วัยรุ่น 3 จังหวัดชายแดนใต้ เปลี่ยน ‘ข้อจำกัด’ เป็น ‘โอกาส’ พลิกตลาดผ้ามือสองสร้างเศรษฐกิจใหม่
คอลัมน์: สัมภาษณ์
ผู้เขียน: สุวัฑ แซงลาด
ในพื้นที่ที่โครงสร้างเศรษฐกิจยังคงเปราะบาง ตัวเลือกงานประจำในระบบมีอย่างจำกัด และเส้นทางชีวิตของเยาวชนส่วนใหญ่มักจบลงด้วยการย้ายถิ่นฐานไปขายแรงงานในเมืองใหญ่หรือประเทศเพื่อนบ้าน แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ กลุ่มหนึ่งเลือกที่จะ “อยู่ต่อ” เพื่อปฏิเสธการย้ายถิ่น และใช้ทักษะดิจิทัล ข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่น พลิกตลาด “เสื้อผ้ามือสอง” ให้กลายเป็นเครื่องมือสร้างอาชีพที่พึ่งพาตนเองและส่งเสียครอบครัวได้อย่างมีศักดิ์ศรี
“ประชาชาติธุรกิจ” สนทนากับ นายอัสฮา ดอเลาะ หรือ “บังจิ” ผู้ก่อตั้งและแอดมินเพจ YourBid แพลตฟอร์มประมูลเสื้อผ้ามือสอง เพื่อถอดรหัสความสำเร็จตั้งแต่ระดับการเดินทางของผ้ามือนานาชาติ ห่วงโซ่อุปทานชายแดน วิถีชีวิต การปรับตัวเชิงกลยุทธ์ บทบาทของผู้หญิงในฐานะนักลงทุนยุคใหม่ ตลอดจนข้อเสนอต่อภาครัฐในการดัน 3 จังหวัดชายแดนใต้สู่ศูนย์กลาง (Hub) เสื้อผ้ามือสองแห่งใหม่ของภูมิภาค
ถอดรหัสเส้นทาง ‘เสื้อมือสองข้ามโลก’ สู่ห่วงโซ่อุปทานชายแดนใต้
อัสฮา เล่าว่า เสื้อผ้าวินเทจ เสื้อแบรนด์ และเสื้อผ้ามือสองที่หมุนเวียนในเพจประมูล มีจุดเริ่มต้นจากประเทศต้นทางอย่างสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และยุโรป ผ่านการบริจาคหรือขายเข้าสู่ระบบรีไซเคิล จากนั้นจะถูกคัดแยกประเภท คุณภาพ และแบรนด์ ก่อนอัดรวมเป็น “กระสอบ” หรือ “เบล” ขนาดใหญ่ ส่งออกไปยังทั่วโลก ซึ่งผู้ค้าใน 3 จังหวัดชายแดนใต้จะเข้าถึงกระสอบผ้าผ่าน 2 เส้นทางหลัก:
- เส้นทางฝั่งมาเลเซีย: นำเข้าผ่านมาเลเซียซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าผ้ามือสองสำคัญในภูมิภาค ก่อนกระจายลงสู่พื้นที่ชายแดนใต้ ทำให้ผู้ค้าในพื้นที่นิยมเดินทางไปรับของหรือสั่งสินค้าจากฝั่งนี้โดยตรง
- เส้นทางฝั่งอรัญประเทศ: ศูนย์รวมค้าส่งเสื้อผ้ามือสองขนาดใหญ่ในอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งรวบรวม คัดเกรด และกระจายสินค้าต่อมายัง 3 จังหวัดชายแดนใต้
