SET แกว่งตัว 1,625-1,645 จุด ระวังแรงขายลดเสี่ยงก่อนประชุม ECB
ตลาดหุ้นไทย (SET) วันนี้แกว่งตัว 1,625-1,645 จุด ด้านราคาน้ำมันดิบทรงตัวระดับสูงเหนือ 84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รวมถึงแรงเก็งกำไรกลุ่มหุ้นที่คาดงบฯ Q3 เติบโตยังเป็นปัจจัยหนุน ทั้งนี้ระวังแรงเทขายลดเสี่ยงและติดตามการประชุมของ ECB ในวันพรุ่งนี้ คาดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0% ตามเดิม
วันที่ 27 ตุลาคม 2564 บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี หรือ บล.กรุงศรี คาดดัชนีหุ้นไทย (SET) แกว่งตัว 1,625-1,645 จุด แม้ดัชนีจะได้แรงหนุนราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นเหนือ 84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามความต้องการ (Demand) เพิ่มขึ้นหลังเศรษฐกิจฟื้นตัว รวมถึงแรงเก็งกำไรกลุ่มหุ้นที่คาดงบฯไตรมาส 3/64 เติบโต
อย่างไรก็ตาม แรงขายลดความเสี่ยงก่อนการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) 28 ต.ค. และธนาคารกลางสหรัฐ (FED) 2-3 พ.ย. ที่คาดว่าจะเริ่มลดการใช้ QE ลงจะทำให้เม็ดเงิน (Fund flow) ผันผวนและกดดันดัชนี
สำหรับปัจจัยวันนี้ ยอดส่งออกไทยเดือน ก.ย. โตแรงเกินคาดจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวและเงินบาทอ่อนค่า ขยายตัว 17.11% YOY ดีขึ้นจากเดือน ส.ค.ที่ขยายตัว 8.93% YOY และดีกว่าที่ Consensus คาดไว้ที่ 11-12% เป็นผลจาก ศก.โลกฟื้นตัวและได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่่อ่อนค่า กลุ่มสินค้าที่ยอดส่งออกโตแรง อาทิ ชิ้นส่วนและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์, อาหารสัตว์เลี้ยง, ยางพารา และมันสำปะหลัง
ด้านราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดทำสถิติสูงสุดในรอบ 7 ปี เพิ่มขึ้น 89 เซนต์ (+1.1%) ปิดที่ระดับ 84.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตลาดยังได้แรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกจากกิจกรรม เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อากาศที่หนาวเย็นในจีนราคาถ่านหินและก๊าซธรรมชาติที่แพงผลักดันให้โรงไฟฟ้าเปลี่ยนมาใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงแทน แต่อุปทานน้ำมันดิบยังตึงตัวเนื่องจากโอเปกพลัส (OPEC+) ปฏิเสธที่จะเพิ่มปริมาณการผลิตตามที่หลายประเทศเรียกร้อง
สำหรับพรุ่งนี้ (28 ต.ค.) ติดตามการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB Meeting) คาดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0% ตามเดิม แม้อัตราเงินเฟ้อล่าสุดของยูโรโซนจะพุ่งแตะระดับ 3.4% สูงสุดในรอบ 13 ปี และมากกว่าเป้าหมายของ ECB ที่ 2% แต่เป็นปัจจัยชั่วคราวเราคาดว่า ECB จะยังคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0% ตามเดิม แต่วงเงิน QE 1.85 ล้านล้านยูโร เป็นไปได้ที่ ECB จะทยอยลดวงเงินในการเข้าซื้อและยุติโครงการในปีหน้าวันที่ 31 มี.ค.65
ทั้งนี้ บล.กรุงศรีแนะนำหุ้นน่าจับตาวันนี้ ได้แก่ HMPRO หรือ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ราคาปิดที่ 14.5 บาทต่อหุ้น แนะนำซื้อ/เป้าหมายราคาที่ 16.5 บาทต่อหุ้น ผ่านจุดต่ำสุดของปีมาแล้วตั้งแต่ไตรมาส 3/64 และจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวของกำไรตั้งแต่ไตรมาส 4/64 สะท้อนผ่าน SSSG ที่เริ่มกลับมาเป็นบวก 10-20% ตั้งแต่เดือน ก.ย. เทียบกับไตรมาส 3/64 ติดลบ 10-15% จากการเปิดเมือง (70% ของรายได้มาจากกรุงเทพฯและหัวเมืองท่องเที่ยว)
และอีกต่อคือ TOP หรือ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ราคาปิดที่ 56.75 บาทต่อหุ้น แนะนำซื้อ/เป้าหมายราคาที่ 61 บาทต่อหุ้น ได้ บรรยากาศ (Sentiment) บวกราคาน้ำมันดิบปิดทำสถิติสูงสุดในรอบ 7 ปี ขณะที่ค่าการกลั่น ณ โรงกลั่นสิงคโปร์ทรงตัวในระดับสูง 7-8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เทียบกับครึ่งปีแรกของปี’64 เฉลี่ยที่ 1-2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และยังมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีกในช่วงปลายปีและไตรมาส 1/65 หลังหลายประเทศเปิดเศรษฐกิจและสภาพอากาศที่หนาวเย็น