เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปั้น ‘เมืองทอง’ ฮับไมซ์ เปิดทางดึงอีสปอร์ต–อีเวนต์โลก
Business ปั้น ‘เมืองทอง’ ฮับไมซ์ เปิดทางดึงอีสปอร์ต–อีเวนต์โลก
INNOPOWER ผนึก Triple Dot รุก Data-AI ยกระดับภาคอุตสาหกรรม
Biz Movement INNOPOWER ผนึก Triple Dot รุก Data-AI ยกระดับภาคอุตสาหกรรม
ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตรกาชาดคอนเสิร์ตครั้งที่ 52 “STILL ON MY MIND
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตรกาชาดคอนเสิร์ตครั้งที่ 52 “STILL ON MY MIND
สงขลาวาง 3 มาตรการ แก้รถติดด่านสะเดาใหม่ ฟื้นเศรษฐกิจชุมชนด่านนอก
เศรษฐกิจภูมิภาค สงขลาวาง 3 มาตรการ แก้รถติดด่านสะเดาใหม่ ฟื้นเศรษฐกิจชุมชนด่านนอก
‘เนื้อแท้’ แจงวิกฤตกระแสเงินสด รับขยายสาขาเร็วเกินไป เคลียร์เงินเดือนครบแล้ว
Business ‘เนื้อแท้’ แจงวิกฤตกระแสเงินสด รับขยายสาขาเร็วเกินไป เคลียร์เงินเดือนครบแล้ว
คจร.เคาะแผนแก้ปัญหารถติด “ถนนวิทยุ-พระรามที่ 4”
Economic คจร.เคาะแผนแก้ปัญหารถติด “ถนนวิทยุ-พระรามที่ 4”
สสส. – DPU – สอศ. ปั้นเยาวชนอาชีวะสู่นักสื่อสารสุขภาวะ
Uncategorized สสส. – DPU – สอศ. ปั้นเยาวชนอาชีวะสู่นักสื่อสารสุขภาวะ
ร่าง พ.ร.บ. แรงงานใหม่ กับโจทย์ใหญ่ผู้ประกอบการ เพิ่มสิทธิอย่างไร ไม่ให้ธุรกิจแบกต้นทุน
Economic ร่าง พ.ร.บ. แรงงานใหม่ กับโจทย์ใหญ่ผู้ประกอบการ เพิ่มสิทธิอย่างไร ไม่ให้ธุรกิจแบกต้นทุน
คนไทยยืนหนึ่งใช้ Gemini เรื่อง ‘ไลฟ์สไตล์’ ชอบหาไอเดียแต่งบ้าน-สูตรอาหารเริ่ด ๆ
Tech คนไทยยืนหนึ่งใช้ Gemini เรื่อง ‘ไลฟ์สไตล์’ ชอบหาไอเดียแต่งบ้าน-สูตรอาหารเริ่ด ๆ
Yell ขยายเครือข่ายธุรกิจในเอเชีย เปิดออฟฟิศที่ 8 นครเฉิงตู หนุนผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดจีน
Biz Movement Yell ขยายเครือข่ายธุรกิจในเอเชีย เปิดออฟฟิศที่ 8 นครเฉิงตู หนุนผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดจีน
ดูทั้งหมด

‘อังกฤษ’ ปะทะ ‘อาร์เจนตินา’ แข้งต่อแข้งผ่าน 4 มิติสะท้อนชีวิต – สังคม – เศรษฐกิจ

15 ก.ค. 2569 | 16:04น.

