เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แสนสิริ x SCB แนะ SMEs เร่งขับเคลื่อนยั่งยืนจากเรื่องเล็ก ๆ
SD แสนสิริ x SCB แนะ SMEs เร่งขับเคลื่อนยั่งยืนจากเรื่องเล็ก ๆ
ซีเอ็ดจับมือ 4 ศิลปินไทย เปิดพื้นที่หนังสือ-ศิลปะ ในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31
Biz Movement ซีเอ็ดจับมือ 4 ศิลปินไทย เปิดพื้นที่หนังสือ-ศิลปะ ในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31
‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
Real Estate ‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
Economic จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
Business สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
Finance คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
Tech DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
Business ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
หงส์เลือกคนไม่ผิด
คุยกับเอกราช หงส์เลือกคนไม่ผิด
จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
Tech จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
ดูทั้งหมด

ม.หอการค้า เผยดัชนีเชื่อมั่น ธ.ค.วูบ หากล็อกดาวน์ทั้งประเทศหนี้ครัวเรือนพุ่ง

07 ม.ค. 2564 | 13:36น.
หนี้

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยหอการค้า เผยดัชนีเชื่อมั่น ธ.ค.วูบ 50.1 กังวลหากล็อกดาวน์ทั้งประเทศหนี้ครัวเรือนพุ่ง 90%

ม.หอการค้าไทย เผยดัชนีเชื่อมั่น ธ.ค. วูบเหลือ 50.1 ครั้งแรกในรอบ 3 เดือน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รอบใหม่ หวั่นจีดีพีหลุดเป้า 2.8% เหลือโต 2.2% ชี้หากแย่สุดกรณีล็อกดาวน์ทั้งประเทศ คาดเศรษฐกิจติดลบดิ่ง 0.3% หวังรัฐบาลขยายผล-เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการต่าง ๆ ครอบคลุม พยุงเศรษฐกิจ เผยกังวลหนี้ครัวเรือนพุ่ง 90% อาจสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ชี้รัฐบาลยังไม่จำเป็นต้องกู้เพิ่ม

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ประจำเดือนธันวาคม 2563 ว่า ปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 50.1 เป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน โดยเป็นการปรับตัวลดลงทุกรายการและทุกภูมิภาค ซึ่งปัจจัยลบมาจากความวิตกกังวลต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รอบใหม่

โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยคาดการณ์ว่าจะเริ่มคลี่คลายในไตรมาส 2 จากการปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2564 ของ กนง. อยู่ที่ร้อยละ 3.2 จากเดิมคาดไว้ที่ร้อยละ 3.6 และเงินบาทที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้น ประกอบกับปัจจัยบวกมาจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 0.50 ต่อปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง การดำเนินมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่ง และเราเที่ยวด้วยกัน ซึ่งช่วยประคองเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งราคาพืชผลทางการเกษตรที่ปรับตัวดีขึ้นหลายรายการ

สำหรับ ผลกระทบจากมาตรการยกระดับ 28 จังหวัด ให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดที่มีต่อเศรษฐกิจไทยนั้น ทั้ง 28 จังหวัด เป็นพื้นที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมร้อยละ 85.2 การเกษตรร้อยละ 34.1 และการบริการร้อยละ 75 ซึ่งถือเป็น 3 ใน 4 ของโครงสร้างเศรษฐกิจทั้งประเทศ แต่ครั้งนี้ระดับความเสียหายต่ำกว่ามาตรการ Hard Lockdown ในช่วงเดือนเม.ย. – พ.ค. 2563 ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า สถานการณ์โควิดระลอกใหม่ดังกล่าวไม่ควรยืดเยื้อเกิน 3 เดือน เนื่องจากอาจจะส่งผลให้ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยในปีนี้คาดจะอยู่ในช่วง 0.9-2.8% และในกรณีแย่ที่สุด คาดว่าจะติดลบ 0.3% ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อัดเงินเยียวยาเพิ่มเติม โดยเฉพาะจากมาตรการคนละครึ่ง ประกอบกับหากภาครัฐจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ภายใน 3 เดือน และจะทำให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวได้ในไตรมาส 2

โดยขณะนี้ ยังไม่ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจจากเดิมที่ 2.8% แต่เป็นการประเมินเศรษฐกิจตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จากตัวเลขของผู้ติดเชื้อ และมาตรการล็อกดาวน์ จึงมีความเป็นไปได้ที่ 2.2% และโอกาสที่เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 2.8% ตามประมาณการเดิม แต่หากมีการประกาศล็อกดาวน์ทั้งประเทศ กรณีเลวร้ายจะส่งผลต่อการจับจ่ายใช้สอยหนี้ครัวเรือนอาจเพิ่มสูง 90% นับเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากประชาชนไม่มีรายได้ ต้องกู้หนี้สินเพื่อใช้จ่าย ขาดการจ้างงาน คนตกงาน

” เงินกู้รัฐบาลที่เหลืออีก 400,000 ล้านบาท และงบประมาณขาดดุลอีก 600,000 ล้านบาท ที่เป็นงบที่จะใช้กระตุ้นเศรษฐกิจจากการลงทุนน่าจะเพียงพอ และยังไม่จำเป็นที่จะต้องกู้เพิ่มเติม แต่หากสถานการณ์บานปลายถึงไตรมาส 2 รัฐบาลจะมีศักยภาพในการกู้อย่างน้อย 1 ล้านล้านบาท เพราะหนี้สาธารณะในปัจจุบันอยู่ที่ 50% ของจีดีพี ตรงนี้น่าห่วง และมีพื้นที่อีก 10% ต่อจีดีพีที่จะกู้เพิ่มเติมได้ ซึ่งจีดีพีไทยอยู่ที่ 16 ล้านล้านบาท ดังนั้น คาดว่าจะสามารถกู้ได้อีก 1.6 ล้านล้านบาท เท่านั้น ทั้งนี้ยังเร็วไปที่จะประเมินไปถึงจุดนั้นเป็นเพียงการคาดการณ์”