เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (18 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 550 บาท รูปพรรณบาทละ 69,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (18 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 550 บาท รูปพรรณบาทละ 69,450 บาท
Gastech 2026 ปลุกพลังงานไทย “เอกนัฏ” ปิดดีล 17 ชาติ 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ร่วมกันฝ่าวิกฤตฮอร์มุซ
Economic Gastech 2026 ปลุกพลังงานไทย “เอกนัฏ” ปิดดีล 17 ชาติ 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ร่วมกันฝ่าวิกฤตฮอร์มุซ
เอกนัฏ ชี้ Gastech 2026 โชว์ไทยน่าลงทุน เกิดดีลธุรกิจ 2 หมื่นล้านดอลลาร์
Politics เอกนัฏ ชี้ Gastech 2026 โชว์ไทยน่าลงทุน เกิดดีลธุรกิจ 2 หมื่นล้านดอลลาร์
นายกฯ ชี้ใช้เงินกู้ที่เหลือ 4 หมื่นล้าน ลุยต่อ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ 2 เดือน
Politics นายกฯ ชี้ใช้เงินกู้ที่เหลือ 4 หมื่นล้าน ลุยต่อ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ 2 เดือน
Hackathon ชิง 5แสนบาท แบบคนเขียนโค้ดไม่เป็น True – AWS ผนึกกำลังฝึกสกิล AI แก้ปัญหาชาติ
Tech Hackathon ชิง 5แสนบาท แบบคนเขียนโค้ดไม่เป็น True – AWS ผนึกกำลังฝึกสกิล AI แก้ปัญหาชาติ
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (18 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (18 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
“ชัชชาติ” ยันเช่ารถขยะ EV 6,000 ล้าน โปร่งใส ขออย่ากล่าวหา ”ทุจริต”
Economic “ชัชชาติ” ยันเช่ารถขยะ EV 6,000 ล้าน โปร่งใส ขออย่ากล่าวหา ”ทุจริต”
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
สภาพัฒน์ แนะรัฐบาลวางเกมเศรษฐกิจยาว-ดึงลงทุน รับมือตลาดโลกขึ้นดอกเบี้ย
Politics สภาพัฒน์ แนะรัฐบาลวางเกมเศรษฐกิจยาว-ดึงลงทุน รับมือตลาดโลกขึ้นดอกเบี้ย
บางจาก ตั้ง ‘บัณฑิต หรรษาไพบูลย์’ นั่งซีอีโอคนใหม่ รับไม้ต่อ ‘ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช’ 1 ม.ค. 70
Economic บางจาก ตั้ง ‘บัณฑิต หรรษาไพบูลย์’ นั่งซีอีโอคนใหม่ รับไม้ต่อ ‘ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช’ 1 ม.ค. 70
ดูทั้งหมด

หุ้นไทยรอผลประชุม FED แกว่งแคบ 1,590-1,610 จุด จับตา ศบค.ผ่อนคลายมาตรการ

26 ส.ค. 2564 | 09:43น.
หุ้น-นักลงทุน

ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งแคบในกรอบ 1,590-1,610 จุด กลยุทธ์ลงทุนคง “ทยอยสะสม” หุ้นเปิดเมือง-ชะลอลงทุนส่งออกจากเงินบาทพลิกแข็งค่าสุดในเอเชีย-จับตา ศบค.ผ่อนคลายมาตรการระยะที่ 1 วันศุกร์นี้ หวังผู้ติดเชื้อรายวันในประเทศทรงตัวต่ำ-หลังจบงาน Thailand Focus 2021 จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทย

วันที่ 26 สิงหาคม 2564 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า หลังวานนี้ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,600 จุดได้เป็นครั้งแรกในรอบ 2 เดือน นับตั้งแต่การระบาดระลอก 4 นำโดยหุ้นขนาดใหญ่โดยเฉพาะกลุ่มเปิดเมืองกับพลังงาน ขณะที่ภายในประเทศมีความคืบหน้าแผนการคลาย Lockdown และเปิดเมืองที่จะนำเข้าที่ประชุมใหญ่ ศบค. ในวันที่ 27 ส.ค. 64 หลังผู้ติดเชื้อรายวันในประเทศทรงตัวต่ำกว่า 20,000 ราย และงาน Thailand Focus 2021 ที่คาดว่าหลังจบงานจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยได้

