ลุ้นหุ้นโรงพยาบาลฟื้น หลัง “ประยุทธ์” ไฟเขียวนำเข้าวัคซีนโควิด
โรงพยาบาลเอกชนลุ้นตัวโก่ง หลัง “ประยุทธ์” ไฟเขียวให้เอกชนนำเข้าวัคซีนโควิดได้ คาดกลุ่มกรุงเทพดุสิตเวชการ เป็นผู้นำเข้ารายแรก กำไรจากการฉีดวัคซีนชุบชีวิต หลังผู้ป่วยต่างชาติลด
วันที่ 28 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประกาศนโยบายให้เอกชนนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ได้ โดยผู้ประกอบการต้องยื่นเอกสารขอขึ้นทะเบียนวัคซีนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด นางสาวปิยะฉัตร รัตนสุวรรณ นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากนโยบายรัฐดังกล่าวถือเป็นผลเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล แต่อาจเร็วเกินไปที่จะประเมิน เพราะยังไม่แน่ใจว่าการสั่งวัคซีนเข้ามาจะซื้อได้กี่โดส
แม้แต่รัฐบาลแต่ละประเทศก็ยังไม่สามารถหาวัคซีนได้เร็ว จึงเป็นคำถามว่า โรงพยาบาลเอกชนจะหาได้หรือไม่ คงจะเห็นผลเชิงบวกจริง ๆ ปลายปี’64 เมื่อวัคซีนเริ่มผลิตได้จำนวนมาก กรณีโรงพยาบาลวิภาวดีจองซื้อวัคซีนโควิดโมเดอร์นา (Moderna) ไว้แล้วนั้น จะได้รับจริง ๆ ช่วงเดือน ต.ค. 64 ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะได้กี่โดสเหมือนกัน
ส่วนในแง่กำไรของกลุ่มโรงพยาบาล เดิมรายได้การฉีดวัคซีนปกติ (ไม่รวมวัคซีนโควิด) คิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 1% ของรายได้ทั้งหมด มีราคาเฉลี่ย 500-1,000 บาทต่อครั้ง แต่ถ้าเป็นวัคซีนโควิด-19 จะมีราคา 4,000-5,000 บาท ตามที่โรงพยาบาลวิภาวดีได้ตั้งแพ็กเกจราคาไว้ ถ้าขายในราคาดังกล่าวจริงก็อาจมีนัยยะต่อรายได้ของหุ้นโรงพยาบาล
คาดว่า บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) น่าจะเป็นโรงพยาบาลผู้นำในการนำเข้าวัคซีนโควิด-19 เป็นรายแรก เพราะสั่งซื้อลอตใหญ่ได้ ในแง่ต้นทุนการซื้อน่าจะทำได้ถูกกว่า
ขณะที่ นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า BDMS น่าจะเป็นผู้นำเข้าวัคซีนเป็นรายแรก มีโรงพยาบาลในเครือมากกว่า 50 แห่ง คาดว่ากำไรจากการฉีดวัคซีนน่าจะช่วยต่อยอดธุรกิจจากรายได้ที่ผู้ป่วยต่างชาติลดลง
โดยประเมินกำไรของหุ้นโรงพยาบาล (4 บริษัท) รวม 13,624 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ถ้ามองปัจจัยพื้นฐานเลือก บมจ.บางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH) เพราะมูลค่าหุ้นไม่แพงเมื่อเทียบกับกลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์มีรายได้จากลูกค้าประกันสังคม คาดกำไรอยู่ที่ 1,423 ล้านบาท เพิ่ม 12% จากปีก่อนทำได้ 1,270 ล้านบาท
BDMS คาดกำไร 8,861 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.25% จากปีก่อนทำได้ 6,751 ล้านบาท ขณะที่ บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) คาดกำไร 2,426 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.95% จากปีก่อนทำได้ 1,371 ล้านบาท เป็นการฟื้นตัวจากฐานต่ำ