อย่างไรก็ดี สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนกัมพูชาและมาตรการปิดกั้นชายแดน ส่งผลให้โครงสร้างนำเข้าฝั่งอรัญประเทศชะลอตัวลง ตลาดฝั่งมาเลเซียจึงกลายเป็นแหล่งวัตถุดิบหลักที่เติบโตสูงแทน โดยในอดีตสินค้าเหล่านี้มักมาในรูปแบบของการบริจาค แต่เมื่อตลาดโลกเติบโต ธุรกิจนี้ได้กลายเป็นระบบธุรกิจ 100% มีร้านรับซื้อเกิดขึ้น โดยเฉพาะสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นที่ส่งมาเป็นตู้คอนเทนเนอร์และเข้ามาเปิดจุดกระจายสินค้าในพื้นที่จังหวัดปัตตานีโดยตรง
“เด็กในพื้นที่ 3 จังหวัดถูกหล่อหลอมและคลุกคลีกับแฟชั่นเสื้อผ้ามือสองมาตั้งแต่เด็กๆ ส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้เข้าถึงสินค้าได้ง่าย ประกอบกับปัญหาเศรษฐกิจที่คนในพื้นที่กำลังซื้อไม่สูงนัก สินค้ามือสองจึงกลายเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ไลฟ์สไตล์คนในพื้นที่ส่วนใหญ่ชอบแฟชั่นแนวยุโรปหรืออเมริกา เช่น เสื้อวงดนตรี ปัจจุบันมีเยาวชนกลุ่มหนึ่งข้ามไปทำงานในมาเลเซีย โดยข้ามไปคัดของจากฝั่งนู้นแล้วนำกลับมาทำตลาดในบ้านเรา ทั้งการเปิดประมูลและขายปลีก การข้ามไปคัดของฝั่งมาเลเซียมีต้นทุนที่ถูกกว่า เพราะอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทของเราแข็งกว่าทำให้ได้เปรียบเรื่องต้นทุน ประกอบกับสินค้าบางประเภทที่ทางมาเลเซียไม่ค่อยนิยมเล่นกัน แต่ในบ้านเรากำลังบูม ก็ถือเป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้สามารถนำมาทำกำไรได้”
สำหรับกระแสแฟชั่น อัสฮาระบุว่า ปัจจุบันแฟชั่นสายญี่ปุ่นมาแรงและเข้ามาตีตลาดฝั่งยุโรปตั้งแต่ช่วงยุค 90s เนื่องจากรูปทรง สรีระ และสไตล์มินิมอล มีความเข้ากันได้ดีกับคนเอเชียด้วยกัน ใส่แล้วดูเท่ เข้าทรงพอดีตัว นำมาใส่ก็ดูดีและใกล้เคียงกัน

“เดินสับราว” vs “เปิดกระสอบ” ทักษะสั่งสมที่ไม่มีสูตรตายตัว
เมื่อกระสอบเดินทางมาถึงมือผู้ค้า ความท้าทายคือการลุ้นว่าจะมี “ของดี” เช่น เสื้อแบรนด์ดัง หรือเสื้อวินเทจหายากซ่อนอยู่มากน้อยเพียงใด นายอัสฮาอธิบายว่า อาชีพนี้ไม่ใช่แค่การซื้อมาขายไป แต่เป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยประสบการณ์ สายตา และความอดทน ความชำนาญเกิดจากความผิดพลาดที่เจอมาบ่อยครั้ง จนแค่มองป้ายหรือแพทเทิร์นก็ประเมินศักยภาพสินค้าได้ทันทีโดยไม่ต้องดูยี่ห้อ
สำหรับการบริหารจัดการต้นทุนและการหาสินค้า แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก:
