รามคำแหง 53 “จุดหมายใหม่” วัยรุ่น 3 จังหวัดชายแดนใต้
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : สุวัฑ แซงลาด
หากเดินสำรวจ “หน้ารามคำแหง” วันนี้ ภาพอาจไม่เหมือนเมื่อ 10-20 ปีก่อน การค้าขาย ผู้คน และนักศึกษาที่เคยเป็นกำลังซื้อหลักลดลงอย่างเห็นได้ชัด
แต่เมื่อเลี้ยวเข้าซอยรามคำแหง 53 ภาพกลับต่างออกไป ผู้คนยังเดินเข้า-ออก ร้านอาหารยังเปิด รถยังแน่น และกิจกรรมทางเศรษฐกิจยังหมุนต่อเนื่อง
ที่สำคัญ ซอยแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงที่พักของนักศึกษารามคำแหง แต่กำลังกลายเป็น “จุดหมาย” ของคนรุ่นใหม่จาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ ทั้งยะลา ปัตตานี และนราธิวาส
บางคนมาเรียน บางคนมาทำงาน บางคนเริ่มต้นธุรกิจ และอีกส่วนใช้กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่สร้างรายได้
สิ่งที่รามคำแหง 53 มี คือ “ระบบนิเวศ” ที่รองรับชีวิตคนกลุ่มนี้ ตั้งแต่หอพักราคาเข้าถึงได้ ร้านอาหารฮาลาล ร้านน้ำชา ร้านค้ารายย่อย ไปจนถึงมัสยิดยามีอุลอิสลาม
เหตุผลจึงไม่ใช่แค่ค่าเช่าถูก แต่คือการได้อยู่ท่ามกลางคนที่พูดภาษาเดียวกัน เข้าใจวิถีชีวิตและวัฒนธรรมใกล้เคียงกัน
เมื่อมีพี่น้องจากบ้านเกิดอยู่รอบตัว ความแปลกแยกก็ลดลง และเกิดเป็นชุมชนที่ช่วยพยุงกันทั้งในมิติชีวิตและเศรษฐกิจ
เพราะคนจาก 3 จังหวัด ที่อยู่ในรามคำแหง 53 ไม่ได้มีแค่นักศึกษา แต่ยังมีคนทำงาน ทั้งขับรถรับจ้างผ่านแอป รักษาความปลอดภัย ไปจนถึงค้าขายของตัวเอง ทั้งเสื้อผ้ามือสอง อาหาร และการขายของผ่านออนไลน์
ภาพนี้สะท้อนโจทย์ใหญ่ของคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ชายแดนใต้ นั่นคือ “โอกาสในการทำงาน”
เมื่อโอกาสงานที่มั่นคงในบ้านเกิดมีจำกัด คนหนุ่มสาวส่วนหนึ่งจึงเลือกออกมาหาโอกาสในเมืองใหญ่ และกรุงเทพฯ คือหนึ่งในปลายทางสำคัญ
รามคำแหง 53 จึงทำหน้าที่คล้าย “ฐานเศรษฐกิจ” ขนาดเล็ก เป็นพื้นที่ให้คนจากภูมิลำเนาเดียวกันเข้ามาเรียน ทำงาน ค้าขาย และเริ่มต้นชีวิตใหม่
แน่นอน การเติบโตไม่ได้มีแต่ด้านบวก สิ่งที่เห็นชัดคือ “ความหนาแน่น” ทั้งคน รถ ร้านค้า และกิจกรรมที่กระจุกอยู่ในซอย จนปัญหาการจราจรและการจอดรถกลายเป็นเรื่องที่คนในพื้นที่พูดถึง
นี่คือผลของการเติบโตจากฐานราก เมื่อคนเพิ่ม เศรษฐกิจย่อยก็เกิด เมื่อเศรษฐกิจเกิด คนก็ยิ่งเข้ามา และเมื่อคนหนาแน่น โครงสร้างพื้นฐานก็เริ่มตามไม่ทัน
รามคำแหง 53 จึงน่าสนใจในฐานะ “เมืองย่อม ๆ ในเมืองใหญ่” มีทั้งนักศึกษา คนทำงาน ผู้ประกอบการ ร้านอาหาร หอพัก พื้นที่ศาสนา และเครือข่ายทางสังคม เชื่อมโยงกันด้วย “คน” ที่มาจากพื้นที่เดียวกันและกำลังสร้างอนาคตในกรุงเทพฯ
รามคำแหง 53 จึงเป็นมากกว่าซอยหอพักราคาจับต้องได้
สำหรับบางคน ที่นี่คือมหาวิทยาลัย
สำหรับบางคน ที่นี่คือที่ทำงาน
สำหรับบางคน ที่นี่คือจุดเริ่มต้นธุรกิจ
และสำหรับอีกหลายคน ที่นี่คือพื้นที่ที่ทำให้รู้สึกว่า แม้อยู่ไกลบ้านก็ยังมี “พี่น้อง” อยู่รอบตัว
แม้หน้ารามฯ อาจเงียบลง แต่รามคำแหง 53 ยังไม่เงียบ
เพราะในซอยเล็ก ๆ แห่งนี้ คนรุ่นใหม่จากชายแดนใต้ยังคงเรียน ทำงาน ค้าขาย และสร้างอนาคตของตัวเอง
บางที “ความคึกคัก” ของรามคำแหงวันนี้ อาจไม่ได้อยู่บนถนนใหญ่ แต่อยู่ในซอยเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า “รามคำแหง 53”