เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ชัชชาติ’ ลุยแก้ปัญหาหมู่บ้านจมน้ำ ระดม ‘เรือลุงถั่ว’ ระบายน้ำคลองประเวศ เร่งฟื้นฟูคลองจั่น-บึงกุ่ม
News ‘ชัชชาติ’ ลุยแก้ปัญหาหมู่บ้านจมน้ำ ระดม ‘เรือลุงถั่ว’ ระบายน้ำคลองประเวศ เร่งฟื้นฟูคลองจั่น-บึงกุ่ม
หายนะ แมนฯ ซิตี้
คุยกับเอกราช หายนะ แมนฯ ซิตี้
แก้ปัญหาไตรมาส 4
Columns แก้ปัญหาไตรมาส 4
ศุภจี เคาะแผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME ปี 70 เป็น 5.8 พันล้าน วางเป้าเพิ่มศักยภาพ 4.1 หมื่นราย
Economic ศุภจี เคาะแผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME ปี 70 เป็น 5.8 พันล้าน วางเป้าเพิ่มศักยภาพ 4.1 หมื่นราย
รัฐบาล ชี้เล็งแก้ กม.ปรับใช้ ‘ภาษีบาป’ มุ่งให้เงินเข้าสู่คลัง ยันไม่ยุบ 4 องค์กร
Politics รัฐบาล ชี้เล็งแก้ กม.ปรับใช้ ‘ภาษีบาป’ มุ่งให้เงินเข้าสู่คลัง ยันไม่ยุบ 4 องค์กร
เปิดมุมคิด ผู้นำธุรกิจไทย บริหารธุรกิจครอบครัวแบบ “มืออาชีพ”
Finance เปิดมุมคิด ผู้นำธุรกิจไทย บริหารธุรกิจครอบครัวแบบ “มืออาชีพ”
ราคาทองวันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
น้ำท่วมซ้ำเติมพืชเศรษฐกิจ ‘ข้าว-มัน-ยาง’ ราคาดีแต่ผลผลิตน้อย
Economic น้ำท่วมซ้ำเติมพืชเศรษฐกิจ ‘ข้าว-มัน-ยาง’ ราคาดีแต่ผลผลิตน้อย
สภาพอากาศวันนี้ (4 ต.ค.) ไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักบางพื้นที่
News สภาพอากาศวันนี้ (4 ต.ค.) ไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักบางพื้นที่
ราคาน้ำมันวันนี้ (4 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (4 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

เร่งระบายน้ำออกจากทุ่ง 7 จว.ภาคกลางยังอ่วมหนัก

02 พ.ย. 2560 | 09:51น.

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยน้ำไหลหลาก และน้ำเอ่อล้นตลิ่งจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่นและการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาตั้งแต่วันที่ 10-29 ตุลาคม 2560 ทำให้เกิดน้ำไหลหลากและน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ 23 จังหวัด รวม 78 อำเภอ 473 ตำบล 2,785 หมู่บ้าน 42 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 125,372 ครัวเรือน 325,212 คน มีผู้เสียชีวิต 10 ราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง-พยุหะคีรี-โกรกพระ-ชุมแสง รวม 39 ตำบล 349 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 15,763 ครัวเรือน 33,097 คน, จังหวัดอุทัยธานี น้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง-ทัพทัน รวม 7 ตำบล 35 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,788 ครัวเรือน 2,923 คน, จังหวัดสิงห์บุรี น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง-อินทร์บุรี-พรหมบุรี และอำเภอท่าช้าง รวม 19 ตำบล 84 หมู่บ้าน 6 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 6,295 ครัวเรือน 16,367 คน, จังหวัดลพบุรี น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่อำเภอบ้านหมี่ รวม 9 ตำบล 60 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,643 ครัวเรือน 22,231 คน, จังหวัดอ่างทอง น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง-ป่าโมก-วิเศษชัยชาญ-โพธิ์ทอง-ไชโย รวม 30 ตำบล 92 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,595 ครัวเรือน 6,747 คน พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 6,017 ไร่

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา-บางบาล-เสนา-บางปะอิน-ผักไห่-บางไทร-บางปะหัน รวม 99 ตำบล 589 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 37,463 ครัวเรือน 97,403 คน, จังหวัดปทุมธานี น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง-สามโคก รวม 21 ตำบล 67 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,352 ครัวเรือน 11,315 คน, จังหวัดชัยนาท น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง-มโนรมย์-สรรพยา-วัดสิงห์-หันคา รวม 23 ตำบล 114 หมู่บ้าน 4 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,151 ครัวเรือน 10,377 คน และจังหวัดสุพรรณบุรี น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง-บางปลาม้า-สองพี่น้อง-เดิมบางนางบวช รวม 37 ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบ 12,523 ครัวเรือน 43,035 คน

