FIFA จ่อขาย ‘เศษสนามหญ้า’ จากรอบนัดชิงชนะเลิศ คาดกวาดรายได้ทะลุ 375 ล้าน
ฟีฟ่า (FIFA) เปิดพรีออเดอร์ ‘ชิ้นส่วนผืนหญ้าจริง’ จากสังเวียนนัดชิงชนะเลิศ ณ สนามนิวยอร์ก-นิวเจอร์ซีย์ บรรจุในบล็อกอะคริลิกใสใส่องค์ประกอบสุดพรีเมียม เปิดตัวราคาเริ่มต้นตั้งแต่ ราว 15,000 บาท ไปจนถึงรุ่นท็อปสุดหรูสูงถึงกว่า 1 แสนบาท ท่ามกลางกระแสวิจารณ์อย่างหนักจากแฟนบอลเรื่องการขูดรีดและราคาตั๋วเข้าชมการแข่งขันแบบไดนามิกที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
เหล่าแฟนบอลตัวยงสามารถเป็นเจ้าของชิ้นส่วนหญ้าจริงๆ จากสนามนิวยอร์ก-นิวเจอร์ซีย์ หลังจบแมตช์วันอาทิตย์นี้ได้ ในราคาที่พุ่งสูงกว่า 3,000 ดอลลาร์ หรือราว 1 แสนกว่าบาท
สำหรับแฟนบอลพันธุ์แท้ การได้ครอบครองชิ้นส่วนหญ้าแห่งประวัติศาสตร์จากเกมการแข่งขันระดับไอคอนิกคงเป็นสุดยอดของสะสม สินค้าที่ระลึกชิ้นล่าสุดของ FIFA นี้ เปิดโอกาสให้สาวกบอลโลกได้ทำสิ่งนั้นแล้ว แต่ทว่ามันมาพร้อมกับราคาที่ชวนให้ขมวดคิ้วชนกันซะเหลือเกิน
ชิ้นส่วนจากผืนหญ้าในสนามนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึงนี้ถูกนำมาเปิดขาย โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 450 ดอลลาร์ หรือประมาณ 15,000 บาท ชิ้นส่วนหญ้าขนาดเล็กจะถูกบรรจุไว้ในเรซินอะคริลิกใส พร้อมสลักรายละเอียดการแข่งขัน ทั้งสถานที่ วันที่ ทีมที่เข้าชิง และผลการแข่งขันนัดสุดท้าย
เนื่องจากแมตช์นี้มีกำหนดฟาดแข้งในวันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคมนี้ ตามเวลาประเทศไทย ที่สนามนิวยอร์ก-นิวเจอร์ซีย์ โดยที่ตอนนี้ได้ข้อสรุปแล้วว่า สองทีมสุดท้าย คือ “สเปน” และ “อาร์เจนตินา” หญ้าที่ระลึกจึงเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้า (Pre-order) เท่านั้นในตอนนี้ และจะจัดส่งให้ผู้ซื้อหลังจากจบทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก
ผืนหญ้าฟีฟ่า ราคาสุดทึ่ง
อ้างอิงจาก ฟาสต์ คอมพานี (Fast Company) คอลเลกชัน “Piece of the Final Pitch” หรือชิ้นส่วนจากสนามนัดชิงชนะเลิศ แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ซึ่งแต่ละระดับจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นและแพงขึ้น ตามลำดับดังนี้
- Foundation Edition รุ่นเริ่มต้น ราคา 450 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 15,000 บาท ประกอบด้วยบล็อกอะคริลิกทรงลูกบาศก์ขนาด 2.5 นิ้ว ด้านในบรรจุชิ้นส่วนหญ้าที่จะถูกตัดออกมาหลังจบเกมรอบชิง มาพร้อมกับ USB ที่มี “คลิปภาพยนตร์ยืนยันความแท้” (authenticity film) บรรจุในกล่องฝาพับ เดิมทีรุ่นนี้มีขายบนร้านค้าออนไลน์ของ FIFA แต่ปัจจุบันสามารถซื้อได้ผ่าน KeepStub ผู้ผลิตของสะสมรายนี้เท่านั้น
- Stadium Edition ราคาขยับขึ้นเป็นสองเท่า ก็คือ 900 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 30,000 บาท สิ่งที่เพิ่มเข้ามาจากเวอร์ชันแรก คือ ตั๋วที่ระลึกทำจากโลหะสลักลายทอง ใบรับรองความแท้พร้อมลายเซ็น และกล่องบรรจุภัณฑ์แบบเปิดประตูคู่ขนาดใหญ่ขึ้น อย่างไรก็ตามชิ้นส่วนอะคริลิกตรงกลางยังคงมีขนาด 2.5 นิ้วเท่าเดิม
