เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (9 ต.ค. 69) ปรับลง 1.87% อยู่ที่ 81,659 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (9 ต.ค. 69) ปรับลง 1.87% อยู่ที่ 81,659 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (9 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (9 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
KB J เตรียมออกหุ้นกู้ครั้งแรก 500 ล้าน ดอกเบี้ย 2.85–2.95% ชูเครดิต A-
Finance KB J เตรียมออกหุ้นกู้ครั้งแรก 500 ล้าน ดอกเบี้ย 2.85–2.95% ชูเครดิต A-
ราชกิจจาฯ ประกาศ JKN ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ภายใน 2 เดือน
Business ราชกิจจาฯ ประกาศ JKN ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ภายใน 2 เดือน
ศุภจี ปาฐกถา วปอ. โชว์ยุทธศาสตร์ความมั่นคงเศรษฐกิจ คู่ขนานความมั่นคงชาติ
Politics ศุภจี ปาฐกถา วปอ. โชว์ยุทธศาสตร์ความมั่นคงเศรษฐกิจ คู่ขนานความมั่นคงชาติ
Thai PBS ย้ำยังไม่รับหนังสือ สตง. ปม 85 ล้าน ตั้งคำถามข้อมูล-กระบวนการตรวจสอบ
News Thai PBS ย้ำยังไม่รับหนังสือ สตง. ปม 85 ล้าน ตั้งคำถามข้อมูล-กระบวนการตรวจสอบ
“ฮุน เซน” เห็นด้วย “สุรชาติ” ปมรัฐบาลใช้กระแสกัมพูชาเลี้ยงตัว
News “ฮุน เซน” เห็นด้วย “สุรชาติ” ปมรัฐบาลใช้กระแสกัมพูชาเลี้ยงตัว
ไม่หวั่น ‘ฝ่ายค้าน’ ซักฟอก 18 รมต. สั่งทุกกระทรวงพร้อมแจง
Politics ไม่หวั่น ‘ฝ่ายค้าน’ ซักฟอก 18 รมต. สั่งทุกกระทรวงพร้อมแจง
SC อัปเกรดมาตรฐานบ้าน SC Green Mark ตั้งเป้า 5 ปี ลดคาร์บอนแสนตัน-4,000 อาคารเขียว
Real Estate SC อัปเกรดมาตรฐานบ้าน SC Green Mark ตั้งเป้า 5 ปี ลดคาร์บอนแสนตัน-4,000 อาคารเขียว
‘มามามองน์’ ร้านขนมอบโฮมเมด แบรนด์ใหม่ของ ‘ปลา iberry’ ปักหมุดสาขาแรก Central Park
Business ‘มามามองน์’ ร้านขนมอบโฮมเมด แบรนด์ใหม่ของ ‘ปลา iberry’ ปักหมุดสาขาแรก Central Park
ดูทั้งหมด

ครม.เคาะเกณฑ์ซอฟต์โลน-โกดังพักหนี้ 3.5 แสนล้าน ขยายอุ้ม SME-รายใหญ่

22 มี.ค. 2564 | 08:30น.
เงินบาท-ธนบัตร

คลัง-แบงก์ชาติเดินหน้า “โกดังพักหนี้-ซอฟต์โลนภาค 2” ชงร่าง พ.ร.ก.สินเชื่อฉบับใหม่ 3.5 แสนล้านเข้า ครม. 23 มี.ค. ปลดล็อกเพิ่มวงเงินปล่อยกู้พยุงจ้างงาน-เสริมสภาพคล่องธุรกิจใหญ่ ขยายเพดานกู้ 150 ล้านต่อบริษัท เพิ่มชดเชยความเสียหายหนี้เสียให้แบงก์ ธปท.เรียกแบงก์-บสย.-สรรพากร ซักซ้อมความเข้าใจ “ทีเอ็มบี” เผยซอฟต์โลนตั้งชื่อใหม่ “สินเชื่อเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ” ตอบโจทย์โควิด-19 ลากยาว-แก้ปมแบงก์ไม่กล้าปล่อยกู้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวบนเวทีสัมมนา “วัคซีนเศรษฐกิจ วัคซีนประเทศไทย” ของประชาชาติธุรกิจเมื่อ 17 มีนาคมที่ผ่านมาว่า กระทรวงการคลังและ ธปท.ได้หารือร่วมกันในการที่จะมีการดำเนินนโยบายการเงินที่เจาะจงมากขึ้น โดยมีการจัดทำ พ.ร.ก.ซอฟต์โลนฉบับใหม่ ซึ่งจะขยายการช่วยเหลือไปถึงธุรกิจที่มีขนาดใหญ่กว่าเอสเอ็มอี อย่างเช่น ภาคธุรกิจโรงแรม ที่จะเป็นการให้สินเชื่อใหม่ เชื่อมโยงไปกับโครงการโกดังพักหนี้ เพื่อให้ธุรกิจที่เดินต่อไม่ได้ โอนทรัพย์เก็บไว้ที่โกดังก่อน เมื่อมีความสามารถก็ให้กลับมาซื้อคืนในราคายุติธรรม

