คลัง ปรับเป้าจีดีพีปี’64 เม.ย.นี้ ไม่ฟันธงขยายตัวได้ 4%
คลัง ปรับเป้าประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยปี’64 เม.ย.นี้ ไม่ฟันธงขยายตัวได้ถึง 4% ขอเวลาติดตาม 1 เดือน แต่ปัจจัยหนุนทั้ง “ส่งออก-ท่องเที่ยว-ลงทุน” ดันจีดีพีโตกว่า 2.8%
นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า ในเดือนเม.ย.64 กระทรวงการคลังจะปรับเป้าประมาณการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจปีนี้ จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 2.8% ส่วนจะก้าวกระโดดไปถึง 4% ตามความคาดหวังของนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือไม่นั้น ไม่สามารถระบุได้ จะต้องพิจารณาอีก 1 เดือน ซึ่งเป็นช่วงสงกรานต์ การท่องเที่ยว การบริโภคอาจจะดีขึ้น

พร้อมกันนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่จะทำให้ปีนี้จีดีพีขยายตัวมากกว่า 2.8% ทั้ง 1) การส่งออก ที่มีสัญญาณดีขึ้น เนื่องจากทิศทางเศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้น และปัจจุบันคาดส่งออกขยายตัว 6.2% 2) การท่องเที่ยว หลังจากเริ่มมีสัญญาณการรับวัคซีนแล้ว เริ่มมีความเชื่อมั่นในการกลับมาทีองเที่ยว และ 3) การลงทุน ทั้งภาครัฐและเอกชน
“การที่เศรษฐกิจจะก้าวกระโดดเป็น 4% ก็ต้องมีปัจจัยหลายๆ อย่างที่ต้องติดตาม ทั้งการท่องเที่ยว การส่งออก และเม็ดเงินพ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ที่ยังเหลือประมาณ 2-3 แสนล้านบาท ก็คาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายได้เต็มจำนวนตามสมมติฐานเดิม ส่วนการเบิกจ่ายงบประมาณ ก็มีการเร่งรัดให้ได้ตามมาตรฐานอยู่แล้ว ซึ่งสิ่งที่จะเป็นทางอ้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเกิดการจ้างงานมากขึ้น คือ โครงการสินเชื่อซอฟต์โลนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ออกมาล่าสุด”
นายวุฒิพงศ์ กล่าวว่า ส่วนภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2564 พบว่า เศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากการฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชน และการส่งออกที่ไม่รวมทองคำ นอกจากนี้ความเชื่อมั่นที่สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้น ตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ภายในประเทศที่มีแนวโน้มคลี่คลายลง การฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และมาตรการของภาครัฐที่มีส่วนสำคัญในการพยุงกำลังซื้อของผู้บริโภค
สำหรับภาคการส่งออกสินค้าในเดือนก.พ. ติดลบ 2.6% แต่หากหักสินค้าที่ไม่รวมทองคำ พบว่า ส่งออกขยายตัว 4% โดยสินค้าที่ขยายตัวดี คือ สินค้าเกษตรและอาหาร สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่บ้าน สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาด เป็นต้น ขณะที่การนำเข้าในเดือนก.พ. ขยายตัว 22%
ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบ 1.2% ต่อปี และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 4% ต่อปี ขณะที่สัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือน ม.ค. 64 อยู่ที่ 52% ต่อจีดีพี ยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ตามพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ส่วนเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับมั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือน ก.พ. 64 อยู่ในระดับสูงที่ 253.9 พันล้านดอลลาร์
ขณะที่เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านอุปทานปรับดีขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อน สะท้อนจาดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ปรับดีขึ้นมาอยู่ที่ 85.1 จากเดือนก่อนที่ 83.5 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมและป้องกันโควิด-19 ของภาครัฐ ส่งผลให้การดำเนินกิจการและกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศเพิ่มขึ้น
รวมถึงมาตรการสนับสนุนกำลังซื้อของภาครัฐ เช่น โครงการคนละครึ่ง โครงการเราชนะ และการเพิ่มบัตรเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า
สำหรับบริการด้านการท่องเที่ยว พบว่า ในเดือนก.พ. ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประเภทพิเศษ รวมถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มสิทธิพิเศษ และนักธุรกิจ 5,741 คนโดยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากสหรัฐ เยอรมนี สหราชอาณาจักร และจีน เป็นต้น