สสส. – DPU – สอศ. ปั้นเยาวชนอาชีวะสู่นักสื่อสารสุขภาวะ
นิเทศศาสตร์ DPU จับมือ สสส.–สอศ. ปั้นเยาวชนอาชีวะสู่นักสื่อสารสุขภาวะ ดันทีมวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงรายคว้า Best of The Best ด้วย “พื้นที่ปลอดภัยเคลื่อนที่”
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดยคณะนิเทศศาสตร์ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดกิจกรรม “Vocational Youth Health Showcase 2026”ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำเพื่อสร้างเครือข่ายการสื่อสารด้านสุขภาวะทางเพศและสุขภาพจิตใจในกลุ่มเยาวชนระดับอาชีวะ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนอาชีวศึกษาจากทั่วประเทศนำเสนอผลงานด้านสุขภาวะทางเพศและสุขภาพจิต พร้อมแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์การใช้สื่อเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงแก่สถานศึกษาและชุมชน ณ ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ DPU
ผลการตัดสินปรากฏว่า รางวัลชนะเลิศ “Best of The Best Project” ได้แก่ ทีมจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมจากวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีมจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาหนองคาย จังหวัดหนองคาย และรางวัล Popular Vote หรือรางวัลขวัญใจมหาชน ได้แก่ ทีมจากวิทยาลัยอาชีวศึกษากุสุมภ์เทคโนโลยี จังหวัดนครราชสีมา
สำหรับทีมจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศ ได้นำเสนอแนวคิดการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัยเคลื่อนที่” เพื่อสื่อสารและให้ความรู้ด้านสุขภาพจิตและสุขภาวะทางเพศแก่เยาวชนผ่านงานศิลปะ โดยมีนักศึกษาในทีม ประกอบด้วย นางสาวกรัญฑรัตน์ การเพียร นางสาวภัสสร ถอนหลักคำ นางสาวณัฐชธิดา ปัญญาเลิศ นายชญาโน มีชัย และนายภานุพงศ์ น้อยหมอ นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ชั้นปีที่ 3 มีนางสาวศุภรัตน์ หาญศึก ครูสาขาวิชาการออกแบบ เป็นครูผู้ดูแลโครงการ

นางสาวกรัญฑรัตน์ การเพียร ตัวแทนทีมจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย กล่าวว่า โครงการเกิดจากการมองเห็นว่า เยาวชนจำนวนหนึ่งแม้จะรับรู้ว่ามีพื้นที่ปลอดภัยหรือบุคคลที่พร้อมรับฟัง แต่ยังไม่กล้าเข้าไปขอคำปรึกษาหรือเปิดเผยปัญหาที่กำลังเผชิญ ทีมจึงเกิดแนวคิดนำพื้นที่ปลอดภัยออกไปพบเยาวชนตามสถานที่ต่าง ๆ แทนการรอให้เยาวชนเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหา
“บางคนรู้ว่ามีพื้นที่ปลอดภัย แต่ไม่กล้าที่จะเดินเข้ามาหาเรา พวกเราจึงคิดว่า หากเขาไม่เดินมาหาเรา ทำไมเราไม่เป็นฝ่ายเดินไปหาเขา จึงเกิดเป็นโครงการพื้นที่ปลอดภัยที่สามารถเคลื่อนที่เข้าไปหาเยาวชนในแต่ละพื้นที่” นางสาวกรัญฑรัตน์ กล่าว
ทีมได้นำศิลปะมาใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารเรื่องสุขภาพจิตและสุขภาวะทางเพศ เพื่อให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของจังหวัดเชียงราย ในฐานะเมืองแห่งศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ ช่วยลดข้อจำกัดของการสื่อสารด้วยคำพูด และเปิดโอกาสให้เยาวชนถ่ายทอดความคิด ความรู้สึก และประสบการณ์ของตนเองได้อย่างอิสระ

ด้านนางสาวศุภรัตน์ หาญศึก ครูผู้ดูแลโครงการ กล่าวว่า ความท้าทายสำคัญคือการขยายกิจกรรมจากภายในวิทยาลัยออกสู่พื้นที่สาธารณะ รวมถึงการประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย อย่างไรก็ตาม โครงการได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารวิทยาลัย หน่วยงานท้องถิ่น พื้นที่สร้างสรรค์ ภาคเอกชน และสถานศึกษากว่า 20 แห่งในจังหวัดเชียงราย ทำให้แนวคิดของเยาวชนสามารถพัฒนาเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริงและเข้าถึงคนในชุมชนได้
