Skip to content

ฟุตบอลโลก 2026 ลุ้นเงินสะพัด 6.86 หมื่นล้าน ฟรีทีวี-สตรีมมิ่งชี้ชะตาความคึกคัก

09 มิ.ย. 2569 | 14:55น.
ฟุตบอลโลก 2026 ลุ้นเงินสะพัด 6.86 หมื่นล้าน ฟรีทีวี-สตรีมมิ่งชี้ชะตาความคึกคัก

ม.หอการค้าไทย เผยผลสำรวจพฤติกรรมใช้จ่ายช่วง FIFA World Cup 2026 หากมีถ่ายทอดสด คาดเงินสะพัดรวม 68,635 ล้านบาท ลดลง 21.7% จากยูโร 2024 แบ่งเป็นเงินในระบบเศรษฐกิจ 21,061 ล้านบาท และพนันบอล 47,574 ล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 12 ปี จับตาความชัดเจนลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด หลังประชาชน 84.7% หนุนรัฐช่วยให้ดูฟรี

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า แม้ขณะนี้ยังต้องรอความชัดเจนเรื่องช่องทางถ่ายทอดสด โดยประชาชนส่วนใหญ่ต้องการรับชมผ่านฟรีทีวี แต่หากมีการถ่ายทอดผ่านสตรีมมิ่ง กลุ่มตัวอย่างจำนวนหนึ่งพร้อมจ่ายเพื่อเข้าถึงการรับชม รวมถึงอาจเลือกดูตามร้านอาหารหรือสถานที่ที่มีการถ่ายทอดสด 

พฤติกรรมการรับชมบอลโลกครั้งนี้จะไม่ใช่การดูทุกนัด แต่ส่วนใหญ่เลือกดู “บางนัด” หรือรอบลึก ๆ โดยช่วงเวลาที่มีคนติดตามมากอยู่ระหว่าง 23.00 น.-02.00 น. และจะเพิ่มขึ้นในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ รวมถึงบางกลุ่มอาจเลือกดูย้อนหลังหรือชมในช่วงเช้า

ด้านเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ หากมีการถ่ายทอดผ่านสตรีมมิ่ง คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 21,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากฟุตบอลยูโรเล็กน้อยราว 2.4% โดยเป็นการใช้จ่ายในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร เครื่องดื่ม กิจกรรมระหว่างรับชม การซื้อไปรษณียบัตรชิงโชค และสินค้าเกี่ยวกับฟุตบอล
อย่างไรก็ตาม หากไม่มีการถ่ายทอดผ่านระบบสตรีมมิ่ง คาดว่าเม็ดเงินใช้จ่ายจะลดลงเหลือประมาณ 12,000-12,500 ล้านบาท เนื่องจากร้านค้าและผู้ประกอบการทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดได้ยากขึ้น

ประเด็นที่น่าจับตาคือ “การพนันฟุตบอล” ซึ่งแม้ยังมีเม็ดเงินหมุนเวียนสูง แต่ปีนี้ประเมินอยู่ที่ประมาณ 47,000 ล้านบาท ลดลงจากช่วงฟุตบอลยูโรที่เคยสูงถึง 67,000 ล้านบาท และถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 12 ปี สะท้อนความกังวลของประชาชนต่อภาวะเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และการเข้มงวดปราบปรามการพนันมากขึ้น

แม้เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกขยายตัว 2.8% และมีมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เข้ามาช่วยกระตุ้นการจับจ่าย แต่ยังเป็นเพียงการบรรเทาค่าครองชีพ ไม่ได้ทำให้กำลังซื้อเพิ่มขึ้นมากพอที่จะใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ทำให้บอลโลกครั้งนี้อาจสร้างบรรยากาศการติดตามได้ แต่ความคึกคักยังขึ้นอยู่กับความชัดเจนของช่องทางถ่ายทอดสดเป็นสำคัญ

