คาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบ 1,590-1,610 จุด ตลาดระวังโควิดระลอกใหม่
คาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งตัวในกรอบ 1,590-1,610 จุด หากปิดภาคเช้า SET Index ยืนเหนือ 1,600 จุดนี้ได้ ภาพรวมยังมีแนวโน้มขึ้นต่อไป แต่ตลาดเฝ้าระวังกลุ่มคลัสเตอร์ใหม่แพร่เชื้อโควิด “ผับทองหล่อ-เรือนจำนราธิวาส-รพ.ศรีนครินทร์ขอนแก่น” ยังมีความหวังคือการเร่งฉีดวัคซีน หาก “ฉีดเร็ว-ฉีดเยอะ-ทั่วถึง-ทันเวลา” จะช่วยลดความเสี่ยงใช้มาตรการคุมเข้มล็อกดาวน์อันจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันที่ 5 เม.ย. 2564 ว่า ตลาดหุ้นวันนี้ทดสอบ 1,600 จุด โดยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐวันศุกร์ที่ผ่านมา ทั้งการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานสหรัฐออกมาเชิงบวก สะท้อนภาพการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐ ดันดัชนี Dollar Index และผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวสหรัฐอายุ 10 ปี ให้ปรับตัวขึ้นอีกครั้ง
ด้านเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) เดือน เม.ย. 2564 ยังคงขายสุทธิกว่า 339 ล้านบาท แต่คาดว่าเป็นผลจากเทศกาลสงกรานต์ที่จะมีวันหยุดจำนวนมาก ก่อนที่ครึ่งเดือนหลังจะปรับตัวขึ้นตามสถิติย้อนหลัง 13 ปี โดยมีความน่าจะเป็นถึง 77% (10 จาก 13 ครั้ง) ว่าตลาดหุ้นไทยเดือน เม.ย. จะปรับตัวขึ้นและผลตอบแทนดีที่สุดเทียบกับทุกเดือน
แต่ต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของไทยที่มีกลุ่มคลัสเตอร์ใหม่จำนวนมาก จึงคาดเช้านี้ SET Index แกว่งตัวออกข้างในกรอบ 1,590-1,610 จุด มีโอกาสไปทดสอบ 1,600 จุดได้ โดยหากปิดภาคเช้า SET Index ยืนเหนือแนวสำคัญนี้ได้ ภาพรวมยังมีแนวโน้มขึ้นต่อไป
กลยุทธ์การลงทุนเลือกหุ้นที่รับประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า และหุ้นรับประโยชน์การท่องเที่ยวเทศกาลสงกรานต์
ทั้งนี้ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาการระบาดของ COVID-19 ในประเทศมีการเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง จากกลุ่มคลัสเตอร์ใหม่ทั้งผับทองหล่อ-เรือนจำนราธิวาส-รพ.ศรีนครินทร์ขอนแก่น จนทำให้ผู้ติดเชื้อล่าสุดเพิ่มขึ้นถึง 96 ราย โดยเริ่มมีความกังวลว่าหลังเทศกาลสงกรานต์จำนวนผู้ติดเชื้อจะกลับมาสูงเหมือนช่วงเทศกาลปีใหม่ จนต้องใช้มาตรการคุมเข้มกิจการ กิจกรรมต่าง ๆ
ทั้งนี้ยังมีความหวังคือการเร่งฉีดวัคซีน โดยทางฝ่ายวิจัยมองว่าหากฉีดเร็ว ฉีดเยอะ ทั่วถึง และทันเวลา จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะต้องใช้มาตรการคุมเข้ม หรือ Lockdown อันจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้
ขณะที่สหรัฐมีแนวโน้มจะผลักดันการผลิตวัคซีนของ Johnson&Johnson ชนิดเข็มเดียวแทนการผลิตวัคซีนของ AstraZeneca ที่ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของ FDA สหรัฐ แล้วเจอประเด็นอ้างอิงผลการทดลองข้อมูลเก่า และในยุโรปแม้ว่าองค์การยายุโรปจะยืนยันถึงความปลอดภัย แต่ล่าสุดมีกรณีเสียชีวิตจากการพบลิ่มเลือดอุดตันต่อเนื่องถึง 7 รายในอังกฤษ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความเสี่ยงการใช้วัคซีนของ AstraZeneca ในประเทศไทย
อย่างไรก็ดี ประเด็นสำคัญสัปดาห์นี้ที่ต้องติดตามคือ 1.การประชุมระหว่าง IMF และกลุ่ม World Bank โดยคาดว่าอาจมีการปรับมุมมองเศรษฐกิจโลกในปี 64-65 เพิ่มขึ้นหลังการกระจายวัคซีนและการผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ ซึ่งหากปรับคาดการณ์ดีขึ้นจะเป็นบวกต่อตลาดหุ้นและการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
2.รายงานการประชุม FOMC คาดว่ารายละเอียดเป็นไปตามที่ตลาดรับรู้อยู่แล้วและสอดคล้องกับถ้อยแถลงของประธาน Fed ที่ให้กับสภาคองเกรสก่อนหน้านี้ 3.การประชุม ครม.สัปดาห์นี้ติดตามการอนุมัติโครงการท่าเรือแหลมฉบังเฟสที่ 3 และ 4.ติดตามรัฐสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ระหว่างวันที่ 7-8 เม.ย. 2564