สาธารณสุข สรุปยอดโควิด “คลัสเตอร์ปาร์ตี้” พุ่ง 30 ราย เตือนอย่าเพิ่งวางใจ
“สาธารณสุข” เผยกทม.แนวโน้มติดเชื้อโควิดลดลง เตือนอย่าวางใจ คลัสเตอร์ 2 ปาร์ตี้ ยอดติดเชื้อรวมแล้ว 30 ราย
เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2564 ที่กระทรวงสาธารณสุขในการแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ประจำวัน
นพ.วิชาญ ปาวัน ผู้อำนวยสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า ภาพรวมแนวโน้มผู้ติดเชื้อในกทม.ลดลง โดยวันนี้ (30 ม.ค. 2564) ผู้ติดเชื้ออยู่ในระดับเลขตัวเดียว แต่ถ้าดูภาพรวมตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเลขผู้ติดเชื้อมีเพิ่มขึ้นบ้างจากเคสงานเลี้ยงวันเกิดและพนักงานในร้านอาหารของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
สำหรับการติดเชื้อในกทม. จากสถานกักตัวของรัฐพบผู้ติดเชื้อต่อเนื่องทุกวัน 5-10 ราย ส่วนที่เขื่อมโยงจ.สมุทรสาคร มีประปราย กรณีสถานบันเทิงผับบาร์ไม่มีผู้ติดเชื้อแล้ว
ส่วนโรงงานสถานประกอบการ เน้นแรงงานต่างด้าวเป็นหลัก ครอบคลุมทั้งโรงงานขนาดเล็กและขนาดใหญ่ โดยได้ดำเนินการตรวจเชิงรุกร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) เน้นพื้นที่ 5 เขต ได้แก่ บางขุนเทียน บางบอน หนองแขม บางแค และภาษีเจริญ
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา สำรวจไปแล้ว 40 โรงงาน พบผู้ติดเชื้อในโรงงาน 4 แห่ง ใน 3 แห่งเป็นที่ที่เคยพบการติดเชื้อ อยู่ในเขตบางขุนเทียนและบางบอน อีก 1 โรงเป็นแรงงานเมียนมาร์ในเขตภาษีเจริญ
ส่วนการติดเขื้อในชุมชนมีการรายงานประปราย ไม่มีลักษณะเป็นเวฟใหญ่ แต่ก็ได้ทำการตรวจเน้นคนไทยที่มีโอกาสเสี่ยวสัมผัสแรงงานต่างด้าว เข่น อาชีพบริการ บุคลากรสาธารณสุข ตำรวจ วินมอเตอร์ไซค์ แคชเชียร์ เป็นต้น ดังนั้น การติดเชื้อส่วนใหญ่จะมาจากการสัมผัสผู้ติดเชื้อก่อนหน้านี้และเดินทางไปในสถานที่เสี่ยง
นพ.วิชาญกล่าวต่อไปว่า สำหรับการติดเชื้อในระลอกใหม่นี้ แม้จะมีจำนวนน้อยกว่ารอบแรกแต่ยังวางใจไม่ได้ เพราะการติดเชื้อยังมีต่อเนื่อง และสัดส่วนผู้ติดเชื้อส่วนมากเป็นวัยรุ่นและวัยทำงานเป็นหลัก จึงยังต้องมีมาตรการควบคุมให้เข้มงวดมากขึ้น
ส่วนกรณีเคสปาร์ตี้วันเกิด 2 งาน มีผู้ติดเชื้อสะสมรวม 30 ราย และมีผู้ติดเชื้อใหม่ 1 ราย โดยสถานการณ์การติดเชื้อของกลุ่มนี้ถือว่าเริ่มนิ่งแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวังตามระยะการฟักตัวของโรคต่อไป
จึงขอให้ทุกท่านอย่าประมาท แม้จะมีอาการเพียงเล็กน้อยก็ต้องไปตรวจหาเชื้อ รวมถึงเลี่ยงการไปในจุดที่มีการสัมผัสเสี่ยงสูงหรือมีคนหนาแน่น หมั่นสแกนแอปไทยชนะ-หมอชนะและดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข แม้จะเริ่มมีการฉีดวัคซีนแล้วก็ตาม