เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ กลับประเทศไทย เสร็จสิ้นการเยือนเวียดนาม
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ กลับประเทศไทย เสร็จสิ้นการเยือนเวียดนาม
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มหาวิทยาลัยฮานอย
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มหาวิทยาลัยฮานอย
‘แอ๊ด คาราบาว’ เปิดใจใช้สิทธิ์ ‘บัตรทอง’ ครั้งแรก! ชมหมอรัฐบาล-ยาดี วอนรัฐอุ้มสวัสดิการหมอ
News ‘แอ๊ด คาราบาว’ เปิดใจใช้สิทธิ์ ‘บัตรทอง’ ครั้งแรก! ชมหมอรัฐบาล-ยาดี วอนรัฐอุ้มสวัสดิการหมอ
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จับมือ ขสมก. นำรถยูโรทูทดสอบสาย 4-72 แก้เดินทางชานเมืองฝั่งธนฯ
News มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จับมือ ขสมก. นำรถยูโรทูทดสอบสาย 4-72 แก้เดินทางชานเมืองฝั่งธนฯ
“Gastech 2026” 3 วันแรก มูลค่าเจรจาแผนลงทุนแตะ 4 หมื่นล้านดอลลาร์
Economic “Gastech 2026” 3 วันแรก มูลค่าเจรจาแผนลงทุนแตะ 4 หมื่นล้านดอลลาร์
บอกลา “จ่าหน้าซอง” ไปรษณีย์ไทย จ่อขยายผล Digital Post ID ดึงขนส่งเจ้าอื่นร่วมใช้เลข 6 หลัก
Tech บอกลา “จ่าหน้าซอง” ไปรษณีย์ไทย จ่อขยายผล Digital Post ID ดึงขนส่งเจ้าอื่นร่วมใช้เลข 6 หลัก
กทม.เสียดายสภาปัดตก โครงการเช่ารถขยะอีวี 6 พันล้าน ทำกรุงเทพฯชวดเป็นเมืองไร้มลพิษ
Politics กทม.เสียดายสภาปัดตก โครงการเช่ารถขยะอีวี 6 พันล้าน ทำกรุงเทพฯชวดเป็นเมืองไร้มลพิษ
“วราวุธ“ เตรียมชงบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์วางกติกาใหม่ ดึงเข้าบัญชีโรงงาน 108
Politics “วราวุธ“ เตรียมชงบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์วางกติกาใหม่ ดึงเข้าบัญชีโรงงาน 108
ธ.ก.ส. เปิดตัวสลากออมทรัพย์ชุดดิจิทัล Plus หน่วยละ 50 บาท ลุ้นโชค 3 ล้านทุกเดือน
Finance ธ.ก.ส. เปิดตัวสลากออมทรัพย์ชุดดิจิทัล Plus หน่วยละ 50 บาท ลุ้นโชค 3 ล้านทุกเดือน
Grab ซื้อ Atome เสริมทัพสินเชื่อดิจิทัล 5 ประเทศ ดันพอร์ต 6 พันล้านดอลลาร์
Business Grab ซื้อ Atome เสริมทัพสินเชื่อดิจิทัล 5 ประเทศ ดันพอร์ต 6 พันล้านดอลลาร์
ดูทั้งหมด

สาธารณสุขโต้เดือด ปมวัคซีนล่าช้า อย่าใช้ข้อมูลเก่ามาเสนอ 

13 มี.ค. 2564 | 17:14น.
บุคลากรทางการแพทย์แพ้วัคซีน 1 ราย

กระทรวงสาธารณสุข โต้เดือดปมวัคซีนล่าช้า ฝากถึงผู้โจมตี อย่าใช้ข้อมูลเก่ามานำเสนอ ลดทอนความเชื่อมั่นประชาชน 

วันที่ 13 มี.ค. 64 ในการแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผลการดำเนินฉีดวัคซีนโควิดประเทศไทย ขณะนี้มีผู้ได้รับวัคซีนสะสมแล้ว 44,409 ราย (นับตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์) เป็นบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุข รวม อสม. 29,243 ราย เจ้าหน้าที่อื่นๆ ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย 9,591 บุคคลมีโรคประจำตัว 1,756 ราย ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 3,819 ราย ที่ผ่านมายังไม่มีรายใดเกิดอาการแพ้รุนแรง

ส่วนประเด็นการชะลอฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเนื่องจากพบว่ามีผู้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลังรับวัคซีนที่ยุโรป ทำให้หลายประเทศชะลอการฉีดวัคซีนดังกล่าว รวมถึงประเทศไทย ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขกำลังรอข้อมูลอย่างเป็นทางการจากองค์การอนามัยโลก และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง คาดจะสรุปข้อมูลได้ภายในต้นสัปดาห์หน้า หากไม่มีปัญหาอะไรก็จะเริ่มนำมาฉีดได้

