ลูกหนี้ “SMEs-บ้าน” พักชำระหนี้ต่อ “กสิกร” ชี้ 30%จ่ายไม่ไหว-SCB อุ้ม 6 หมื่นล้าน
แบงก์ต่อลมหายใจลูกหนี้ยังชำระไม่ไหว ให้พักหนี้ต่อถึงกลางปี’64 เหตุผลกระทบโควิด-19 ลากยาว “กสิกรไทย”มีลูกหนี้เกือบ 30% ต้องได้รับการช่วยเหลือต่อ ส่วนใหญ่เป็น “สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี-สินเชื่อที่อยู่อาศัย” เผยธุรกิจโรงแรมหนักสุดยังต้องได้รับการช่วยเหลือต่อเนื่อง “เกียรตินาคินภัทร” เสิร์ฟพักหนี้ต่ออีก 6 เดือน-ให้ “จ่ายค่างวด” ครึ่งเดียว ฟาก “ไทยพาณิชย์” อุ้มลูกหนี้ต่ออีกราว 6 หมื่นล้านบาท
นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้มีมาตรการพักชำระหนี้ให้ลูกค้าเพิ่มเติม สำหรับรายที่ยังต้องการความช่วยเหลือต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยจะได้พักหนี้ยาวถึงกลางปี 2564 จากเดิมที่มาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สิ้นสุดไปเมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2563
ซึ่งในภาพรวมพบว่า ลูกค้าของกสิกรไทยที่ยังต้องการความช่วยเหลือต่อเนื่องมีราว 27% ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่มีขนาดไม่เกิน 100 ล้านบาท และกลุ่มสินเชื่อที่อยู่อาศัย

“ลูกค้าที่ได้รับความช่วยเหลือในระยะที่ 1 ประมาณ 73% ของวงเงินที่แบงก์ให้การช่วยเหลือไปทั้งสิ้น 8.53 แสนล้านบาท สามารถกลับมาชำระหนี้ได้เหมือนเดิม ถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของระบบที่อยู่ 66% เท่านั้น โดยเดือน พ.ย.เป็นเดือนที่ลูกค้าทยอยเริ่มกลับมาชำระหนี้งวดแรก หลังจบมาตรการพักหนี้ในเดือน ต.ค.” นายพัชรกล่าว
ทั้งนี้ ธุรกิจโรงแรมที่มีสัดส่วนราว 12% ของพอร์ตสินเชื่อคงค้าง 2.1 ล้านล้านบาท โดยเกือบทั้งหมดยังต้องได้รับความช่วยเหลืออยู่ ซึ่งอยู่ใน 27% ดังกล่าว เนื่องจากผลกระทบโควิด-19 ลากยาวนานกว่าที่ประเมินไว้เดิม ทำให้หลายโรงแรมไม่สามารถแบกต้นทุนได้ โดยเฉพาะโรงแรมขนาดเล็ก จึงต้องทยอยลดพนักงาน และลดเงินเดือนพนักงาน
โดยแบงก์กสิกรไทยมี 2 โครงการที่ช่วยเหลือลูกค้าโรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ โครงการ “เถ้าแก่ใจดี เจ้าหนี้มีใจ” ที่เป็นการช่วยให้พนักงานที่มีรายได้น้อยอยู่รอดได้ โดยร่วมมือกับเถ้าแก่จ่ายเงินเดือนพนักงาน 6 เดือน
ซึ่งปัจจุบันมีพนักงานได้รับความช่วยเหลือแล้ว 7,732 ราย คิดเป็นส่วนลดดอกเบี้ย 162 ล้านบาท และโครงการ “สินเชื่อ 0% เพื่อรักษาคนงานเอสเอ็มอี” โดยให้สินเชื่อ 0% ผ่อนนาน 10 ปี มีจำนวนพนักงานที่ได้รับความช่วยเหลือในโครงการนี้ 40,748 ราย วงเงิน 978 ล้านบาท จากที่มีบริษัทเข้าร่วม 252 บริษัท
“เรามี 2 โครงการที่ช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจโรงแรม แต่ตอนนี้วงเงิน 1,200 ล้านบาทเต็มแล้ว ซึ่งพอหมดโครงการช่วยเหลือธุรกิจกลุ่มนี้ก็ยังไม่ดี เพราะพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งที่พัทยา ภูเก็ต ลำบากมาก และพนักงานก็ทยอยกลับบ้านหมด” นายพัชรกล่าว
นายสำมิตร สกุลวิระ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ประธานสายสินเชื่อธุรกิจ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตอนนี้ลูกค้าของ KKP ประมาณ 50% หรือราว 5,000 ล้านบาท จากที่เข้ามาตรการพักหนี้ 1 หมื่นล้านบาท สามารถกลับมาชำระได้เป็นปกติ และมีจำนวนราว 30-40% ขอปรับลดค่างวดโดยขอจ่ายเพียงครึ่งเดียว
ซึ่งกลุ่มนี้ธนาคารได้ขยายเวลาลดค่างวดไปอีก 6 เดือน และกลุ่มที่ยังไม่สามารถชำระได้เลยมีอยู่ประมาณ 10% ธนาคารก็ได้ต่ออายุการพักหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยออกไปให้อีก 6 เดือน
“เราเข้าไปคุยกับลูกค้าทุกราย และแก้ปัญหาแบบรายตัว ส่วนใหญ่เกินครึ่งกลับมาชำระได้ปกติ มีบางส่วนพอจะมีรายได้กลับมาบ้าง อย่างแถบพื้นที่พัทยา แต่ภูเก็ต-กรุงเทพฯยังกระทบค่อนข้างหนัก เราก็พักหนี้ให้ต่ออีก 6 เดือน และค่อยกลับมาดูอาการกันอีกรอบ
และเมื่อถึงตอนนั้นหากไม่ไหวอีก เราก็พร้อมจะช่วยเหลือต่อ เพราะเราเชื่อว่าลูกค้ารอดเราก็รอด และคาดว่าทุกแบงก์ก็พยายามช่วยเหลือลูกค้าเต็มที่เหมือนกัน” นายสำมิตรกล่าว
นางพิกุล ศรีมหันต์ รองผู้จัดการอาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) กล่าวว่า ลูกค้าที่ขอให้แบงก์มีมาตรการช่วยเหลือหลังจากจบพักหนี้เมื่อเดือน ต.ค. เหลือคิดเป็นวงเงินสินเชื่อราว 6 หมื่นล้านบาท
จากเดิมที่เข้ามาตรการช่วยเหลือระยะแรกประมาณ 1.7 แสนล้านบาท สะท้อนสัญญาณการกลับมาชำระที่ดี โดยไทยพาณิชย์พยายามช่วยเหลือแบบเป็นราย ๆ ไป ซึ่งอาจจะได้รับการพักชำระหนี้ต่ออีก 3-6 เดือน หรือการลดภาระการชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยให้น้อยลง เป็นต้น
“พอร์ตสินเชื่อเอสเอ็มอีของไทยพาณิชย์พบว่า แนวโน้มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในไตรมาสที่ 3 ปีนี้ ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 9% จากต้นปีอยู่ที่ 8.3% ยังไม่ได้เพิ่มมาก เนื่องจากมีมาตรการของ ธปท. โดยคาดภายในสิ้นปีเอ็นพีแอลจะอยู่ที่ 9-10% หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท จากเดิม 2.6 หมื่นล้านบาท มาอยู่ที่ 2.9 หมื่นล้านบาท
ส่วนหนึ่งมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวเปราะบาง และลูกค้ายังต้องการความช่วยเหลือจากธนาคารต่อเนื่อง” นางพิกุลกล่าว