- การเปิดกระสอบ: เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลา แต่สินค้าจะถูกแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ งานหัว (เกรดสวย) ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์น้อยมากใน 1 กระสอบ, งานน้ำสอง (เกรดปานกลาง), และ งานน้ำสาม ซึ่งมีปริมาณเยอะที่สุดในกระสอบ และทำตลาดออนไลน์ได้ยาก
- การเดินสับราว (คัดทีละตัว): สำหรับคนที่มีเวลาและทักษะ การไปเดินสับราวคือทางเลือกที่ช่วยลดต้นทุนและได้สินค้าตรงสเปกที่ต้องการ แม้ต้องแลกกับการใช้กำลังกายและแรงในการคัด แต่ได้ของที่มีประสิทธิภาพและคุ้มทุนกว่า

จากรายได้เสริม สู่ผู้หญิงยุคใหม่ในฐานะ “นักลงทุน” และหลักพึ่งพาของครอบครัว
ในมิติสังคม นอกเหนือจากการเป็นทางรอดของเยาวชนแล้ว การค้าเสื้อผ้ามือสองยังกลายเป็นพื้นที่แจ้งเกิดของผู้หญิงในท้องถิ่น จากจุดเริ่มต้นหาเงินจุนเจือครอบครัวและโพสต์ขายในกลุ่ม Facebook หรือ TikTok ความสม่ำเสมอและเสน่ห์ของสินค้าประเภท “Rare Finds” (ของหายากที่มีตัวเดียวในโลก) ได้ยกระดับผู้หญิงจำนวนมากจากแม่ค้าอาชีพเสริม สู่การเป็น “เจ้าของธุรกิจ” ยุคใหม่ที่เปิดเพจไลฟ์สดและเพจประมูลเสื้อผ้าคัดเกรดที่มีฐานลูกค้าเหนียวแน่น พร้อมส่งต่อความรู้ให้ผู้หญิงคนอื่นมีรายได้และพึ่งพาตัวเองได้ทางเศรษฐกิจ
“ในกองผ้าที่ดูไร้ระเบียบ มีโอกาสทางเศรษฐกิจซ่อนอยู่เสมอ ผู้หญิงที่มาคัดผ้าไม่ใช่แค่คนซื้อเสื้อผ้า แต่พวกเธอคือ ‘นักลงทุน’ ที่กำลังคัดสรรวัตถุดิบไปขับเคลื่อนธุรกิจของตัวเอง ท่ามกลางแดดร้อน สิ่งที่พวกเธอได้กลับไปไม่ใช่แค่เสื้อผ้าเต็มถุง แต่คือโอกาสในการสร้างอนาคตด้วยมือของตัวเอง”
ขณะเดียวกัน เมื่อมองภาพรวมโครงสร้างการจ้างงาน นายอัสฮายืนยันว่าธุรกิจขายเสื้อผ้าออนไลน์คือ “ทางรอดหลัก” ที่ช่วยยับยั้งปัญหาการย้ายถิ่นฐานของแรงงานในพื้นที่ที่ไร้โรงงานอุตสาหกรรมได้อย่างชัดเจน
“สัมผัสด้วยตัวเองเลย ในชุมชนที่ผมอยู่ เยาวชนเกือบ 100% ทำธุรกิจเสื้อผ้าออนไลน์ ทำให้พวกเขาไม่ต้องดิ้นรนไปหางานในเมืองใหญ่หรือต่างประเทศ การทำงานอยู่บ้านค่าใช้จ่ายไม่สูง รายได้ที่ได้รับถือว่าอยู่ได้สบาย ครอบครัวส่วนใหญ่ถ้าลูกชายคนไหนทำเสื้อผ้ามือสอง สามารถเป็นหัวหน้าครอบครัว แบกรับครอบครัว ดูแลน้องและส่งเสียให้เรียนได้เลย เพราะรายได้ตรงนี้ซัพพอร์ตครอบครัวได้เต็มที่”