เจ้าพระยาระบายน้ำต่อเนื่อง

น้ำที่ท่วมในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา 7 จังหวัดในขณะนี้ (31 ตุลาคม 2560) เป็นผลมาจากการเร่งระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา โดยน้ำเหนือเขื่อนจากแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน แม้จะเริ่มลดลง แต่ยังมีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ในระดับสูงที่สถานี P17 อ.บรรพตพิสัย 1,815 ลบ.ม./วินาที ส่วนที่สถานี N.67 อ.ชุมแสงน้ำไหลผ่าน 1,494 ลบ.ม./วินาที ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักอย่างเขื่อนภูมิพล มีปริมาตร 10,528 ล้าน ลบ.ม.หรือ 78% ของความจุอ่าง มีปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 38.58 ล้าน ลบ.ม. ยังรับน้ำได้อีก 2,934 ล้าน ลบ.ม. ส่วนเขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาตรน้ำ 8,377 ล้าน ลบ.ม.หรือ 88% น้ำไหลลงอ่าง 14.76 ล้าน ลบ.ม. ยังรับน้ำได้อีก 1,133 ล้าน ลบ.ม. ทั้ง 2 เขื่อนนี้ไม่มีปริมาณน้ำระบาย

ในขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 958 ล้าน ลบ.ม.หรือ 100% มีน้ำไหลลงอ่าง 23.86 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบาย 25.11 ล้าน ลบ.ม.

ปริมาณน้ำไหลผ่านเหนือเขื่อนเจ้าพระยายังอยู่ในระดับสูง 2,804 ลบ.ม./วินาทีที่จังหวัดนครสวรรค์ มีการระบายน้ำเข้าคลองฝั่งตะวันตก 464 ลบ.ม./วินาที คลองฝั่งตะวันออก 235 ลบ.ม./วินาที เพื่อเป็นการตัดยอดน้ำลง ทำให้คงระดับการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาไม่ให้เกิน 2,700 ลบ.ม./วินาที โดยวันนี้ (31 ตุลาคม) เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำอยู่ที่ 2,647 ลบ.ม./วินาที ส่วนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ยังระบายน้ำอยู่ในระดับ 269 ลบ.ม./วินาที ผ่านประตูระบายน้ำเขื่อนพระราม 6 ที่ 378 ลบ.ม./วินาที เมื่อไหลมารวมกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา (สถานี C29A) วันนี้มีปริมาณน้ำไหลผ่านยังคงอยู่ในระดับค่อนข้างสูง 2,712 ลบ.ม./วินาที

เร่งระบายน้ำออกจากทุ่ง

สถานการณ์การระบายน้ำข้างต้นมีผลทำให้พื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่นอกคันกันน้ำ เกิดน้ำไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งต่อเนื่องมาเป็นสัปดาห์ที่ 4 นับจากเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำในระดับเกินกว่า 2,600 ลบ.ม./วินาที ประกอบกับน้ำที่ระบายออกมาไม่สามารถระบายเข้าทุ่งรับน้ำในพื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา (แก้มลิงบางระกำ) กับพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้ง 12 ทุ่งได้ เนื่องจากทุ่งรับน้ำแล้วนี้ได้รับน้ำจนเต็มพื้นที่ไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ฝนในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ได้ลดลงและกำลังเข้าสู่ฤดูหนาว และเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ถูกน้ำท่วมริมฝั่งเจ้าพระยา และประชาชนที่อยู่อาศัยในทุ่งรับน้ำที่รับน้ำเข้ามามากกว่า 1 เดือนแล้ว ทางกรมชลประทานจึงทำแผนเร่งระบายน้ำออกจากทุ่งรับน้ำ โดยเริ่มจากทุ่งบางระกำ (500 ล้าน ลบ.ม.) จะระบายน้ำออกจากทุ่งลงแม่น้ำยม-แม่น้ำน่านบางส่วน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.จนถึง 30 พ.ย. 2560

ทุ่งฝั่งตะวันออก ประกอบด้วย ทุ่งเชียงราก ระบายลงแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย.-10 ธ.ค. , ทุ่งท่าวุ้ง ระบายลงแม่น้ำลพบุรี-ป่าสัก-เจ้าพระยา ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย.-10 ธ.ค. , ทุ่งฝั่งซ้ายคลองชัยนาท-ป่าสัก ระบายลงคลองชัยนาท-ป่าสัก ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย.-5 ธ.ค. , ทุ่งบางกุ่ม ระบายลงแม่น้ำลพบุรี-ป่าสัก ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย.-10 ธ.ค. , ทุ่งบางกุ้ง ระบายลงแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย.-10 ธ.ค.

ทุ่งฝั่งตะวันตก ประกอบด้วย ทุ่งบางบาล-บ้านแพน ระบายลงแม่น้ำน้อย ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย.-5 ธ.ค. , ทุ่งป่าโมก ระบายลงแม่น้ำน้อย-คลองบางหลวง ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย.-20 ธ.ค. , ไทุ่งผักไห่ ระบายลงทุ่งเจ้าเจ็ด ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ย.-17 ธ.ค. , ทุ่งเจ้าเจ็ด ระบายลงแม่น้ำท่าจีน-เจ้าพระยา เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย.-14 ธ.ค. และโครงการโพธิ์พระยา ระบายน้ำลงแม้น้ำท่าจีน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.-4 ม.ค. รวมระยะเวลาการระบายออกจากทุ่งทั้ง 12 ทุ่งกินเวลา 2 เดือนจึงจะเข้าสู่ภาวะปกติ