่ เพ็คเกอร์ มองว่า การที่ EU ไม่มีบิ๊กเทคที่ใหญ่พอจะสู้กับอเมริกาหรือจีน ทำให้ต้องยึดบท “ผู้คุมกฎ” แห่งโลกดิจิทัล โดยอาศัยว่าเป็นฐานผู้ใช้งานกลุ่มใหญ่ของบรรดาบิ๊กเทคจึงควรมีสิทธิที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดกฎระเบียบในอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโลกด้วย

ซึ่งการเอาจริงเอาจังของ EU ในบทบาทนี้ไม่มีวี่แววว่าจะอ่อนลง จึงไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์นักสำหรับโจ ไบเดน และทีมงานเพราะนอกจากจะมีเรื่องการแบนบิ๊กเทคชั้นนำจากจีน อย่างหัวเว่ย และ TikTok แล้ว ยังมีเรื่องวุ่น ๆ จากฟากฝั่งยุโรปให้ปวดหัวอีก