การนำกิจกรรมไปจัดในพื้นที่เปิดช่วยให้มีผู้เข้าร่วมหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่เยาวชน ผู้ปกครอง ผู้สูงอายุ ไปจนถึงชาวต่างชาติ โดยผู้เข้าร่วมสามารถเลือกเข้ามาทำกิจกรรมและออกจากพื้นที่ได้อย่างอิสระ บรรยากาศดังกล่าวช่วยลดความกดดัน และทำให้เยาวชนบางคนกล้าแสดงความรู้สึกผ่านการวาดภาพ ตลอดจนเปิดเผยเรื่องราวที่ไม่เคยกล้าเล่าให้ผู้อื่นฟัง
“ระหว่างที่เด็กวาดภาพ บางคนได้พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาเหมือนเป็นการระบายความรู้สึก การที่มีคนพร้อมรับฟังแม้เพียงช่วงเวลาหนึ่ง ถือเป็นผลลัพธ์ที่มีคุณค่าและสร้างความประทับใจให้แก่ทีมเป็นอย่างมาก” นางสาวศุภรัตน์ กล่าว
สำหรับการต่อยอดโครงการ ทีมมีแผนนำนิทรรศการและกิจกรรมไปจัดในพื้นที่ด้านศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย รวมถึงสถานศึกษาแห่งอื่น ๆ ในจังหวัดเชียงราย โดยมีโรงเรียนบางแห่งตอบรับเข้าร่วมแล้ว และอยู่ระหว่างประสานงานกับอีกหลายโรงเรียน เพื่อขยายโมเดลพื้นที่ปลอดภัยเคลื่อนที่ให้เข้าถึงเยาวชนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังวางแนวทางให้สถานศึกษาสามารถนำกิจกรรมไปประยุกต์ใช้ภายในโรงเรียน เช่น ห้องกิจกรรม ห้องสื่อ หรือพื้นที่ให้คำปรึกษา เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพจิตและสุขภาวะทางเพศ พร้อมเปิดพื้นที่ให้เยาวชนสื่อสารปัญหาและความรู้สึกได้โดยไม่ถูกตัดสิน
ภายในงานยังจัดเวทีเสวนา “Beyond Content Creators” โดยมี นางสาวโสรยา วงษ์พัดอำพร (เฟิร์น ฟ.ฟัน) Best of Learning & Education 2022 และนายพงศกร จักรแก้ว (สปาย อะปาย) Assistant Director & Content Creator ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ด้านการสร้างสรรค์สื่อแก่เยาวชน การทำงานเบื้องหลังคอนเทนต์ และชวนเยาวชนมองบทบาทของผู้ผลิตสื่อให้ไกลกว่าความนิยม ยอดเข้าชม หรือจำนวนผู้ติดตาม
นางสาวโสรยา วงษ์พัดอำพร Best of Learning & Education 2022 กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นโอกาสในการนำแนวคิดและประสบการณ์จากการทำงานด้านคอนเทนต์มาแบ่งปันแก่เยาวชนรุ่นใหม่ โดยผู้ผลิตสื่อในยุคดิจิทัลจำเป็นต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมพิจารณาว่าเนื้อหาที่เผยแพร่ออกไปจะสร้างประโยชน์หรือส่งผลกระทบต่อผู้รับสารอย่างไร
“สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นสร้างคอนเทนต์ ควรเริ่มจากเรื่องที่ตนเองสนใจและชื่นชอบ เพราะจะช่วยสร้างแรงผลักดันในการเรียนรู้และพัฒนาผลงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงควรนำเสนอเนื้อหาที่สะท้อนความเป็นตัวเอง เพื่อสร้างเอกลักษณ์และความแตกต่าง แม้สามารถศึกษารูปแบบการนำเสนอจากครีเอเตอร์คนอื่นเป็นแนวทางได้ แต่ควรนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวตนของตนเอง” นางสาวโสรยา กล่าว
นางสาวโสรยา กล่าวเพิ่มเติมว่า สังคมควรมีคอนเทนต์เกี่ยวกับสุขภาพจิตและสุขภาวะทางเพศเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เยาวชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถนำไปใช้ดูแลตนเองได้ อย่างไรก็ตามผู้ผลิตสื่อต้องระมัดระวังการเลือกใช้คำ ภาพ และพฤติกรรมที่นำเสนอ โดยหลีกเลี่ยงเนื้อหาที่รุนแรง ล่อแหลม หรือไม่เหมาะสมกับช่วงวัย