ตั้งแต่ตำนาน “หัตถ์พระเจ้า” ปี 1986 ศึกเดือดกำลังจะถูกจุดไฟขึ้นอีกครั้งในฟุตบอลโลก 2026 รอบเซมิไฟนอล ณ สนามแอตแลนตาสเตเดียม กับการโคจรมาพบกันครั้งที่ 6 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของ “อังกฤษ” และ “อาร์เจนตินา” พร้อมพาเจาะลึกเบื้องหลังเกมลูกหนังผ่าน “4 มิติเชิงตัวเลขทางเศรษฐกิจ” ของคู่ปรับที่น่าจับตามองทั้งคู่นี้

และแล้วก็วนกลับมาอีกครั้งของคู่ปรับตลอดกาลในโลกฟุตบอลอย่าง “อังกฤษ” และ “อาร์เจนตินา” ทั้งสองมักจะถูกยกขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ เสมอ ไม่ว่าจะเป็นบาดแผลและสตอรี่ความเดือดจากแมตช์ประวัติศาสตร์ “หัตถ์พระเจ้า” ของดีเอโก มาราโดนา ในปี 1986 รวมถึงข้อพิพาทดินแดนเหนือหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ หรือที่ชาวอาร์เจนตินาเรียกว่าหมู่เกาะมัลบินัส ยังคงส่งต่ออารมณ์ร่วมมาถึงแฟนบอลยุคปัจจุบันอย่างไม่เสื่อมคลาย

ก่อนอื่น ‘ประชาชาติธุรกิจ’ จะขอพาย้อนรอยศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมาของสองคู่ปรับก่อนจะเริ่มศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบเซมิไฟนอลของทั้งสองกันดีกว่า

ย้อนรอยศึกบอลโลก: การโคจรมาพบกันครั้งที่ 6

ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกมิติทางเศรษฐกิจ ต้องเกริ่นก่อนว่าศึกระหว่าง อังกฤษ และ อาร์เจนตินา ไม่ใช่แค่แมตช์ธรรมดา แต่เป็นมหากาพย์ที่เต็มไปด้วยความแค้นและสตอรี่ระดับโลก การพบกันในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) ที่สนามแอตแลนตาสเตเดียมในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ (ตามเวลาประเทศไทย) ถือเป็นการพบกันเป็น ครั้งที่ 6 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก โดยสถิติ 5 ครั้งที่ผ่านมาแบ่งเป็นดังนี้

  • ปี 1962 (รอบแบ่งกลุ่ม): อังกฤษชนะ 3-1
  • ปี 1966 (รอบ 8 ทีมสุดท้าย): อังกฤษชนะ 1-0 (แมตช์ที่เต็มไปด้วยความดุเดือดและใบแดงของกัปตันทีมอาร์เจนตินา)
  • ปี 1986 (รอบ 8 ทีมสุดท้าย): อาร์เจนตินาชนะ 2-1 (กำเนิดตำนาน “หัตถ์พระเจ้า” และประตูแห่งศตวรรษของ ดิเอโก มาราโดนา)
  • ปี 1998 (รอบ 16 ทีมสุดท้าย): เสมอ 2-2 (อาร์เจนตินาชนะจุดโทษ ในเกมสุดคลาสสิกที่ เดวิด เบ็คแฮม โดนใบแดง)
  • ปี 2002 (รอบแบ่งกลุ่ม): อังกฤษล้างตาสำเร็จ ชนะ 1-0 จากลูกจุดโทษดับแค้นของ เดวิด เบ็คแฮม

เมื่อรวมกับแมตช์ล่าสุดที่กำลังจะฟาดแข้งกันในรอบ 4 ทีมสุดท้ายของปี 2026 นี่คือการพบกันครั้งที่ 6 ที่มีตั๋วเข้าชิงชนะเลิศเป็นเดิมพัน สถิติในอดีตอังกฤษอาจดูเหนือกว่าเล็กน้อย เนื่องจากอังกฤษชนะ 3 ครั้ง อาร์เจนตินาชนะ 2 ครั้ง

แต่ถ้าเราลองยกคู่นี้มาไขว้กันในเวทีเศรษฐกิจ ปากท้อง และวิถีชีวิตล่ะ?

นี่คือ 4 มิติเชิงตัวเลขที่จะทำให้คุณเห็นว่า ประชากรของสองประเทศนี้กำลังเผชิญหน้ากับความจริงที่แตกต่างกันสุดขั้ว และความโรแมนติกของฟุตบอลนั้นมีราคาค่างวดที่ต้องจ่ายต่างกันอย่างไร

1. รายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่างกันแค่ไหน?