ซอฟต์โลนภาค 2 เข้า ครม.

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้จัดทำร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 หรือ “ซอฟต์โลนภาค 2” เสร็จเรียบร้อย และได้เสนอต่อนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจแล้ว ซึ่งเตรียมเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาวันที่ 23 มีนาคมนี้

ทั้งนี้เป็นการเสนอร่าง พ.ร.ก.ฉบับใหม่เลย เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนหลักการและสาระสำคัญจากฉบับเดิม เพราะซอฟต์โลนภาค 1 ถูกออกแบบภายใต้สมมุติฐานโควิด-19 มาเร็วไปเร็ว แต่ปรากฏว่าการระบาดของโควิด-19 ลากยาว ปัญหายืดเยื้อ ทำให้เงื่อนไขที่ดีไซน์ไว้ไม่สอดคล้องกับปัญหา รวมถึงข้อจำกัด และการชดเชยความเสียหายต่ำ ทำให้แบงก์ก็ไม่กล้าปล่อยสินเชื่อ

ดังนั้นโครงการซอฟต์โลน 5 แสนล้านบาทของ ธปท. จนถึง (15 มี.ค. 2564) มีการอนุมัติสินเชื่อไปเพียง 1.33 แสนล้านบาท ผู้ได้รับซอฟต์โลน 7.67 หมื่นราย เฉลี่ยวงเงินรายละ 1.73 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่าผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือจะเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีขนาดเล็กมาก

ปลดล็อกพยุงรายใหญ่

แหล่งข่าวกล่าวว่า พ.ร.ก.ซอฟต์โลนฉบับใหม่ จะกำหนดวงเงิน 350,000 ล้านบาท ถือว่าเป็นการตัดวงเงินที่เหลือจากซอฟต์โลนฉบับเดิม แต่จะแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ ในส่วนของ “สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ” ให้กับผู้ประกอบการวงเงิน 2.5 แสนล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ และในส่วนมาตรการ “โกดังพักหนี้” (asset warehousing) วงเงิน 1 แสนล้านบาท

ทั้งนี้หลักการสำคัญของ พ.ร.ก.ซอฟต์โลนภาค 2 คือ ขยายกรอบความช่วยเหลือไปถึงผู้ประกอบการรายใหญ่มากขึ้น จากซอฟต์โลนเดิมที่เน้นการช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี โดยเงื่อนไขเดิมผู้ประกอบการที่จะได้รับความช่วยเหลือ หากเป็น “กลุ่มบริษัท” เจ้าของเดียวกันต้องวงเงินสินเชื่อรวมไม่เกิน 500 ล้านบาท และมีสิทธิได้เงินไม่เกิน 20% ของ “สินเชื่อคงค้าง”

แต่ซอฟต์โลนภาค 2 จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามาได้มากขึ้น โดยกำหนดคุณสมบัติต้องเป็นบริษัทที่ได้รับวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ล้านบาทเช่นเดิม แต่จะพิจารณาแยกรายนิติบุคคล แม้ว่าจะเป็นกลุ่มบริษัทเดียวกัน

แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับอนุมัติวงเงินก็จะเพิ่มเป็น 30% ของวงเงินสินเชื่อ (ไม่เกิน 500 ล้านบาท) หมายความแต่ละนิติบุคคลจะมีสิทธิได้รับซอฟต์โลนถึง 150 ล้านบาท ซึ่งในกรณีที่กลุ่มบริษัทหรือเจ้าของเดียวกันมีโรงแรม 3 แห่ง ใน 3 จังหวัดก็อาจจะได้รับวงเงินกู้ช่วยเหลือตรงสูงถึง 450 ล้านบาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรายละเอียดเงื่อนไขอื่น ๆ ด้วย