- Legacy Edition อัปราคาขึ้นไปอีก ก็คือ 1,200 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 40,000 บาท โดยจะได้รับลูกบอลจำลองสีทองย่อส่วนของลูกบอลที่จะใช้ในนัดชิงชนะเลิศ และกล่องที่ “ตกแต่งด้วยเรื่องราวการเดินทาง” ซึ่งก็คือการเขียนบอกเล่าเรื่องราวของฟุตบอลโลก 2026 ไว้ที่ฝากล่องด้านใน แต่ขนาดของชิ้นส่วนหญ้าจริงๆ ก็ยังไม่ได้ใหญ่ขึ้นแต่อย่างใด
- Hero Edition รุ่นท็อปสุดราคามหาโหด ราคา 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1 แสนบาท สิ่งที่เพิ่มเข้ามา คือ ถ้วยรางวัลเวิลด์คัพจำลองทำจากแก้วคริสตัลเจียระไน และกล่องไม้ขนาดใหญ่ขึ้น และในที่สุดก็ได้ชิ้นส่วนหญ้าที่ใหญ่ขึ้น โดยบล็อกลูกบาศก์ในรุ่นนี้จะมีขนาดกว้าง 3 นิ้ว แทนที่จะเป็น 2.5 นิ้ว
แต่ละรุ่นจะผลิตออกมาในจำนวนจำกัดตามธีมการแข่งขัน คือ รุ่นละ 2,026 ชิ้น เท่านั้น ซึ่งหากขายหมดเกลี้ยงทุกรุ่น FIFA จะสามารถโกยรายได้รวมกันมากกว่า 11.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 375 ล้านบาทเลยทีเดียว
แฟนบอลกระอัก ราคาตั๋วและสินค้าพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
ราคาของสะสมที่แพงหูฉี่นี้กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างรวดเร็วบนโลกโซเชียล โดยมีผู้คอมเมนต์รายหนึ่งระบุว่า
“ราวกับว่าการจ่ายเงิน 6,000 ดอลลาร์ซื้อตั๋วเข้าชมมันยังไม่แพงพออย่างนั้นแหละ”
อันที่จริงราคาของที่ระลึกเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างล่าสุดของราคาที่พุ่งสูงอย่างผิดปกติในฟุตบอลโลก 2026 เพราะทัวร์นาเมนต์ในปีนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำระบบ “ตั้งราคาตั๋วแบบไดนามิก” หรือ Dynamic Pricing ซึ่งคือระบบที่ปรับราคาตามความต้องการของตลาดมาใช้
ตั๋วระดับท็อปสำหรับนัดชิงชนะเลิศ เปิดตัวครั้งแรกในราคา 6,730 ดอลลาร์ หรือประมาณ 225,000 บาท เมื่อเดือนกันยายน 2568 ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สูงกว่าตั๋วที่แพงที่สุดในฟุตบอลโลกที่กาตาร์ปี 2022 มากอยู่แล้ว
แต่ราคายังกระโดดได้อีกจนขึ้นไปถึง 10,990 ดอลลาร์ หรือประมาณ หรือเกือบ 370,000 บาท ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา และในเดือนพฤษภาคม FIFA ก็ได้ปล่อยตั๋วแถวหน้าสุดที่แพงยิ่งกว่าเดิมออกมาขายในราคาแบบเอาให้ตาค้าง ซึ่งมีมูลค่าถึง 32,970 ดอลลาร์ หรือมากกว่า 1.1 ล้านบาท ต่อที่นั่ง
กระแสความไม่พอใจของสาธารณชนเกี่ยวกับราคาตั๋วฟุตบอลโลกนั้นรุนแรงมากพอ จนทำให้เกิดการเข้ามาตรวจสอบโดยอัยการสูงสุดของรัฐนิวยอร์ก, นิวเจอร์ซีย์, แคลิฟอร์เนีย และเท็กซัส
“ชาวนิวยอร์กเฝ้ารอคอยมานานหลายปีเพื่อให้ฟุตบอลโลกมาจัดที่บ้านเกิดของพวกเขา และพวกเขาควรจะได้รับโอกาสที่ยุติธรรมในการซื้อตั๋วในราคาที่จับต้องได้”
เลทิเชีย เจมส์ (Letitia James) อัยการสูงสุดของรัฐนิวยอร์กกล่าว
“ไม่ควรมีใครถูกปั่นราคาให้ต้องจ่ายเงินสูงลิบลิ่วเพื่อซื้อที่นั่ง และแฟนบอลควรจะมั่นใจได้ว่าตั๋วที่พวกเขาซื้อไป จะเป็นที่นั่งที่พวกเขาได้รับจริง ๆ”