ตัวเลขรายได้เฉลี่ยถือเป็นหน้าต่างบานแรกที่สะท้อน “กำลังซื้อ” เบื้องต้นของประชาชนเมื่อทำงานเต็มเวลาในตำแหน่งงานทั่วไป ตัวเลขนี้สามารถบอกเราได้ว่าหลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งเดือน เม็ดเงินที่ไหลเข้ากระเป๋าของแฟนบอลทั้งสองทีมมีเสถียรภาพและมูลค่าต่างกันเพียงใด

  • อังกฤษ ประมาณ 3,100 ปอนด์ หรือราว 135,000 บาท
  • อาร์เจนตินา ประมาณ 400–600 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 14,000–21,000 บาท

เมื่อเจาะลึกไปที่โครงสร้างรายได้ ฝั่งสหราชอาณาจักรหรืออังกฤษนั้น ถือเป็นประเทศที่รายได้สูงตามมาตรฐานยุโรปตะวันตก ตลาดแรงงานของพวกเขาขับเคลื่อนด้วยระบบสวัสดิการและการกำหนดค่าแรงขั้นต่ำที่สอดคล้องกับค่าครองชีพ

แม้ในช่วงหลังจะเผชิญกับวิกฤตค่าครองชีพ (Cost of Living Crisis) และอัตราเงินเฟ้อที่ขยับขึ้นมาบ้าง แต่โดยรวมแล้ว เม็ดเงินในกระเป๋าของคนอังกฤษยังคงมีความเสถียรและจับจ่ายใช้สอยสิ่งของจำเป็นรวมถึงความบันเทิงได้อย่างไม่ขัดสน ซึ่งฐานข้อมูลอย่างเป็นทางการจาก Office for National Statistics (ONS) ระบุว่า รายได้ของแรงงานอังกฤษยังคงประคองตัวอยู่ในระดับสูงติดอันดับต้นๆ ของโลก

ในทางกลับกัน อาร์เจนตินากำลังเผชิญกับมรสุมทางเศรษฐกิจที่หยั่งรากลึก ค่าเงินเปโซอาร์เจนตินาผันผวนและอ่อนค่าลงอย่างรุนแรงแบบวันต่อวันอันเนื่องมาจากวิกฤตเงินเฟ้อขั้นรุนแรง (Hyperinflation) ทำให้รายได้เฉลี่ยของประชาชนเมื่อแปลงเป็นเงินสกุลสากลอย่างดอลลาร์สหรัฐร่วงดิ่งลงอย่างน่าใจหาย

แม้รัฐบาลจะพยายามปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ไม่เคยวิ่งกวดทันความเร็วของราคาสินค้าในท้องตลาด จากรายงานดัชนีค่าแรงล่าสุดของ Instituto Nacional de Estadística y Censos (INDEC) สะท้อนว่า รายได้เฉลี่ยของคนอังกฤษสูงกว่าคนอาร์เจนตินาถึง 7-9 เท่า

สิ่งนี้ตอบข้อสงสัยของหลายๆ คนได้ทันทีว่า เหตุใดเวลาที่มีทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ แฟนบอลอาร์เจนตินาจำนวนมากถึงต้องยอมทุบหม้อข้าวตัวเอง ขายรถ ขายบ้าน หรือยอมกู้หนี้ยืมสินก้อนโตเพื่อเดินทางข้ามทวีปไปเชียร์ทีมรัก เพราะเงินเก็บทั้งชีวิตของพวกเขาอาจมีมูลค่าลดลงเหลือเพียงไม่กี่ดอลลาร์ในเวลาไม่กี่เดือน การออกไปใช้เงินจึงอาจคุ้มค่ากว่าการเก็บมันไว้

2. ขนาดเศรษฐกิจโดยรวม (GDP)

มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP คือการคำนวณมูลค่าสินค้าและบริการทั้งหมดที่ประเทศผลิตได้ในระยะเวลา 1 ปี เปรียบเสมือนการวัดขนาด “เค้กเศรษฐกิจ” ก้อนใหญ่ เพื่อดูว่าประเทศนั้นๆ มีอิทธิพลและเม็ดเงินหมุนเวียนในเวทีโลกมากน้อยแค่ไหน

  • อังกฤษ: 3.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (อันดับ 6 ของโลก)
  • อาร์เจนตินา: 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

สหราชอาณาจักรเป็นเกาะขนาดเล็กในยุโรป แต่มีโครงสร้างเศรษฐกิจที่ทรงอิทธิพลระดับโลกมาอย่างยาวนาน ด้วยการขับเคลื่อนหลักจากภาคบริการ การท่องเที่ยว และที่สำคัญที่สุด คือ ศูนย์กลางทางการเงินระดับโลกอย่างกรุงลอนดอน เม็ดเงินจากหมวดหมู่นวัตกรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ช่วยให้มูลค่าเศรษฐกิจรวมของอังกฤษขยายตัวจนสามารถรั้งตำแหน่งท็อป 6 ของโลกได้อย่างเหนียวแน่น ตามการรายงานตัวเลขล่าสุดบนฐานข้อมูล World Bank Data

ตัดสลับมาที่ทวีปอเมริกาใต้ อาร์เจนตินา คือ ประเทศที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่โตกว่าอังกฤษเกือบ 11 เท่า ดินแดนแห่งนี้อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่า มีทุ่งหญ้าปศุสัตว์ที่กว้างใหญ่ และขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งใน “อู่ข้าวอู่น้ำ” ของโลกจากการส่งออกเนื้อวัวและถั่วเหลืองรายใหญ่ แต่ในมิติของขนาดเศรษฐกิจที่บันทึกโดย International Monetary Fund (IMF) กลับพบว่า GDP ของอาร์เจนตินาเล็กกว่าอังกฤษถึง 5 เท่า

ปรากฏการณ์นี้เป็นกรณีศึกษาคลาสสิกในแง่เศรษฐศาสตร์ว่า ต่อให้ประเทศจะมีแต้มต่อด้านทรัพยากรและพื้นที่มากเพียงใด แต่หากเผชิญหน้ากับการบริหารนโยบายประชานิยมที่ผิดพลาดในอดีต การผิดนัดชำระหนี้ต่างประเทศซ้ำซาก และการขาดเสถียรภาพทางการเมือง ยักษ์ใหญ่ที่มีทรัพยากรล้นมือก็สามารถกลายเป็นยักษ์ป่วยที่ติดหล่มเศรษฐกิจได้เช่นกัน

3. อัตราการเกิดของประชากร ส่องอนาคตแฟนบอลรุ่นถัดไป

ตัวเลขนี้เป็นเครื่องมือคาดการณ์อนาคตทางโครงสร้างประชากรและกำลังแรงงานที่จะขับเคลื่อนประเทศในอีก 20-30 ปีข้างหน้า โดยนักประชากรศาสตร์กำหนดเกณฑ์มาตรฐานไว้ว่า อัตราการเกิดทดแทนต้องอยู่ที่ 2.1 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคน ประชากรในประเทศจึงจะไม่ลดจำนวนลงและไม่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรุนแรง

  • อังกฤษ: 1.5 คน ต่อผู้หญิงหนึ่งคน
  • อาร์เจนตินา: 1.8 คน ต่อผู้หญิงหนึ่งคน

อังกฤษกำลังเดินตามรอยเท้าของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่ นั่นคือการเผชิญหน้ากับ “วิกฤตประชากรเงียบ” ค่าครองชีพที่สูงลิ่ว ค่านิยมของคนรุ่นใหม่ที่รักอิสระและชะลอการมีบุตร ส่งผลให้อัตราการเกิดร่วงลงมาอยู่ที่ 1.5 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์สากลอย่างมาก ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งยุโรป Eurostat บ่งชี้ว่าอังกฤษกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว

โครงสร้างนี้จะส่งผลให้รัฐบาลต้องแบกรับงบประมาณด้านสาธารณสุขและการดูแลผู้สูงอายุจำนวนมหาศาล ในขณะที่จำนวนแรงงานวัยรุ่นที่จะเติบโตขึ้นมาเสียภาษีและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กำลังลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ จนต้องพึ่งพานโยบายเปิดรับแรงงานย้ายถิ่นฐานจากต่างประเทศ

ในมุมกลับกัน อาร์เจนตินายังคงมีโครงสร้างประชากรที่ได้เปรียบในแง่ของความหนุ่มสาว แม้อัตราการเกิดจะลดลงจากยุคอดีตตามแนวโน้มโลก แต่ดัชนีสถิติมนุษยศาสตร์ของ United Nations Population Division ระบุว่า อาร์เจนตินายังคงรักษาอัตราการเกิดไว้ได้ที่ประมาณ 1.8 คน ซึ่งถือว่าสูงกว่าประเทศพัฒนาแล้วในฝั่งยุโรปเกือบทั้งหมด

วัฒนธรรมครอบครัวขนาดใหญ่ที่เหนียวแน่นและการให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัวในแถบลาตินอเมริกา ทำให้อาร์เจนตินายังคงมีสัดส่วนของเด็กและวัยรุ่นที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของประเทศ และแน่นอนว่า พวกเขาพร้อมที่จะสืบทอดสายเลือดความคลั่งไคล้ในมนต์เสน่ห์ของฟุตบอลต่อจากรุ่นพ่อแม่ได้อย่างอบอุ่น

4. จำนวนชั่วโมงการทำงานต่อปี

จำนวนชั่วโมงการทำงานไม่ได้บอกแค่ความขยัน แต่มันคือตัวชี้วัดคุณภาพชีวิต สมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต (Work-Life Balance) รวมถึงสะท้อนระดับความจำเป็นที่ประชากรต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดในแต่ละวัน

  • อังกฤษ: ทำงานเฉลี่ย 1,664 ชั่วโมงต่อปี
  • อาร์เจนตินา: ทำงานเฉลี่ย 1,900+ ชั่วโมงต่อปี

สำหรับชาวอังกฤษ กฎหมายคุ้มครองแรงงานที่มีความเข้มงวด วัฒนธรรมการทำงานแบบ Flexible Working และข้อกำหนดเรื่องวันหยุดประจำปีที่ชัดเจน ทำให้ชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยของพวกเขาอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างต่ำตามมาตรฐานของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว

ข้อมูลสถิติแรงงานจากองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) แสดงให้เห็นว่า คนอังกฤษมีเวลาเหลือพอที่จะไปพักผ่อน ทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือนั่งสังสรรค์ในผับหลังเลิกงาน การทำงานของพวกเขาจึงเป็นไปเพื่อการสร้างความมั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิต มากกว่าจะเป็นการทำงานเพื่อความอยู่รอดแบบวันต่อวัน

ตัดภาพมาที่อาร์เจนตินา ความเป็นจริงนั้นช่างโหดร้าย สถิติจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ International Labour Organization (ILO) ระบุว่าคนอาร์เจนตินาต้องทำงานยาวนานกว่าคนอังกฤษเกือบ 240 ชั่วโมงต่อปี ซึ่งหากลองคำนวณดูดีๆ ตัวเลขนี้เทียบเท่ากับการที่คนอาร์เจนตินาต้องทำงานเพิ่มขึ้นอีก 1 เดือนเต็มๆ ในแต่ละปี!

