หุ้นไทยไร้ปัจจัยหนุนใหม่ ท่ามกลางปัจจัยลบเดิม เคลื่อนไหว 1,530-1,555 จุด
ตลาดหุ้นไทยไร้ปัจจัยหนุนใหม่ ไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 ยังคงเป็นปัจจัยลบกดดันการปรับตัวขึ้นของ SET Index อย่างต่อเนื่อง “บล.ฟิลลิป” เผย ตลาดตอบรับไประดับหนึ่งแล้วและท่าทีของ ศบค.ยังตัดสินใจไม่ใช้มาตรการล็อกดาวน์ ทำให้เศรษฐกิจยังเดินหน้าต่อได้ คาดดัชนีเช้านี้จะไปไหนไม่ได้ไกลในกรอบระหว่าง 1,530-1,555 จุด
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันที่ 19 เม.ย. 2564 ว่า ตลาดวันนี้ไร้ปัจจัยหนุนใหม่ ท่ามกลางปัจจัยลบเดิม โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกที่ 3 ยังคงเป็นปัจจัยลบกดดันการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง แต่คาดว่าตลาดตอบรับไประดับหนึ่งแล้ว และท่าทีของรัฐบาล โดย ศบค.ยังตัดสินใจไม่ใช้มาตรการล็อกดาวน์ (Lockdown) ทำให้เศรษฐกิจยังเดินหน้าต่อได้
ส่วนปัจจัยอื่น ได้แก่ ไทยติดโผสหรัฐจับตาการแทรกแซงค่าเงิน และความสัมพันธ์สหรัฐจีนที่ยังคงมีท่าทีไม่ประนีประนอมต่อเนื่อง ทำให้เซนติเมนต์ (Sentiment) การลงทุนในภาพรวมยังขาดปัจจัยหนุนใหม่ จึงคาด SET Index เช้านี้จะไปไหนไม่ได้ไกลในกรอบระหว่าง 1,530-1,555 จุด
กลยุทธ์การลงทุนทยอยสะสมหุ้นที่ได้รับผลกระทบจำกัดจาก COVID-19 ระลอกใหม่ หรือหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว บริเวณแนวรับ 1,530 จุด (+/-)
สำหรับโควิดระลอก 3 ของไทยมีอะไรบ้างที่น่ากังวล นอกจากจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันที่ทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ล่าสุดวานนี้เพิ่มขึ้นกว่า 1,767 ราย ยังต้องติดตามการกลายพันธุ์ของเชื้อที่เบื้องต้นเป็นสายพันธุ์จากอังกฤษ แต่เมื่อการระบาดเร่งตัวขึ้นไปทั่วทุกพื้นที่ของประเทศในวงกว้างเชื้ออาจกลายพันธุ์เป็น “สายพันธุ์ไทย” ซึ่งอาจมีผลต่อประสิทธิภาพของวัคซีนที่จะนำเข้ามาฉีดอีกด้วย
ดังเช่นการระบาดในอินเดียที่กลายเป็นจุดระบาดใหม่ของโลก มีการกลายพันธุ์ของเชื้อเป็นอุปสรรคต่อวัคซีน ส่วนท่าทีของ ศบค. ยืนยันไม่มีการใช้มาตรการ Lockdown หรือเคอร์ฟิว แต่จะใช้มาตรการคุมเข้มเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หากไม่ดีขึ้นจะปรับเพิ่มมาตรการตามสถานการณ์ และนายกรัฐมนตรียืนยันสนับสนุนวัคซีนทางเลือก โดยได้เริ่มมีการติดต่อเจรจากับผู้ผลิตของ Pfizer และ Sputnik V บ้างแล้ว
ส่วนประเด็นที่ไทยยังติดโผสหรัฐจับตาแทรกแซงค่าเงิน หลังจากนางเจเน็ต เยลเลน รมา.คลัง สหรัฐเผยแพร่รายงานครึ่งปีกระทรวงการคลังว่า ด้วยสถานการณ์ค่าเงินประเทศไทยยังคงติดอยู่ในรายชื่อเฝ้าระวังประเทศที่ถูกจับตาการแทรกแซงค่าเงิน ส่วนเวียดนาม ไต้หวัน และสวิตเซอร์แลนต์ เข้าข่ายประเทศแทรกแซงค่าเงิน
ด้าน ธปท. ยืนยันไม่กระทบการดูแลสถานการณ์ค่าเงินบาทในประเทศไทย และได้ทำความเข้าใจกับทางสหรัฐอย่างใกล้ชิดว่าต้องดูแลค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าหรืออ่อนค่าจนเกินไป
ขณะที่สหรัฐ-ญี่ปุ่น ร่วมมือค้านอำนาจจีน โดยสหรัฐและญี่ปุ่นเตรียมขยายความร่วมมือระดับภูมิภาคหลังการประชุมร่วมกันระหว่างไบเดน และนายกรัฐมนตรีโยชิฮิเตะ ซูงะ โดยมีแถลงการณ์ร่วมแสดงถึงความกังวลปัญหาทะเลจีนใต้ การละเมิดสิทธิมนุษยชนในซินเจียง การปราบผู้ชุมนุมในฮ่องกงและการคุกคามไต้หวัน อีกทั้งยังพร้อมร่วมมือด้านเทคโนโลยีและความมั่นคงในภูมิภาคร่วมกัน
ด้านจีนตอบโต้ สหรัฐ-ญี่ปุ่น กำลังบั่นทอนความสงบสุขในภูมิภาค ย้ำให้ยึดหลักการจีนเดียว และหยุดแทรกแซงกิจการภายในของจีน โดยจีนพร้อมจะใช้ทุกมาตรการเพื่อปกป้องอธิปไตย ความมั่นคงและประโยชน์ของชาติ