เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
ดูทั้งหมด

พิษโควิด “บีเจซี” รายได้ไตรมาสแรกวูบ 15% สินค้าบริการ-ค้าปลีกกระทบหนัก

21 พ.ค. 2564 | 23:05น.

“บีเจซี” เผยรายได้ไตรมาสแรกปิดที่ 35,616 ล้านบาท ลดลง  15.9%  ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการระบาดของไวรัสโควิดระลอกที่ 2 ส่งต่อกลุ่มสินค้าบริการ และค้าปลีกสมัยใหม่ กระทบหนัก 

วันที่ 21 พฤษภาคม 2564 นางสุจิตรา วิชยศึกษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)ถึงรายได้รวมในไตรมาส 1/64 อยู่ที่ 35,616 ล้านบาท ลดลง 6,712 ล้านบาท หรือคิดเป็น 15.9% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน รายได้รวมลดลงจากยอดขายและรายได้ค่าบริการที่ลดลงจากธุรกิจรวม อยู่ที่ 32,520 ล้านบาท ลดลง 5,963 ล้านบาท หรือคิดเป็น 15.5% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการลดลงของยอดขายในกลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์ กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค และกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ 

โดยยอดขายกลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิคในไตรมาส 1/64 อยู่ที่ 1,926 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 2.4 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักเกิดจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มสินค้าและบริการทางเทคนิค แม้จะยังคงได้รับผลกระทบจากความต้องการสินค้าเวชภัณฑ์บางกลุ่มที่ลดลง เช่น ยารักษาโรคจากการติดเชื้อโดยทั่วไป เนื่องจากการรักษาระยะห่างและการรักษาสุขอนามัยของประชาชนที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงผลกระทบจากยอดขายของร้านขายยาตามห้างสรรพสินค้า ในส่วนของกลุ่มธุรกิจเทคนิค ผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มลดน้อยลงในไตรมาสแรกของปีนี้ 

ส่วนกลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์ยอดขายไตรมาส 1/64 อยู่ที่ 4,571 ล้านบาท ลดลง 467 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 9.3 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะผลกระทบที่มีต่อภาคการท่องเที่ยวและการค้าข้ามพรมแดน อีกทั้งไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ยังเป็นฐานเปรียบเทียบที่สูง แต่อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์ในไตรมาส 1/64 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงและการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้นของกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว

ด้านยอดขายกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคในไตรมาส 1/64 อยู่ที่ 4,971 ล้านบาท ลดลง 609 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 10.9 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากฐานเปรียบเทียบที่สูง เนื่องจากกลุ่มธุรกิจอุปโภคและกลุ่มธุรกิจต่างประเทศได้ประโยชน์จากการกักตุนสินค้าของผู้บริโภคที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนการประกาศใช้มาตรการจำกัดด้านการเดินทาง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 4/63 ยอดขายลดลงเล็กน้อย 17 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.4 แต่

สำหรับกลุ่มสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่ รายได้รวมในไตรมาส 1/64 อยู่ที่ 24,966 ล้านบาท ลดลง 5,598 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 18.3 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมาจากรายได้จากการขายสินค้าเท่ากับ 22,022 ล้านบาท ลดลง 4,947 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 18.3 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากยอดขายต่อสาขาเดิมลดลง อยู่ที่ร้อยละ -21.6 ในไตรมาส 1/64 สาเหตุจากผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ และผลกระทบจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ที่ส่งผลให้ผู้บริโภคหันไปใช้จ่ายผ่านร้านค้าแบบดั้งเดิมมากขึ้น ขณะเดียวกันรายได้ค่าเช่า ยังคงได้รับผลกระทบจากการให้ส่วนลดค่าเช่ากับผู้เช่าในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นในไตรมาสแรก รวมถึงอัตราการเช่าที่ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 1/64 กลุ่มสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่ยังคงมุ่งขยายสาขาอย่างต่อเนื่องโดยได้เปิดมินิบิ๊กซี 18 สาขา แต่มีการปิดมินิบิ๊กซี 2 สาขา ส่งผลให้ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2564 มีจำนวนสาขาไฮเปอร์มาร์เก็ตทั้งหมด 152 สาขา (บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ บิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า) บิ๊กซีมาร์เก็ต 61 สาขา (บิ๊กซีมาร์เก็ต บิ๊กซี ฟู้ดเพลส และบิ๊กซีดีโป้) มินิบิ๊กซี 1,231 สาขา (รวมสาขาแฟรนไชส์ 61 สาขา) และร้านขายยาเพรียว 144 สาขา กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทในไตรมาส 1/64 เท่ากับ 1,013 ล้านบาท ลดลง 267 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 20.8 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และ เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 4/63 ลดลง 341 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 25.1 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา สาเหตุหลักเกิดจากกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์และกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บีเจซี