ปิดทางบริษัทใน SET

“ซอฟต์โลนภาค 2 ไม่ได้จำกัดผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือแค่เอสเอ็มอี เพราะมองว่าปัญหา ส่งผลกระทบจากโควิดถึงผู้ประกอบการรายใหญ่ด้วย ซึ่งจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือเรื่องสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อปรับแผนธุรกิจและพยุงการจ้างงาน ดังนั้นการออกแบบให้สอดคล้องกับแนวทางแก้ปัญหา รวมถึงไม่ได้จำกัดแค่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเท่านั้น

อย่างไรก็ดี จะต้องมีการออกกฎหมายลูกเพื่อกำหนดเงื่อนไขรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น กลุ่มบริษัทเดียวกันจะได้รับซอฟต์โลนรวมมูลค่าไม่เกินเท่าไหร่ หรือกำหนดจำนวนบริษัทที่อยู่ภายใต้เจ้าของเดียวกันที่จะมีสิทธิขอซอฟต์โลนไม่เกิน 3 นิติบุุคคล เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามาใช้สิทธิ จนทำให้รายเล็กไม่ได้รับโอกาส รวมถึงบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จะไม่มีสิทธิในการยื่นขอซอฟต์โลน เพราะมีช่องทางในตลาดทุนอยู่แล้ว กรณีผู้ประกอบการที่ไม่ได้เคยใช้บริการสินเชื่อแบงก์ ก็จะได้รับสิทธิเข้าถึงซอฟต์โลนใหม่นี้ด้วย แต่จำกัดเพดานไม่เกิน 20 ล้านบาท

อุ้มแบงก์เพิ่มชดเชย “หนี้เสีย”

แหล่งข่าวกล่าวว่า เงื่อนไขต่าง ๆ ที่กำหนดก็จะต้องสนับสนุนให้แบงก์กล้าปล่อยกู้ด้วย เพราะปัญหาซอฟต์โลนเดิม คือ แบงก์มองว่าความเสี่ยงสูงจึงไม่ปล่อยสินเชื่อ ดังนั้นซอฟต์โลนภาค 2 นี้จึงต้องจูงใจให้แบงก์กล้าปล่อยกู้มากขึ้น อาทิ การกำหนดเพดานดอกเบี้ยซอฟต์โลนจากเดิม 2% ปรับเพิ่มเป็นไม่เกิน 5% รวมถึงการชดเชยความเสียหายกรณีเป็นหนี้เสียซึ่งเงื่อนไขเดิมแบงก์จะได้รับชดเชยไม่ถึง 30% ของมูลค่า ดังนั้นในครั้งก็จะมีการปรับเงื่อนไขการชดเชยให้จูงใจมากขึ้น โดยดึงทางบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาช่วยเป็นเครื่องมือในการชดเชยกรณีกลายเป็นหนี้เสีย

“โกดังพักหนี้” สกัดนายทุนฮุบ

สำหรับมาตรการโกดังพักหนี้ (asset warehousing) วงเงิน 1 แสนล้านบาท แหล่งข่าวกล่าวว่า ถือเป็นอีกเครื่องมือช่วยผู้ประกอบการ ที่ไม่ได้ต้องการสินเชื่อหรือก่อหนี้เพิ่ม แต่ต้องการพักหนี้เพราะธุรกิจยังไปต่อไม่ได้ เช่นโรงแรมที่ในช่วงเวลาที่ยังไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา จึงเป็นโมเดล “แช่แข็งหนี้” ระยะเวลา 3-5 ปี ซึ่งจะเป็นกลไกช่วยให้เจ้าของธุรกิจ ยังมีโอกาสรักษาทรัพย์สินไว้ ไม่ถูกกลุ่มทุนไทยหรือต่างชาติเข้ามาบีบต้องขายไปในราคาถูก ๆ หรือถูกยึดทรัพย์ขายทอดตลาด

