เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ก.ค.) ขยับขึ้น 3.7% อยู่ที่ 60,758 เหรียญสหรัฐ
Economic ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ก.ค.) ขยับขึ้น 3.7% อยู่ที่ 60,758 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (2 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (2 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
ดูทั้งหมด

รุกอสังหาอุตฯ-พลังงาน เวิลด์ ฟู้ด วัลเลย์ ไทยแลนด์ เพชรเม็ดงามค่ายสิงห์ เอสเตท

14 พ.ค. 2564 | 17:51น.

ไตรมาส 2/64 “สิงห์ เอสเตท” หรือ S เดินหน้าสร้างความสำเร็จด้วยการประกาศดีลซื้อนิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ ไทยแลนด์ เนื้อที่ 1,790 ไร่

“การซื้อนิคมอุตสาหกรรมซึ่งเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับโรงไฟฟ้า 3 แห่งที่เราเข้าไปถือหุ้นในสัดส่วนที่มากพอสมควรก่อนหน้านี้ ถือเป็นความก้าวหน้าอีกขั้นหนึ่งในการเดินหน้าสู่เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของเราที่จะสร้างจุดแข็งที่ทรงพลังให้กับธุรกิจ จากการส่งเสริมซึ่งกันและกันของกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ที่หลากหลายของสิงห์ เอสเตท เพื่อทำให้เรามีความแข็งแกร่งในการแข่งขัน และทำให้ธุรกิจของเรามีความเป็น resilient business” คำกล่าวของ “จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี” ประธานกรรมการ บมจ.สิงห์ เอสเตท

ลุยอสังหาฯอุตฯและพลังงาน

ภายใต้สถานการณ์โควิดพบว่าสิงห์ เอสเตทกำลังพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กร

ก่อนหน้านี้ ณ ปี 2563 ที่ผ่านมา สิงห์ เอสเตทมีพอร์ตธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบ่งเป็น 3 กลุ่มธุรกิจ คือ 1.อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ 2.โครงการที่พักอาศัย และ 3.รีสอร์ตและโรงแรม ทำรายได้สัดส่วน 96% ของรายได้ทั้งบริษัท มีมูลค่าทรัพย์สินรวมกัน 65,000 ล้านบาท

ล่าสุด ณ ปี 2564 สิงห์ เอสเตทเดินหน้าการลงทุนใหม่ ๆ ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมและพลังงาน ซึ่งไม่ใช่แค่การประกาศแผนบนกระดาษ แต่ได้ประกาศดีล “ทำจริง-ลงทุนจริง” โดยบริษัทได้จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีขึ้นเมื่อวันศุกร์ 23 เมษายน 2564 ผู้ถือหุ้นได้อนุมัติแผนการซื้อหุ้น 30% โรงไฟฟ้า 3 แห่งที่ตั้งอยู่ในเวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ ไทยแลนด์ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 1,392 ล้านบาท

ซื้อนิคม “เวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ฯ”

ตามต่อด้วยการลงนามในข้อตกลงเข้าซื้อหุ้น 100% ของบริษัท ปาร์ค อินดัสตรี จำกัด จากบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่จำกัด โดยบริษัทปาร์ค อินดัสตรีเป็นเจ้าของนิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ ไทยแลนด์ เนื้อที่ 1,790 ไร่ ในจังหวัดอ่างทอง

สำหรับการโอนหุ้นระหว่างกันคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3/64 ธุรกรรมมีมูลค่ารวม 2,421 ล้านบาท โดย 510 ล้านบาทเป็นเงินที่จ่ายเพื่อซื้อหุ้นทั้งหมดของปาร์ค อินดัสตรีในราคาพาร์ อีก 1,726 ล้านบาท เป็นเงินที่จะใช้ลงทุนพัฒนานิคมอุตสาหกรรม และอีกส่วนหนึ่งเป็นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

นั่นหมายความว่าบริษัทกำลังเร่งสปีดการลงทุนสร้างกลุ่มธุรกิจที่ 4 ประเภทอสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรมและพลังงาน โดยมีเป้าหมายใหญ่ภายใต้แผน 3 ปี (2564-2566) สิงห์ เอสเตทมีเป้าหมายดันรายได้ต่อปีให้เพิ่มขึ้น 3 เท่า จากรายได้ปี 2563 จำนวน 6,500 ล้านบาท เพิ่มเป็น 20,000 ล้านบาทต่อปีและมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นเป็น 80,000 ล้านบาท ภายในปี 2566

ฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์

ครบวงจรโรงไฟฟ้า-นิคมอุตฯ

วิสัยทัศน์ในการซื้อนิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ ฟู๊ดฯ “ฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สิงห์ เอสเตทระบุว่า การผสานธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมเข้ากับธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้าจะสร้างประโยชน์ทั้งในด้านการเงินและการดำเนินงาน เนื่องจากนิคมอุตสาหกรรมคือผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุด

ในขณะที่ “เวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ ไทยแลนด์” มีบทบาทเป็นผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ที่ผลิตจากโรงไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งที่บริษัทเพิ่งลงทุนถือหุ้นใหญ่ รวมทั้งการที่นิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้เน้นสินค้าอาหารโดยเฉพาะ ทำให้มีความต้องการใช้ไอน้ำจากผู้ประกอบการแปรรูปอาหารต่าง ๆ ในนิคม ซึ่งโรงไฟฟ้าก็เป็นผู้ผลิตพลังงานไอน้ำป้อนให้กับอุตสาหกรรมอาหารด้วย

ดังนั้น การลงทุนในกิจการโรงไฟฟ้าจึงเป็นตัวช่วยให้บริษัทมีรายได้ต่อเนื่อง มีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ ลดความเสี่ยงในเรื่องความไม่แน่นอนของกระแสเงินสดจากการขายพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรม

“มากกว่าความลงตัวในเชิงกลยุทธ์แล้ว เรามองเห็นอนาคตที่สดใสของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม เพราะทำเลที่ตั้งอยู่ในภาคกลางของประเทศไทย สถิติ ณ สิ้นปี 2563 อัตราการเข้าใช้พื้นที่นิคมอุตฯ ของทั้งประเทศเฉลี่ย 80% เปรียบเทียบกับเขตภาคกลางมีอัตราใช้พื้นที่ในระดับสูงสุดอยู่ที่ 89%”

ไฮไลต์ของเวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ฯ ยังรวมถึงในด้านทำเลที่ตั้งที่ได้รับการยอมรับในฐานะเป็นทำเล “อู่ข้าวอู่น้ำ” ของประเทศตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน จึงถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มีความเหมาะสมสำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหาร เพราะแวดล้อมไปด้วยห่วงโซ่อุปทานอาหารและวัตถุดิบทั้งการผลิตข้าว ผลิตภัณฑ์จากนม และสัตว์ปีก มีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ป้อนตลอดปีเนื่องจากอยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา

นอกจากนี้ มีการคาดการณ์ว่าความต้องการที่ดินนิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้น เมื่อมีการผ่อนปรนมาตรการความเข้มงวดในการเดินทางหลังการคลี่คลายของวิกฤตโควิด-19 ประกอบกับปัจจัยบวกจากนโยบายคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหารเป็นหนึ่งในภาคอุตสาหกรรมที่มีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในอัตราที่เติบโตรวดเร็วที่สุด โฟกัสเฉพาะคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากเขตภาคกลางมีสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งหมดในปี 2563

“นิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ฯ มีความสำคัญตามนโยบายการขับเคลื่อนประเทศที่มุ่งยกระดับประเทศไทยให้เป็นครัวของโลก และเป็นหนึ่งในผู้ผลิตอาหารชั้นนำของโลก”

ย้ำหมุดลงทุน 4 กลุ่มธุรกิจ

ทั้งนี้ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ในปัจจุบันประกอบด้วย พื้นที่อาคารสำนักงาน และพื้นที่ค้าปลีกรวม 140,000 ตารางเมตร สร้างรายได้สัดส่วน 15% ของรายได้ทั้งหมดในปี 2563 นอกจากนั้น ยังมีโรงแรมและรีสอร์ต 39 แห่งใน 5 ประเทศ มีห้องพักรวมกัน 4,647 ห้อง สร้างรายได้สัดส่วน 24% และมีที่พักอาศัย23 โครงการ ทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียม เช่น แบรนด์สันติบุรี The ESSE และแบรนด์อื่น ๆ สร้างรายได้สัดส่วน 57% ของรายได้ทั้งหมด

แผนธุรกิจตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไป เริ่มเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นในการลงทุน 4 กลุ่มธุรกิจที่เชื่อมโยงกันเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีได้อย่างสม่ำเสมอ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ยากจะคาดเดาทั้งในประเทศและทั่วโลก กลุ่มธุรกิจที่ 4 ของสิงห์ เอสเตทเป็นธุรกิจใหม่ที่เข้ามาเติมเต็มและส่งเสริมซึ่งกันและกันกับธุรกิจอื่น ๆ อาทิ ธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้า ธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ธุรกิจบริการด้านวิศวกรรม และธุรกิจบริการนวัตกรรมอื่น ๆ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สิงห์ เอสเตท