นอกจากนี้ การขายเสื้อผ้าออนไลน์ยังตอบโจทย์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลงตัว สามารถออกแบบตารางชีวิตเองได้ เช่น การวางแผนทำนาในช่วงเช้าโดยเว้นการไปคัดของ หรือวางแผนเน้นขายสินค้าออนไลน์ช่วงวันที่ 25 ถึงวันที่ 15 ของเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่กลุ่มลูกค้ารายได้ประจำมีกำลังซื้อสูงสุด รวมถึงตอบโจทย์คนที่มีกิจวัตรทางศาสนา สามารถเบรกเวลาไปทำศาสนกิจได้อย่างสะดวกโดยไม่ติดข้อจำกัดเหมือนงานประจำ

พลิกข้อจำกัดสร้าง Brand Authenticity
อัสฮากล่าวว่า เขาทำธุรกิจนี้มา 10 กว่าปี เริ่มจากความชอบ ซื้อมาใส่เอง พอมีหลายตัวก็ลองขายในเว็บไซต์ยุคแรกๆ อย่างขายดีดอทคอม และขายในพื้นที่ปัตตานีมาตลอด ส่วนกลยุทธ์ที่ทำให้เพจ YourBid โตขึ้นมาได้ ย้อนไปที่ข้อจำกัดส่วนตัวเรื่องสไตล์การคัดของที่ไม่สามารถไปตลาดเช้าแบบเพื่อนๆ ได้ เพราะต้องส่งลูกไปโรงเรียนก่อน พอไปสาย ของระดับหัวๆ หรือของแบรนด์เนมก็ไม่ทันเพื่อนแล้ว สิ่งที่ต้องออกแบบตัวเองคือการหาสินค้า แพทเทิร์น หรือสไตล์ที่คนอื่นมองข้าม เช่น เสื้อกิโมโน นำมาดีไซน์และเสนอในรูปแบบคอนเทนต์ให้ดูเท่
นอกจากนี้ เพจ YourBid ยังสร้างความแตกต่างด้วยกลยุทธ์การทำคอนเทนต์:
- เน้นให้ความรู้และสร้างคอนเทนต์เป็นประโยชน์: เปลี่ยนจากการขายของอย่างเดียวมาทำคอนเทนต์ให้ความรู้ เช่น เปรียบเทียบตลาดนัดรถไฟหรือจตุจักร กับตลาดในพื้นที่ ซึ่งสินค้าคุณภาพไม่ต่างกัน แต่วิธีการนำเสนอทำให้ราคาต่างกัน ผลลัพธ์คือ Engagement และยอดขายเพิ่มขึ้นชัดเจน ตัวเลขหลังบ้านพุ่งขึ้น เกิดคอมมูนิตี้แลกเปลี่ยน และเพจ Active ตลอดเวลา
- ทลายข้อสงสัยเรื่องความน่าเชื่อถือ: การทำคอนเทนต์เปิดเผยตัวตนช่วยแก้โจทย์แรกของลูกค้าที่มักสงสัยว่าเพจใหม่ที่ไม่เปิดเผยตัวตนอาจเป็นมิจฉาชีพ เมื่อสร้างความน่าเชื่อถือได้ ลูกค้าจึงมั่นใจในการซื้อ
- เน้นคุณภาพและการบริการหลังการขาย: ยึดถือว่า “สินค้าต้องได้คุณภาพ” เพราะต่อให้พูดเก่ง พรีเซนต์ดี แต่สินค้าไม่ได้คุณภาพ คนก็ซื้อแค่ครั้งเดียว แม้การพูดภาษาไทยของคนในพื้นที่อาจดูสั้นๆ ไม่มีหางเสียงเนื่องจากภาษามลายูไม่มีหางเสียง แต่ถ้าเปิดซองออกมาแล้วสินค้าประทับใจ ลูกค้าก็จะกลับมาซื้อซ้ำ รวมถึงให้ความสำคัญกับการเคลมสินค้า หากลงรายละเอียดไซส์และตำหนิไว้แล้วแต่ลูกค้าส่งกลับมาเพราะใส่ไม่ได้ ทางเพจจะคืนยอดให้หรือให้เปลี่ยนเป็นตัวอื่นทันที

โมเดลความยั่งยืน จาก Circular Fashion สู่การสร้างรายได้ให้ชุมชน
