ฝ่ายค้าน 6 พรรคแถลงด่วน จี้ ประยุทธ์ ออกไป ยื่น ป.ป.ช.ฟันบริหารพลาด
6 พรรคฝ่ายค้าน จี้ “ประยุทธ์” ยุติบทบาท ชี้หมดเวลาบริหารประเทศ ให้คนมีความสามารถมาทำแทน ก้าวไกล ชงตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจกู้วิกฤตโควิด
วันที่ 128 เมษายน 2564 เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา หัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้าน 6 พรรค ประกอบด้วย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และ นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ออกแถลงการณ์ในนามพรรคฝ่ายค้าน
ทั้งนี้ นายสมพงษ์ เป็นผู้อ่านแถลงการณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เข้ายึดอำนาจการปกครองและเข้าบริหารราชการแผ่นดินรวมเวลาที่อยู่ในอำนาจเกือบ 7 ปีเต็ม แต่การบริหารประเทศของพลเอกประยุทธ์ และคณะรัฐมนตรี กลับล้มเหลวเกือบทุกด้าน สร้างปัญหาและผลกระทบต่อประเทศ และความทุกข์ยากเดือดร้อนแก่ประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะในสภาวะวิกฤตปัจจุบัน ดังนี้

1. ล้มเหลวและมีความผิดพลาดในการจัดการการระบาดของโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดหาวัคซีน การกระจายวัคซีน การฉีดวัคซีน จนกลายเป็นประเทศที่มีจำนวนวัคซีนและฉีดวัคซีน อันดับท้าย ๆ ในภูมิภาค นอกจากนั้นรัฐบาลกลับเป็นต้นตอเสียเองในการระบาดในหลาย ๆ ระลอก
ความล้มเหลวในการควบคุมการระบาด จนกลายเป็นประเทศที่อัตราการแพร่เชื้อต่อคนสูงที่สุดในโลกในช่วงเวลาหนึ่ง การจัดการเรื่องเตียง และ ICU ผิดพลาด จนประชาชนต้องนอนรอความตายโดยไม่สามารถเข้าสู่ระบบสาธารณสุขได้
2. ล้มเหลวในการบริหารจัดการด้านเศรษฐกิจ ตลอดเวลาที่บริหารมาเกือบ 7 ปีกว่าก็ย่ำแย่อยู่แล้ว การระบาดของโควิด-19 ทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ล้มเหลวที่สุดในโลกด้านเศรษฐกิจ และเป็นหนึ่งในประเทศที่ฟื้นตัวช้าที่สุดในโลกเช่นเดียวกัน
ด้านเศรษฐกิจปากท้องพี่น้องประชาชนยากลำบากจากมาตรการเยียวยาที่ผิดพลาด ไม่ตรงจุด ไม่เพียงพอ ธุรกิจล้มตายจำนวนมาก เพราะมาตรการด้านสินเชื่อล้มเหลว แรงงานว่างงานมากสุดในรอบกว่าสิบปี พี่น้องประชาชนเข้าสู่ภาวะไม่ตายเพราะโรค ก็ตายเพราะไม่มีจะกิน
3. ล้มเหลวในการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวของคนทั้งประเทศ สนับสนุนพวกพ้อง ทำลายผู้เห็นต่าง สร้างความแตกแยกในสังคมอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน อาศัย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นเครื่องมือและข้ออ้าง เพื่อดำรงไว้ซึ่งผลประโยชน์และอำนาจของตน โดยไม่ได้ใช้เพื่อการควบคุมการระบาดแต่อย่างใด
หลอกลวงประชาชนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงเพื่อต้องการรักษาอำนาจและต่อท่ออำนาจของตนเองให้ขยายออกไป นอกจากนี้ภายใต้กลไกของรัฐธรรมนูญ ปี 2560 แม้จะมีปัญหาการทุจริตเกิดขึ้นมากมาย แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครเอาผิดได้ จนทำให้การทุจริตคอร์รัปชั่นในช่วงของรัฐบาลนี้สูงสุดเป็นประวัติการณ์
พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นว่า ความล้มเหลว ไร้ความสามารถ ไร้ประสิทธิภาพ ทุจริตคอร์รัปชั่นเพื่อตนเองและพวกพ้อง ไร้ทิศทางในการบริหารราชการแผ่นดินเหล่านี้ ถ้าปล่อยไป รังแต่จะสร้างความเสียหายให้กับประเทศและประชาชนจนไม่สามารถกอบกู้กลับมาได้ กลายเป็นความเสียหายถาวรต่อประเทศ
โดยประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศที่พ่ายแพ้ต่อโควิด-19 และพ่ายแพ้ด้านเศรษฐกิจ อย่างไม่น่าให้อภัย พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงเห็นว่า เพื่อระงับความเสียหายที่จะเกิดขึ้น รัฐบาลจำเป็นต้องยุติบทบาทในการบริหารประเทศโดยทันทีด้วยการลาออก เพื่อเปิดโอกาสให้มีรัฐบาลมืออาชีพ มีความรู้ความสามารถ ไม่ยึดติดอยู่กับอำนาจและผลประโยชน์เข้ามาบริหารประเทศ
นอกจากนี้ รัฐบาลนี้มักใช้อำนาจเพื่อสั่งการจากบนลงล่าง ไม่เคารพในการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นผ่านรัฐธรรมนูญ ปี 2560 และการบริหารราชการแผ่นดินในช่วงที่ผ่านมา ต้นเหตุมาจากรัฐธรรมนูญที่ท่านวาดหวังให้เป็นฐานรองรับเจตนาสืบทอดอำนาจ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อตัวท่านและพวกท่านเท่านั้น
พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงเห็นว่า หากเราต้องการก้าวไปสู่ประเทศที่เป็นประชาธิปไตย มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตัดต้นตอของปัญหาซึ่งประกอบด้วยรัฐธรรมนูญ 2560 และรัฐบาลที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยการผลักดันให้ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติให้มีผลบังคับใช้ เพื่อจัดทำประชามติยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับเก่า แล้วจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยประชาชน
ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะเกิดขึ้นคู่ขนานไปกับการเดินหน้ายกเลิกอำนาจของวุฒิสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรี เพื่อป้องกันไม่ให้อดีตหัวหน้าคณะรัฐประหารกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นการตัดวงจรสืบทอดอำนาจของระบอบเผด็จการอย่างถาวร
ทั้งนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ร่วมกัน ให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพื่อดำเนินคดี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยจะยื่นหนังสือขอให้ ป.ป.ช. ไต่สวนและมีความเห็น กรณีมีพฤติการณ์จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาญาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 53
และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงโดยได้ปล่อยปละละเลยไม่ปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ทำให้เชื้อโรคโควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดใหญ่ ประชาชนต้องล้มป่วยและเสียชีวิตไปจำนวนมากต่อไป
สุดท้ายนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตหัวหน้าคณะรัฐประหาร จะเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ จึงต้องลาออกจากตำแหน่งสถานเดียว และไม่กระทำการใดๆที่จะเป็นการวางกับดัก ต่อท่ออำนาจของตนเองต่อไป

ด้านนายพิธากล่าวว่า ปัญหาโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในช่วง 2 เดือนหลังมานี้ ไม่ใช่ไม่มีอำนาจ หรืองบประมาณไม่พอ แต่เป็นความไร้สามารถ ไร้ความจริงใจ ไร้ยุทธศาสตร์ในการบริหารสถานการณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้น หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านไม่สามารถทนได้อีกต่อไป จึงขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกทันที
ให้คนที่มีความสามารถและยึดโยงกับประชาชนได้มีโอกาสเข้ามาบริหารประเทศ พรรคก้าวไกลเห็นความจำเป็นในการแก้ไขรับธรรมนูญมาตรา 272 เพื่อตัดอำนาจ ส.ว. และเดินหน้าผ่านกฎหมาย พ.ร.บ.ประชามติ ว่าทำประชามติถามประชาชนต้องการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ และจะไม่รับข้อเสนอใดๆในการแก้รัฐธรรมนูญจากฟากรัฐบาล โดยเฉพาะข้อเสนอของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และเรียกร้องให้พรรคร่วมฝ่ายค้านร่วมมือกันตัดตอนอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์
นายพิธากล่าวว่า ขอเสนอโรดแมปในการหาทางออกของประเทศ 1.รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ต้องยุติบทบาทการบริหารประเทศด้วยการลาออกทันที 2.จัดตั้งรัฐบาลใหม่ขึ้นชั่วคราวเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน 2 เรื่อง คือ การแก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิด-19 และการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตัดข้ออำนาจของ คสช. และ 3.ยุบสภา เพื่อให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีเส้นตายหรือไม่ หาก พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ลาออกจากตำแหน่ง นายสมพงษ์ กล่าวว่า ในข้อเท็จจริง พล.อ.ประยุทธ์ หมดเวลามานานแล้ว แต่ฝ่ายค้านให้เวลาจนถึงบัดนี้ จึงมีฉันทานุมัติแล้วให้ พล.อ.ประยุทธ์ ยุติบทบาท หาก พล.อ.ประยุทธ์ ดื้อรั้นหรือทำมึน ๆ ไป วันหนึ่งจะต้องถึงจุดที่จะต้องเลือกตั้ง ประชาชนจะได้ตัดสินใจเลือกทีมของ พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่