ธนวรรธน์ พลวิชัย | อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ผลสำรวจaฟุตบอลโลก 2026

นางอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจ Chamber Business Poll เรื่อง “พฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วง FIFA World Cup 2026” จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ 1,200 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม-3 มิถุนายน 2569 พบว่า หากมีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 จะมีเงินสะพัดรวม 68,635.62 ล้านบาท ลดลง 21.7% เมื่อเทียบกับฟุตบอลยูโร 2024

โดยแบ่งเป็นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ 21,061.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% แบ่งเป็นการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคและการสังสรรค์ 18,295.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.3% ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์รับสัญญาณ 1,506 ล้านบาท ลดลง 35.8% และอื่น ๆ 1,260 ล้านบาท ลดลง 34.8%

ขณะที่การใช้จ่ายนอกระบบเศรษฐกิจ หรือพนันบอล คาดอยู่ที่ 47,574 ล้านบาท ลดลง 29% แต่ยังเป็นเม็ดเงินก้อนใหญ่ที่สุดของช่วงการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม หากไม่มีการถ่ายทอดสด เงินสะพัดรวมจะลดลงเหลือ 57,660.01 ล้านบาท หดตัว 34.2% โดยการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจเหลือ 12,465.01 ล้านบาท และพนันบอลอยู่ที่ 45,195 ล้านบาท

ผลสำรวจยังพบว่า ประชาชนมีความสนใจฟุตบอลโลก 2026 ในระดับ “มาก” 41.7% และ “มากที่สุด” 6.8% รวม 48.5% ขณะที่ 31.2% สนใจระดับปานกลาง ส่วนแผนการติดตามถ่ายทอดสด ส่วนใหญ่ 34.3% ระบุว่าจะติดตามเฉพาะทีมที่ชื่นชอบหรือแมตช์สำคัญ รองลงมา 18.4% ติดตามเป็นส่วนใหญ่ และ 17.1% ไม่มีแผนติดตาม

ช่องทางติดตามข่าวสารฟุตบอลโลกยังเป็นโทรทัศน์สูงสุด 84.4% รองลงมาคือสื่อสังคมออนไลน์ 62.1% และเว็บไซต์ 41.5% ขณะที่พฤติกรรมการรับชม หากมีการถ่ายทอดสด ผู้ตอบ 68.4% ระบุว่าจะดูสดเฉพาะนัดสำคัญแล้วดูย้อนหลังนัดอื่น ส่วน 19.5% ดูย้อนหลังหรือไฮไลต์เป็นหลัก และมีเพียง 10.1% ที่จะดูสดทุกนัดที่สนใจ แม้เป็นช่วงเช้า

อุมากมล สุนทรสุรัติ | ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ด้านช่องทางรับชม พบว่า ฟรีทีวี 32.8% ใกล้เคียงกับโซเชียลมีเดีย 32.6% ตามด้วยเคเบิล/ดาวเทียม 25.9% และแพลตฟอร์มสตรีมมิง 8.6% ส่วนอุปกรณ์ที่นิยมใช้รับชมมากที่สุดคือโทรศัพท์มือถือ 37.5% สูงกว่าโทรทัศน์ในบ้าน 34.2%

ประเด็นลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด พบว่า 54.1% ทราบว่าไทยยังไม่มีผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด FIFA World Cup 2026 อย่างเป็นทางการ ขณะที่ 47.1% คาดว่าจะได้ดูฟรีผ่านฟรีทีวี 46.3% ยังไม่แน่ใจ และ 6.6% คาดว่าต้องจ่ายเงินเพื่อรับชม

หากต้องจ่ายเงินสมัครแพ็กเกจรับชม พบว่า 68.6% ไม่ยินดีจ่าย มีเพียง 31.4% ที่ยินดีจ่าย โดยกลุ่มที่ยินดีจ่ายส่วนใหญ่รับได้ในราคา 300-499 บาทตลอดการแข่งขัน 32% รองลงมา 100-299 บาท 26.1% และ 500-999 บาท 17.2%