โดยวิธีการก็ต้องตีโอนทรัพย์ชำระหนี้ให้แบงก์ไปในราคาไม่เกิน 80% ของมูลค่าหลักประกัน พร้อมสัญญาให้เจ้าของเดิมซื้อคืนภายใน 5 ปี ซึ่ง ธปท.จะมีกฎหมายลูกกำหนดรายละเอียดต่าง ๆ รวมถึงเพดานราคาซื้อคืนว่าจะไม่เกินกี่เปอร์เซ็นต์ของราคาตีโอน เพื่อช่วยให้เจ้าของเดิมสามารถซื้อกลับคืนได้ในราคาไม่สูง ขณะเดียวกันระหว่างอยู่ในโกดังพักหนี้ เจ้าของเดิมก็จ่ายเป็นค่าเช่าราคาถูกให้กับแบงก์เพื่อนำทรัพย์สินมาหารายได้

โครงการนี้นอกจากเป็นประโยชน์กับลูกหนี้แล้ว ก็เป็นประโยชน์กับเจ้าหนี้ หรือสถาบันการเงินด้วย ที่จะช่วยป้องกันและดูแลไม่ให้ลูกหนี้กลายเป็นหนี้เสียตามมา อย่างไรก็ตาม ในส่วนของแบงก์จะมีภาระแบกรับการตีโอนทรัพย์สินมาอยู่ในบัญชีธนาคาร โดยไม่สามารถสร้างผลกำไรได้ตามที่ควรจะเป็น ดังนั้นแบงก์ชาติก็จะมีการสนับสนุนเป็นสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับแบงก์เพื่อชดเชยกับการรับหนี้เข้ามาไว้ในโกดัง

ยกเว้นภาษีทั้งลูกหนี้-เจ้าหนี้

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลกล่าวว่า โครงการโกดังพักหนี้จะต้องมีการยกเว้นภาษีในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยกรมสรรพากรจะออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่ลูกหนี้ สำหรับเงินส่วนที่ได้รับจากการปลดหนี้ของเจ้าหนี้ ขณะเดียวกัน ยังยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ อากรแสตมป์ให้แก่ลูกหนี้และเจ้าหนี้สำหรับเงินที่ได้จากการโอนทรัพย์สินด้วย

แหล่งข่าวกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม หลักการของร่าง พ.ร.ก.ซอฟต์โลนฉบับใหม่นี้ ยังอาจมีการปรับแก้ไขในชั้นของคณะกรรมการกฤษฎีกา รวมถึงหลักเกณฑ์แนวปฏิบัติต่าง ๆ ซึ่งทาง ธปท.จะมีการออกกฎหมายลูกออกมารองรับในภายหลัง ซึ่งขณะนี้หลายอย่างยังไม่มีข้อสรุป

สอดคล้องกับนายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบี) ในฐานะกรรมการสมาคมธนาคารไทย และประธานคณะอนุกรรมการวิเคราะห์และเสนอแนะมาตรการบริหารเศรษฐกิจ ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) ที่ร่วมประชุมหารือกับทาง ธปท.และคลัง กล่าวว่า สินเชื่อซอฟต์โลนเดิมถูกออกแบบภายใต้สมมุติฐานโควิด-19 มาเร็วไปเร็ว แต่ปัญหาโควิด-19 ลากยาว ความต้องการจึงเปลี่ยนไป ความต้องการเงินมากขึ้น ความเสี่ยงสูงขึ้น และที่ผ่านมารัฐรับประกันความเสียหายแค่ 30% ขณะที่โอกาสเจ๊งมีสูง ทำให้แบงก์ไม่กล้าปล่อยสินเชื่อ ดังนั้น ซอฟต์โลนภาค 2 จะเป็นการช่วยฟื้นฟูให้เศรษฐกิจกลับมาเดินได้ ซึ่ง พ.ร.ก.จะเปลี่ยนชื่อใหม่ด้วย อาจจะเป็น “สินเชื่อเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ” โดยคาดว่าจะเข้า ครม.ในสัปดาห์หน้า ซึ่งทาง ธปท.ก็มีการเรียกแบงก์และผู้เกี่ยวข้องประชุมชี้แจงทำความเข้าใจ

ธปท.เรียกแบงก์ประชุมชี้แจง

แหล่งข่าวจากสถาบันการเงิน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในช่วงบ่ายวันที่ 23 มี.ค. ธปท.ได้มีการนัดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการคลัง กรมสรรพากร สมาคมธนาคารไทย (TBA) ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ธนาคารพาณิชย์ และ บสย. เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติภายใต้โครงการซอฟต์โลนใหม่และ “โกดังพักหนี้” หลังจากคาดว่าจะผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม.ในวันเดียวกัน