อัสฮามองว่า ปัจจุบันแนวทางเสื้อผ้ามือสองยิ่งโตและไปได้อีกไกล ด้วยกระแสระดับโลกในเรื่องการรักษ์โลก การใช้ทรัพยากรอย่างจำกัด เทรนด์ ESG และความยั่งยืน (Sustainable) ซึ่งเสื้อผ้ามือสองตอบโจทย์สิ่งเหล่านี้โดยตรง
ปัจจุบัน YourBid อยู่ระหว่างการทำโปรเจกต์นำสินค้าเก่ามาคัสตอม (Custom) ใหม่ให้ดูดีและมีสไตล์ขึ้น โดยยังคงใช้ทรัพยากรเดิม เช่น นำกางเกงมือสองมาตัดเย็บผสมกับผ้ากำมะหยี่มือสอง สร้างเป็นกางเกงรูปแบบใหม่ที่มีความยูนีค
“โปรเจกต์นี้ยังเป็นการสร้างรายได้ให้ชุมชน โดยผมนำงานไปจ้างกลุ่มแม่บ้านหรือคนที่มีจักรเย็บผ้าในพื้นที่ ซึ่งปกติจักรเย็บผ้าเหล่านี้จะถูกนำมาใช้งานแค่ปีละครั้งในช่วงเทศกาลวันฮารีรายอ ถ้าไม่มีออเดอร์ เขาก็ไม่ได้ใช้งาน ผมจึงเข้าไปช่วยให้พวกเขามีงาน มีรายได้เพิ่มขึ้น แม้ตอนนี้จะเป็นช่วงเริ่มต้นและกำลังทดลองตลาด แต่ก็เป็นความตั้งใจที่อยากให้คนในท้องถิ่นมีรายได้จากสิ่งที่เราทำ”
ข้อเสนอปลดล็อกข้อจำกัดโลจิสติกส์ ดัน 3 จังหวัดสู่ “Hub เสื้อผ้ามือสอง”
ในมิติที่ต้องมองไปข้างหน้า อัสฮาได้เสนอแนะแนวทางการสนับสนุนจากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน 3 เรื่อง
- ยกระดับเป็น Hub การค้าภูมิภาค: ในสเกลใหญ่ หลังเกิดปัญหาสงครามที่กัมพูชา หากภาครัฐเห็นช่องทาง พื้นที่ 3 จังหวัดสามารถเปิดเป็น “ฮับ (Hub) เสื้อผ้ามือสอง” แห่งใหม่แทนตลาดอรัญประเทศได้เลย เนื่องจากมีจุดแข็งที่อยู่ติดชายแดนทะลุไปมาเลเซียได้ และมีฐานความสนใจเรื่องนี้บูมอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว โดยสามารถผลักดันให้สงขลาหรือ 3 จังหวัดเป็นฮับใหม่ได้ทันที
- การพัฒนาศักยภาพท้องถิ่น: ในสเกลพัฒนาศักยภาพ หากหน่วยงานท้องถิ่น อย่าง อบต. เข้ามาช่วยส่งเสริมทักษะเยาวชนในพื้นที่ เช่น การทำการตลาดออนไลน์ จะช่วยให้ไปได้ไกลและช่วยแก้ปัญหาความเปราะบางเรื่องการไหลออกของเยาวชนไปสู่พื้นที่ห่างไกลภุมิลำเนาหรือต่างประเทศได้
- แก้ไขปัญหาโครงสร้างค่าขนส่ง: ประเด็นสำคัญคือการส่งพัสดุจากพื้นที่ 3 จังหวัดออกไปข้างนอก มีข้อจำกัดเรื่องการถูกระบุเป็น “พื้นที่ห่างไกล” ซึ่งถูกชาร์จค่าส่งเพิ่ม ทำให้ต้นทุนการส่งแพงกว่าปกติ ทั้งที่การคมนาคมในพื้นที่ 3 จังหวัดสะดวกสบาย มีเส้นทางรถไฟเข้าถึงยะลา จึงอยากให้มีการแก้ไขปัญหาเรื่องการถูกระบุว่าเป็นพื้นที่ห่างไกล เพื่อลดต้นทุนค่าขนส่งให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่