“ก่อนที่จะเผยแพร่ผลงาน ครีเอเตอร์ควรวางแผนและทบทวนเนื้อหาอย่างรอบคอบ รวมถึงอาจขอคำแนะนำจากเพื่อน ผู้ใหญ่ หรือบุคคลที่ไว้วางใจ เพื่อช่วยประเมินว่าองค์ประกอบต่าง ๆ มีความเหมาะสม สามารถสื่อสารประเด็นได้ชัดเจน และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม”นางสาวโสรยา กล่าวทิ้งท้าย
ด้าน นายพงศกร จักรแก้ว Assistant Director & Content Creator และในฐานะศิษย์เก่า ของหลักสูตรภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า การถ่ายทอดประสบการณ์จริง ทั้งความสำเร็จและข้อผิดพลาดจากการทำงาน จะช่วยให้เยาวชนมีแนวทางและกรณีศึกษาก่อนลงมือผลิตสื่อด้วยตนเอง พร้อมแนะนำให้ครีเอเตอร์รักษาความเป็นตัวเอง และคิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทุกครั้งก่อนพูดหรือเผยแพร่เนื้อหา เพราะข้อความหรือคลิปเพียงชิ้นเดียวอาจส่งผลต่อผู้รับสารในวงกว้าง
ประเด็นการสื่อสารเรื่องสุขภาวะทางเพศ ควรถูกนำมาพูดคุยอย่างเปิดเผย เพราะการสื่อสารแบบหลบซ่อนหรือการส่งต่อข้อมูลที่ไม่ถูกต้องอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและนำไปสู่ปัญหาในอนาคต ผู้ผลิตสื่อจึงควรนำเสนอข้อมูลที่เป็นจริง ถูกต้อง และสร้างสรรค์ โดยไม่ผลิตซ้ำเนื้อหาที่ล่อแหลมหรือมีลักษณะชักจูงให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยง
“ครีเอเตอร์ควรใช้พื้นที่สื่อสารของตนเองให้เกิดประโยชน์ กล้าพูดถึงประเด็นสำคัญด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง และช่วยแก้ไขความเข้าใจผิดที่ถูกส่งต่อกันมา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต” นายพงศกร กล่าว
ด้าน ผศ.ศิวนารถ หงษ์ประยูร คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ในฐานะผู้ดำเนินโครงการ กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นเวทีสรุปผลโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำเพื่อสร้างเครือข่ายการสื่อสารด้านสุขภาวะทางเพศและสุขภาพจิตในกลุ่มเยาวชนระดับอาชีวะ ซึ่งคณะนิเทศศาสตร์ DPU รับหน้าที่ออกแบบและขับเคลื่อนกระบวนการเรียนรู้ตลอดระยะเวลา 1 ปี โดยมีตัวแทนเยาวชนอาชีวศึกษาจากทั่วทุกภูมิภาคร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และนำเสนอผลงาน โดยมีสถานศึกษาอาชีวศึกษาเข้าร่วม 81 แห่ง ก่อนคัดเลือกตัวแทน 8 ทีมจาก 8 ภูมิภาค เพื่อเข้าสู่เวทีนำเสนอผลงานรอบสุดท้าย และร่วมชิงรางวัล “Best of The Best Project”
“ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน 1 ปี ทีมงานได้เห็นพัฒนาการของเยาวชนอย่างเห็นได้ชัด ทั้งด้านความรู้ ความมั่นใจ การทำงานเป็นทีม สิ่งสำคัญที่สุดคือ เยาวชนได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง กล้าแสดงความคิดเห็น กล้ารับฟังผู้อื่น และใช้การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์เป็นพลังในการสร้างประโยชน์ให้กับสังคม ผ่านการจัดกิจกรรมในวิทยาลัยของตนเอง การส่งต่อความรู้ให้กับเพื่อน และการสร้างเครือข่ายในชุมชน” ผศ.ศิวนารถ กล่าว
ในฐานะสถาบันการศึกษาด้านนิเทศศาสตร์ เชื่อว่าสื่อสร้างสรรค์ไม่ใช่เพียงผลผลิตของการเรียนรู้ แต่เป็นกระบวนการสร้างการเรียนรู้ เมื่อเยาวชนได้เป็นทั้งผู้คิด ผู้ผลิต และผู้สื่อสาร พวกเขาจะได้ฝึกค้นคว้า วิเคราะห์ข้อมูล เข้าใจผู้รับสาร และตระหนักถึงผลกระทบของการสื่อสาร กระบวนการเหล่านี้จึงเป็นการเรียนรู้ที่ลึกซึ้งกว่าการผลิตสื่อเพียงชิ้นหนึ่ง หวังว่าเวทีแห่งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตของเยาวชนอาชีวะในฐานะ ‘นักสื่อสารสุขภาวะ’ และเป็นพลังสำคัญในการสร้างสังคมที่มีสุขภาวะอย่างยั่งยืน