นายชัยยศ ตันพิสุทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตอนนี้ธนาคารอยู่ระหว่างรอความชัดเจนและเงื่อนไขมาตรการ “โกดังพักหนี้” เพื่อจะได้รวบรวมข้อมูลลูกค้าที่ต้องการจะเข้าโครงการดังกล่าวได้ชัดขึ้น โดยระหว่างนี้ธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม และเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยเบื้องต้นไปก่อนเป็นระยะเวลา 6 เดือน แต่โรงแรมเรามีไม่ค่อยเยอะมาก และเริ่มมีบางกลุ่มทยอยเตรียมขอเงินกู้เพื่อไปรีบูสต์-รีสตาร์ตธุรกิจรอรับนักท่องเที่ยวแล้ว

ทั้งนี้เชื่อว่าหลังเกณฑ์เรื่องซอฟต์โลนมีความชัดเจน โดย บสย.จะเข้ามาช่วยรับความเสี่ยงมากขึ้น มองว่าธนาคารทุกแห่งน่าจะเร่งปล่อยสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการได้ง่ายขึ้น

นายศิริเดช เอื้องอุดมสิน รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า การปรับแก้เงื่อนไขการปล่อยซอฟต์โลน โดยการขยับเพดานวงเงินสูงขึ้นตามข่าวที่ออกมานั้น น่าจะสามารถช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการได้กว้างและหลากหลายกลุ่มธุรกิจมากขึ้น เช่น กลุ่มสายการบิน โรงแรมที่มีขนาดใหญ่ขึ้นนอกเหนือจากธุรกิจเอสเอ็มอี อย่างไรก็ดี ตอนนี้ยังคงต้องรอความชัดเจน เช่นเดียวกับการทำ “โกดังพักหนี้” ที่มีคณะทำงานของธนาคารแต่ละแห่ง และ ธปท. ร่วมประชุมหารือกันอย่างต่อเนื่อง

“หนี้เสีย” เอสเอ็มอีพุ่ง 12%

ด้านนางพิกุล ศรีมหันต์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ SMEsธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า คาดว่าปลายเดือน มี.ค.นี้น่าจะเห็นเงื่อนไขของโครงการโกดังพักหนี้ชัดเจนขึ้น ระหว่างนี้ธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มโรงแรมต่อเนื่อง ด้วยโมเดลที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับอาการของลูกค้าแต่ละราย ปัจจุบันพอร์ตสินเชื่อกลุ่มโรงแรมขนาดกลาง (ยอดขาย 75-500 ล้านบาท) มีอยู่ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีลูกค้าราว 5,000 ล้านบาทที่ขอรับความช่วยเหลือ

นางพิกุลกล่าวด้วยว่า แนวโน้มเอ็นพีแอล ในกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีมีทิศทางเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปกติในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่กระทบรายได้และกระแสเงินสด ทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ลดลง อย่างไรก็ดี ธนาคารพยายามให้ความช่วยเหลือทำให้เอ็นพีแอลไม่พุ่งขึ้นรวดเร็ว โดยสิ้นปี 2563 เอ็นพีแอลกลุ่มเอสเอ็มอีอยู่ที่ 12% ปรับเพิ่มจากปี 2562 ที่อยู่ระดับ 9-10% โดยในปีนี้จะพยายามประคองให้ไม่เกิน 12%

“เรายังบอกไม่ได้ว่าจะมีลูกค้าที่เข้าโครงการโกดังพักหนี้เท่าไร เพราะต้องรอดูเงื่อนไขชัดเจนก่อน จึงจะมีการสำรวจลูกค้า แต่หากลูกค้าไม่ต้องการเข้าโกดัง เราก็พร้อมช่วยเหลือผ่านโมเดลที่เหมาะสมกับลูกค้า เช่นเดียวกับซอฟต์โลนที่ทุกคนพยายามผลักดันออกมาเพื่อช่วยประคองเอสเอ็มอี ลดข้อจำกัดต่าง ๆ” นางพิกุลกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ซอฟต์โลน