เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บอร์ดราง เตรียมประกาศ กทม. เป็น “เขตเฝ้าระวังพิเศษ” ห้ามรถไฟสินค้าวิ่งกลางวัน-รถน้ำมัน 24 ชม.
Economic บอร์ดราง เตรียมประกาศ กทม. เป็น “เขตเฝ้าระวังพิเศษ” ห้ามรถไฟสินค้าวิ่งกลางวัน-รถน้ำมัน 24 ชม.
‘ผู้จัดการรายวัน’ เลิกพิมพ์ 31 ก.ค. ปิดฉากสื่อกระดาษกว่า 35 ปี
Business ‘ผู้จัดการรายวัน’ เลิกพิมพ์ 31 ก.ค. ปิดฉากสื่อกระดาษกว่า 35 ปี
‘สี จิ้นผิง‘ หนุนรัฐบาลไทยเร่งพัฒนารถไฟเชื่อม 3 ประเทศ ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ
World ‘สี จิ้นผิง‘ หนุนรัฐบาลไทยเร่งพัฒนารถไฟเชื่อม 3 ประเทศ ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ
ทรูมันนี่ เปิดตัวฟีเจอร์ ‘แตะจ่าย’ ใช้ที่ 7-Eleven-ร้านค้าพันธมิตร แตะเข้า MRT รอเร็ว ๆ นี้
Tech ทรูมันนี่ เปิดตัวฟีเจอร์ ‘แตะจ่าย’ ใช้ที่ 7-Eleven-ร้านค้าพันธมิตร แตะเข้า MRT รอเร็ว ๆ นี้
การรถไฟฯ เปิด SRT Bangkok Connex กรุงเทพฯ-อยุธยา เริ่ม 1 ส.ค.
Economic การรถไฟฯ เปิด SRT Bangkok Connex กรุงเทพฯ-อยุธยา เริ่ม 1 ส.ค.
ศูนย์การค้า Happitat แลนด์มาร์กใหม่ย่านบางนา พร้อมเปิดบริการ 21 ส.ค.นี้
Real Estate ศูนย์การค้า Happitat แลนด์มาร์กใหม่ย่านบางนา พร้อมเปิดบริการ 21 ส.ค.นี้
อรรษิษฐ์ เผย มติ กสถ. โละบัญชีสอบท้องถิ่น เรียงลำดับใหม่ทั้งหมด 5,924 คน
Politics อรรษิษฐ์ เผย มติ กสถ. โละบัญชีสอบท้องถิ่น เรียงลำดับใหม่ทั้งหมด 5,924 คน
ไปรษณีย์ไทย ปลุกเทรนด์ส่งท้ายบอลโลก 2026 ดัน “โปสต์การ์ดออนไลน์” ลุ้นทอง 7 ล้าน
Biz Movement ไปรษณีย์ไทย ปลุกเทรนด์ส่งท้ายบอลโลก 2026 ดัน “โปสต์การ์ดออนไลน์” ลุ้นทอง 7 ล้าน
กสถ. สัปดาห์หน้า ลงนามเพิกถอน 5,924 คน พร้อมประกาศบัญชีใหม่
Politics กสถ. สัปดาห์หน้า ลงนามเพิกถอน 5,924 คน พร้อมประกาศบัญชีใหม่
เริ่มแล้วเทศกาลความเร็ว “IMPACT Speed Fest 2026”  
Automotive เริ่มแล้วเทศกาลความเร็ว “IMPACT Speed Fest 2026”  
ดูทั้งหมด

เดินตามรอยพ่อ “จงใช้ปัญญาเป็นเครื่องนำทาง”-

25 ต.ค. 2560 | 07:00น.

นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติปกครองราชอาณาจักรไทย เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2493 พระองค์ได้แสดงให้เห็นว่า ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี พระองค์ไม่เพียงทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองสิริราชสมบัติยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย หากพระองค์ยังทรงตั้งมั่นอยู่ในทศพิธราชธรรม ทรงอุทิศกำลังพระวรกาย และกำลังพระสติปัญญาในการดูแลสารทุกข์สุกดิบของปวงอาณาประชาราษฎร์ตลอดมา

สมดังพระปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

เนื่องจากพระองค์เสด็จฯเยี่ยมเยือนราษฎรทั่วทุกสารทิศทุกภูมิภาคของประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2495 พระองค์ทรงเห็น และตระหนักถึงสภาพความเป็นอยู่ของปวงราษฎรที่ต้องเผชิญปัญหาต่าง ๆ ในการทำมาหากิน การดำรงชีพ จึงมีพระราชดำริที่จะแก้ไข และบรรเทาความเดือดร้อน เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อันเห็นได้จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า 4,600 โครงการ

ทั้งนี้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 สำนักพระราชวังมีประกาศเรื่องพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต ด้วยพระอาการสงบ เวลา 15.52 น. ณ โรงพยาบาลศิริราช สิริพระชนมพรรษาปีที่ 89 ทรงครองสิริราชสมบัติ 70 ปี ได้นำมาซึ่งความโศกเศร้าเสียใจของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ราวกับหัวใจของปวงชนแตกสลาย

ดังนั้น เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ “ประชาชาติธุรกิจ” จึงพูดคุยกับ 3 บุคคล ถึงการน้อมนำแนวพระราชดำริ พระบรมราโชวาท หลักคิด หลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานมาประยุกต์ใช้เป็นแนวปฏิบัติในการดำเนินชีวิต

เบื้องต้น “ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล” เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า แต่ละปีในหลวงรัชกาลที่ 9 ใช้เวลา 8 เดือน ในการแปรพระราชฐานไปยังพื้นที่ทุรกันดารตามจังหวัดต่าง ๆเพื่อดูแลทุกข์สุขของราษฎร ซึ่งผมได้ตามเสด็จพระองค์มาเป็นระยะเวลา 35 ปี รู้รสถึงความเหนื่อยยากว่าการต้องจากครอบครัวไป 8 เดือนในทุกปีนั้นเป็นอย่างไร

“เมื่อใช้วิจารณญาณถึงการดำเนินงานของพระองค์ ก็จะรู้ว่าชีวิตต้องพึ่งพิงดิน น้ำ ป่า ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยต้องให้ความสำคัญ ไม่ใช่ไปมุ่งแต่เรื่องเงินทอง อันเป็นตัวการที่ทำลายดินน้ำ ป่า ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือเรื่องน้ำ ชาวบ้านที่ปฏิบัติตามหลักการของพระองค์ ไม่มีรายไหนที่มีน้ำแล้ง หรือเกิดน้ำท่วม โดยจะมีน้ำใช้ได้ตลอด”

“พระองค์พยายามให้ทุกคนใช้ปัญญาเป็นเครื่องนำทาง สิ่งต่าง ๆ ต้องเกิดจากการรู้ก่อนแล้วจึงปฏิบัติ ทั้งเรื่องความสามัคคี หรือเรื่องอื่น ๆ ตามที่พระองค์ยึดหลักการทรงงาน เข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนา คือ เมื่อเข้าใจอย่างดีแล้วจะเข้าถึงการปฏิบัติ สุดท้ายประเทศจะพัฒนาไปสู่ความยั่งยืน ซึ่งเราต้องส่งมอบปัจจัยชีวิตต่าง ๆ ไปสู่ลูกหลาน ถ้าเรากอบโกย หรือใช้อย่างไม่บันยะบันยัง ในอนาคตจะประสบปัญหาต่าง ๆ”

สำหรับช่วงเวลาครบ 1 ปีที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต “ดร.สุเมธ” กล่าวว่า ประชาชนโศกเศร้าได้ แต่ต้องมีความเข้มแข็ง เพราะเมื่อเข้มแข็งแล้วจะเกิดปัญญา เพื่อนำแนวทางของพระองค์มาปฏิบัติ หรือใช้ในการดำเนินชีวิตด้วย

เช่นเดียวกับ “วาสนา ลาทูรัส” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นารายณ์ อินเตอร์เทรด จำกัด ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างแบรนด์ “นารายา” (NaRaYa) ที่บอกว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการทำงานแบบไม่ติดตำรา ทำงานเป็นลำดับขั้นตอน ทำอย่างประหยัด เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด ที่สำคัญคือ มีความซื่อสัตย์สุจริต จริงใจต่อกัน และทำงานอย่างมีความสุข ตลอดจนการส่งเสริมชุมชนในการประกอบอาชีพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต มุ่งเน้นการพึ่งตนเอง พออยู่พอกิน