แต่วันนี้คาดว่า SET Index แกว่งตัวแคบลงออกข้างในกรอบระหว่าง 1,590-1,610 จุด เนื่องจากมองว่านักลงทุนจะลดสถานะเพื่อรอถ้อยแกลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในการประชุมที่ Jackson Hole ศุกร์นี้ กลยุทธ์การลงทุนยังคงให้ “ทยอยสะสม” หุ้นเปิดเมือง และชะลอการลงทุนหุ้นกลุ่มส่งออกจากเงินบาทที่พลิกแข็งค่าที่สุดในเอเชียสัปดาห์นี้

สำหรับแผนของกระทรวงสาธารณสุขเตรียมเสนอที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ศุกร์นี้ พิจารณาผ่อนคลายมาตรการ Lockdown และทยอยเปิดกิจการกิจกรรมต่าง ๆ ระยะที่ 1 ตั้งแต่ 1 ก.ย. 64 เป็นต้นไป

– ร้านอาหารให้กลับมานั่งทานได้ 50%, ธุรกิจตกแต่งบ้าน, ร้านจำหน่ายสินค้าและอุปกรณ์ไอที, ร้านนวดแผนไทย (เฉพาะนวดฝาเท้า) และคลินิกด้านทันตกรรม

ส่วนระยะที่ 2 (15 ก.ย. 64) และระยะที่ 3 (30 ก.ย. 64) จะทยอยเปิดกิจการ กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น อาทิ โรงภาพยนตร์, สถานออกกำลังกาย (ยิม, ฟิตเนส) สปา เป็นต้น ทางฝ่ายวิจัยมองว่าเป็น Sentiment บวกต่อตลาดและจะขยายเพดาน Upside ของ SET Index ได้ หากแต่ต้องจับตาทีละระยะ เนื่องจากผู้ติดเชื้อในประเทศและผู้เสียชีวิตยังทรงตัวในระดับสูง และทุกกิจการ กิจกรรมที่เปิด จะมีต้นทุนที่สูงขึ้นทั้งการตรวจหาเชื้อด้วย ATK หรือแบบปกติอาจต้องทำถี่ขึ้นเป็นรายสัปดาห์

นอกจากนี้ในระยะแรก ที่ประชาชนยังได้รับวัคซีนไม่ครบโดสหรือยังไม่มี Digital Health Pass อาจเข้าใช้บริการได้น้อยกว่าคาด ทั้งนี้ทางฝ่ายวิจัยยังคาดหวังการเร่งตัวขึ้นของการกระจายวัคซีนในพื้นที่ต่าง ๆ ให้เกิน 70% จึงจะผ่อนคลายแต่ละระยะได้ตามเป้าก่อนนำไปสู่การเปิดเมืองอีกครั้งในช่วงไตรมาส 4

ขณะที่ค่าเงินบาทไทยสัปดาห์นี้พลิกกลับมาแข็งค่าที่สุดในเอเชียกว่า 1.79% ตอบรับปัจจัย COVID-19 ในประเทศดีขึ้นและความหวังเปิดเมืองกลับมา จึงต้องระวังความเสี่ยงในกลุ่มส่งออกและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ที่ปรับตัวขึ้นมาก่อนหน้านี้อาจเผชิญแรงขายทำกำไรออกมา ทั้งนี้หากผลการประชุม Fed มีความคืบหน้าการทำ QE Tapering ทิศทาง Fund Flow จะไหลกลับสหรัฐอีกครั้ง เงินบาทอาจจะกลับไปอ่อนค่าเชิงเปรียบเทียบ ดังนั้น ในระยะสั้นแม้เงินบาทแข็งค่าแต่ทางฝ่ายวิจัยยังไม่แนะนำให้ลงทุนในกลุ่มบาทแข็ง เนื่องจากระยะกลางและยาวทิศทางยังอยู่ฝั่งอ่อนค่า จากทั้งเศรษฐกิจที่อาจฟื้นตัวได้ช้าและดุลบัญชีเดินสะพัดที่ขาดดุลมากกว่าคาดต่อเนื่อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้นไทย