สาเหตุหลักไม่ได้มาจากความอยากรวย แต่มาจากวิกฤตเงินเฟ้อที่กัดกินมูลค่าเงินในกระเป๋าอยู่ตลอดเวลา เงินเปโซที่หามาได้ในตอนเช้าอาจซื้อของได้น้อยลงในตอนเย็น ทำให้แรงงานจำนวนมากไม่มีทางเลือกนอกจากการทำงานล่วงเวลา (OT) หรือต้องควบอาชีพที่สองและสามเพื่อหาเงินมาจ่ายค่าอาหารและค่าเช่าบ้าน เป็นภาพสะท้อนของการโดนสูบพลังชีวิตอย่างหนักท่ามกลางโครงสร้างเศรษฐกิจที่ผุกร่อน

ทำงานกี่ชั่วโมง ถึงจะได้ “ตั๋วบอลนัดชิง” 1 ใบ?

ลองมาคำนวณตัวเลขสนุกๆ โดยสมมติว่าราคาตั๋วเข้าชมฟุตบอลทัวร์นาเมนต์สำคัญในที่นั่งทำเลดี มีราคามาตรฐานสากลอยู่ที่ 600 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 21,000 บาท แฟนบอลของทั้งสองประเทศจะต้องแลกด้วยเวลาชีวิตในการทำงานเท่าไหร่กันเพื่อตั๋วใบนี้?

  • อังกฤษ: ทำงานเฉลี่ยเพียง 15 ชั่วโมง หรือประมาณ 2 วัน
  • อาร์เจนตินา: ต้องทำงานหนักถึง 120 ชั่วโมง หรือราวๆ 1 เดือนเต็ม

หากคุณเป็นชาวอังกฤษที่ทำงานได้รายได้เฉลี่ยตามมาตรฐาน ด้วยอัตราค่าแรงต่อชั่วโมงที่สูง คุณจะใช้เวลาทำงานเพียงประมาณ 15 ชั่วโมง หรือก้มหน้าก้มตาทำงานแค่ 2 วัน เงินจำนวนนี้ก็เพียงพอที่จะกดคลิกซื้อตั๋วเข้าชมการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศได้แบบสบายๆ โดยที่อาจจะมีเงินเหลือในบัญชีไปจ่ายค่าเบียร์และค่าเดินทางได้อีกด้วย

แต่สำหรับแฟนบอลชาวอาร์เจนตินา สมการนี้จะกลายเป็น “ชั่วโมงนรก” ทันที เมื่อนำค่าแรงเฉลี่ยรายชั่วโมงที่ถูกขยี้ด้วยวิกฤตค่าเงินมาหารราคาตั๋ว พวกเขาจะต้องทำงานหนักถึง 120 ชั่วโมง หรือคิดเป็นเวลาเกือบ 1 เดือนเต็ม! และมีเงื่อนไขสุดโหดว่า เงินทุกเปโซที่หามาได้ในเดือนนั้น ต้องห้ามหักไปซื้อข้าวกิน ห้ามจ่ายค่าไฟ หรือห้ามใช้จ่ายใดๆ เลยแม้แต่เซนต์เดียว เพื่อจะแลกตั๋วได้เพียงใบเดียวเท่ากัน

ความต่างระดับถึงหลายเท่านี้นี่เองที่เป็นบทพิสูจน์อันยิ่งใหญ่และตอบคำถามคนทั้งโลกว่า เหตุใดแฟนบอลอาร์เจนตินาถึงขึ้นชื่อเรื่องความบ้าคลั่ง ความคลั่งไคล้ และการเชียร์แบบถวายชีวิต เพราะตั๋วทุกใบ เสื้อแข่งทุกตัว และทุกๆ วินาทีที่พวกเขาได้ส่งเสียงเชียร์ทีมชาติในสนาม มันไม่ได้มาง่ายๆ เหมือนคนฝั่งยุโรปเลย

มันแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ แรงกาย และหยาดน้ำตาที่มากกว่า สำหรับชาวอาร์เจนตินาแล้ว ฟุตบอลจึงไม่ใช่แค่เกมกีฬาในวันหยุด แต่มันคือแสงสว่าง ความหวัง และสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจที่ช่วยให้พวกเขาหลุดพ้นจากโลกความจริงอันแสนเหนื่อยล้าไปได้ชั่วขณะหนึ่งของชีวิต