โดยองค์ประกอบของความสำเร็จนารายา ถือเป็นส่วนหนึ่งใน 23 หลักทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่ง “วาสนา” บอกว่าสิ่งที่พระองค์ทำให้เห็น ทำให้เป็นตัวอย่าง และพร่ำสอน เหมือนพ่อสอนลูกเสมอมานั้น พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เป็นความจริงที่สามารถใช้ได้จริง และนำมาซึ่งความสำเร็จ

“สิ่งที่เราจะทำต่อไปคือ การน้อมนำแนวทางของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และนำมาสอนลูก ๆ ซึ่งตอนนี้พวกเขาเริ่มได้เข้ามาช่วยงานในบริษัท รวมถึงการนำไปสอนลูก ๆ ที่เป็นพนักงานบริษัทอีกด้วย อย่างเช่นเรื่องหนึ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 สอนไว้ว่า เราไม่ควรให้ปลาแก่เขา แต่ควรจะให้เบ็ดตกปลาและสอนให้รู้จักวิธีตกปลาจะดีกว่า (พระราชดำรัสที่ได้พระราชทานไว้เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2541) ตรงนี้เรานำมาเป็นแนวทางในการทำงาน โดยเฉพาะกับคนเย็บในต่างจังหวัดที่มีหลายพันคน ซึ่งเราจะให้จักรแก่ชาวบ้าน แต่ไม่ได้ให้ฟรี เขาต้องผ่อนกับเราโดยไม่มีดอกเบี้ย ซึ่งจักรถือเป็นเครื่องมือทำมาหากิน เขาจะต้องรู้จักความรับผิดชอบว่าหน้าที่ต้องส่งจักรอันนี้ ไม่ใช่นึกจะทำก็ทำ นึกจะไม่ทำก็ไม่ทำ”

“อีกทั้งพนักงานในโรงงาน และชาวบ้านที่เย็บผ้ากับเราส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพทำนา และเราไม่อยากให้เขาเลิกทำนาด้วย ดังนั้นในช่วงหน้านา เราจะสอนให้เขารู้จักวิธีการบริหารเวลา แบ่งเวลา แบ่งหน้าที่กัน ซึ่งจะไม่กระทบกันกับทั้งเราและเขา เรายังส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ซึ่งจะเห็นว่าโรงงานของเรากระจายอยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ และไม่เพียงแต่การผลิต แต่เรายังสอนให้เขาเป็นเถ้าแก่ สอนเรื่องการจัดการ การขนส่ง แพ็กเกจจิ้ง และรับออร์เดอร์ นับตั้งแต่วันแรกที่เราเข้าไปจนถึงวันนี้ ชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเป็นอย่างมาก สามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน”

ขณะที่ “พิรดา เตชะวิจิตร์” นักบินอวกาศคนแรกของไทย ที่ปัจจุบันทำงานในตำแหน่งนักวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) บอกว่า หลายเรื่องที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้มีความสำคัญ และเป็นเรื่องจริงอย่างมาก ซึ่งตนเองก็ยึดถือเรื่องการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมมาใช้ในการทำงาน

“เพราะเชื่อว่าทุกคนเป็นฟันเฟืองที่ทำให้ประเทศหมุน และเดินไปข้างหน้าได้ เพียงแต่จะเลือกเป็นเฟืองที่เสีย หรือเฟืองที่หมุนได้ ถ้าในสังคมไทยทุกคนทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ ก็จะทำให้ประเทศชาติเดินก้าวหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว อย่างเช่นตอนนี้ตนเองอยู่ในตำแหน่งที่สำคัญ และเป็นภาคส่วนที่มีผลต่อเรื่องการพัฒนาประเทศทางด้านการศึกษา ซึ่งพยายามจะทำให้เด็กเรียนรู้จากการลงมือทำ ผ่านแล็บ STEM ที่เราสร้างให้ เพราะเราเห็นยังมีเด็กจำนวนมากที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยี”

“ตอนนี้เราทำให้กับโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี และโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ชลบุรี ผลที่ออกมาทำให้เด็ก ๆ ใช้แล็บมากถึงวันละเกือบ 200 คน และในปีถัดไปเราจะขยายไปอีก 10 โรงเรียนต่อไป”

อันเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ของ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร” ด้วยการดำเนินชีวิตตามรอยเบื้องพระยุคลบาทของพระองค์