ส่วนกรณีไม่มีช่องทางรับชมฟรี ประชาชน 31.6% ระบุว่าจะไปดูที่ร้านอาหารหรือสถานบันเทิงที่มีสัญญาณ 25.6% จะหาลิงก์สตรีมออนไลน์ที่ไม่เป็นทางการ 21.8% ดูเฉพาะไฮไลต์/ข่าวสั้น และ 19.2% สมัครแพ็กเกจสตรีมมิงเพื่อดูโดยเฉพาะ

เมื่อถามถึงทัศนะต่อการให้รัฐบาลสนับสนุนค่าลิขสิทธิ์เพื่อให้ประชาชนดูฟุตบอลโลกฟรี พบว่า 66.8% เห็นด้วย และ 17.9% เห็นด้วยอย่างยิ่ง รวม 84.7% ขณะที่ 13.7% เฉย ๆ หรือไม่แน่ใจ และมีผู้ไม่เห็นด้วยรวม 1.6%

ด้านพฤติกรรมใช้จ่ายของผู้ติดตามฟุตบอลโลก พบว่าสินค้าที่คาดว่าจะมีการใช้จ่ายมากที่สุดคือค่าอาหารและเครื่องดื่มนอกบ้าน 63.8% เฉลี่ย 3,819 บาท รองลงมาคือซื้อไปรษณียบัตร 42.9% เฉลี่ย 493 บาท ค่าสมัครแพ็กเกจสตรีมมิง/ดูออนไลน์ 33.2% เฉลี่ย 732.66 บาท ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่บ้าน 31.5% เฉลี่ย 2,718.48 บาท และค่าสินค้าหรือของที่ระลึกเกี่ยวกับบอลโลก 31.1% เฉลี่ย 1,626.68 บาท

โดย 54.8% ระบุว่าจะใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติที่ไม่มีบอลโลก 25.5% ใช้จ่ายเท่าเดิม และ 19.7% ใช้จ่ายลดลง แหล่งเงินหลักที่ใช้จ่ายมาจากเงินเดือนหรือรายได้ตามปกติ 58.8% เงินออม 33.3% และกู้ยืมหรือใช้บัตรเครดิต 1.4%

สำหรับพฤติกรรมพนันบอลในช่วงฟุตบอลโลก 2026 พบว่า 62.3% ระบุว่าไม่เล่นพนัน ขณะที่ 28% เล่นเฉพาะทีมที่ชอบ 6.6% เล่นบางนัด และ 3.1% เล่นทุกนัด โดยรูปแบบพนันส่วนใหญ่เป็นเงินสด 50.7% รองลงมาเป็นอาหาร 24.6% และสิ่งของ 23.8%

ส่วนวงเงินพนันเฉลี่ยอยู่ที่ 1,109.07 บาทต่อนัด และ 19,933.13 บาทตลอดการแข่งขัน ขณะที่แหล่งเงินที่ใช้จ่ายค่าพนันบอลมาจากเงินเดือนหรือค่าจ้าง 57.1% เงินออม 36.4% และจากผู้ปกครอง 5.7%

นอกจากนี้ 76.3% ระบุว่ามีคนรู้จักเล่นพนันฟุตบอล โดยช่องทางหลักคือเล่นกันเองกับเพื่อนหรือครอบครัว 47.7% เว็บไซต์พนันออนไลน์ 26.6% เจ้ามือรายย่อยในพื้นที่ 14.6% และแอปพลิเคชันออนไลน์ 10.4% สะท้อนว่าฟุตบอลโลก 2026 ยังเป็นอีเวนต์ใหญ่ที่กระตุ้นทั้งการใช้จ่ายในระบบและเงินหมุนเวียนนอกระบบ แม้กำลังซื้อโดยรวมยังอยู่ภายใต้แรงกดดัน