นพ.โอภาส กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีบางคนบอกว่าสาธารณสุขจัดหาวัคซีนล่าช้า มีข้อมูลข่าวสารจากหลายคน บ้างก็บอกว่าเราจะฉีดวัคซีนเสร็จสิ้นภายในปี 2565 หรือ 2566 ขออนุญาตย้ำว่า แผนการฉีดวัคซีนของประเทศไทย ทางคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง มีการแถลงแจ้งต่อประชาชนเป็นระยะๆ อยู่แล้ว ซึ่งก็มีผู้อ้าง นำข้อมูลที่บอกว่าควบคุมโรคได้เสนอข้อมูลต่อกรรมาธิการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร เมื่อปลายปี 2563 ว่าจะมีการฉีดวัคซีนครบถ้วนในปี 2566 นั้น ขอชี้แจงว่า ในปลายปี 2563 เป็นสถานการณ์ที่ยังไม่มีการนำวัคซีนมาใช้ การวิจัย ก็ยังไม่แน่ใจว่าวัคซีนจะมีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัย ป้องกันโรคได้หรือไม่ ตอนนั้นผู้เชี่ยวชาญหลายคนมีการวิเคราะห์ว่า กว่าวัคซีนจะมีใช้คงใช้เวลาอีกหลายปี ดังนั้นจึงมีการจัดทำแผนเตรียมการฉีดวัคซีนตามข้อมูลที่มีในขณะนั้น แต่ต่อมาคณะรัฐมนตรี ได้เห็นชอบและอนุมัติให้กระทรวงสาธารณสุขได้จองซื้อวัคซีนจากบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า จำนวน 26 ล้านโดส และทำสัญญาเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2563 จึงได้ปรับแผนการฉีดวัคซีนใหม่ให้สอดคล้องกับสิ่งที่เราหาได้

จะเห็นว่าแม้แต่ในขณะนี้ต้นมี.ค.64 การวิจัยส่วนใหญ่ก็ยังไม่เสร็จสิ้น เพราะถือเป็นการใช้ในสภาวะฉุกเฉิน ดังนั้นการปรับแผนฉีดต้องปรับเป็นระยะให้สอดคล้องกัน เช่น เหตุการณ์ระบาดระลอกใหม่ที่สมุทรสาคร กรุงเทพฯ ปทุมธานี เลยต้องนำวัคซีนจากซิโนแวคเข้ามาอีก 2 ล้านโดสอย่างเร่งด่วนเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ ฉะนั้นแผนจึงต้องปรับตามสถานการณ์เสมอ รวมทั้งการขอซื้อวัคซีนจากบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าเพิ่มจาก 26 ล้านโดส อีก 35 ล้านโดส เป็น 61 ล้านโดส และเมื่อรวมกับของซิโนแวคเป็นทั้งหมด  63 ล้านโดส จึงปรับแผนฉีดให้เร็วขึ้นภายในปี 2564 อย่างน้อยต้องฉีดให้ได้ 63 ล้านโดส จึงขอยืนยันว่าแผนทั้งหมดนี้ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ, ครม.และ ศบค. แล้ว และมีการรายงานต่อประชาชนเสมอ ทุกคนน่าจะทราบกันดี 

“ดังนั้น จากการที่มีผู้กล่าวหาว่าข้อมูลกรมควบคุมโรคนำเสนอต่อกรรมาธิการสาธารณสุขเมื่อเดือน พ.ย. 2563 ว่าเราฉีดวัคซีนให้กับประชาชนล่าช้านั้นไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ขอย้ำว่า การนำข้อมูลเก่ามาเสนอจะทำให้ประชาชนสับสน และการควบคุมโรคเป็นไปด้วยความยากลำบาก  การต่อสู้กับโรคที่ว่าลำบากแล้ว แต่บางครั้งก็ต้องมาต่อสู้กับข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง ไม่ตรงกับสถานกานณ์ ก็ไม่แน่ใจว่าจงใจหรือเปล่า แต่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น และลดทอนความร่วมมือของพี่น้องประชาชนก็จะทำให้คนทำงานประสบความยากลำบาก ทำงานยากยิ่งขึ้น เราควรร่วมให้กำลังใจคนทำงาน ขอให้ฟังข้อมูล ใหม่ๆ และอย่าเอาข้อมูลเก่ามาเสนอ”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วัคซีนโควิด