เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
สภาพัฒน์ แนะรัฐบาลวางเกมเศรษฐกิจยาว-ดึงลงทุน รับมือตลาดโลกขึ้นดอกเบี้ย
Politics สภาพัฒน์ แนะรัฐบาลวางเกมเศรษฐกิจยาว-ดึงลงทุน รับมือตลาดโลกขึ้นดอกเบี้ย
บางจาก ตั้ง ‘บัณฑิต หรรษาไพบูลย์’ นั่งซีอีโอคนใหม่ รับไม้ต่อ ‘ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช’ 1 ม.ค. 70
Economic บางจาก ตั้ง ‘บัณฑิต หรรษาไพบูลย์’ นั่งซีอีโอคนใหม่ รับไม้ต่อ ‘ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช’ 1 ม.ค. 70
KKP ขยับเพิ่ม GDP โต 2.5% ฟื้นตัวแต่ไม่ทั่วถึง เทรนด์ AI พุ่ง “อุตฯ ดั้งเดิม-ฐานราก” ซบเซา
Finance KKP ขยับเพิ่ม GDP โต 2.5% ฟื้นตัวแต่ไม่ทั่วถึง เทรนด์ AI พุ่ง “อุตฯ ดั้งเดิม-ฐานราก” ซบเซา
ลุ้นหุ้นไทยฟื้น! ยีลด์เริ่มลง บล.พาย ชู MTC-SAWAD-TIDLOR
Finance ลุ้นหุ้นไทยฟื้น! ยีลด์เริ่มลง บล.พาย ชู MTC-SAWAD-TIDLOR
รวมภาพบรรยากาศขาย ‘iPhone 18 Pro’ วันแรก ณ Apple Store เซ็นทรัลเวิลด์
Tech รวมภาพบรรยากาศขาย ‘iPhone 18 Pro’ วันแรก ณ Apple Store เซ็นทรัลเวิลด์
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดผ่อนคลายความกังวลต่ออุปทานตึงตัว
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดผ่อนคลายความกังวลต่ออุปทานตึงตัว
ราคาทองวันนี้ (18 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (18 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,300 บาท
ศุภจี เร่งปิดดีล “ภาษีสหรัฐ” ชี้เหลือประเด็นย่อย ก่อนต่อสายตรง ’อนุทิน-ทรัมป์‘
Economic ศุภจี เร่งปิดดีล “ภาษีสหรัฐ” ชี้เหลือประเด็นย่อย ก่อนต่อสายตรง ’อนุทิน-ทรัมป์‘
EGCO ลุย Asset Recycling ซื้อ 45% โรงไฟฟ้าก๊าซนิวยอร์ก 615 MW รับรู้กระแสเงินสดทันที
Economic EGCO ลุย Asset Recycling ซื้อ 45% โรงไฟฟ้าก๊าซนิวยอร์ก 615 MW รับรู้กระแสเงินสดทันที
ดูทั้งหมด

มุมมองนักลงทุนระดับโลก ระยะสั้น “จีน” น่าสนใจกว่า “อินเดีย”

11 ธ.ค. 2564 | 08:20น.
ชีพจรเศรษฐกิจโลก
นงนุช สิงหเดชะ

เมื่อพูดถึงความน่าลงทุนของประเทศในเอเชียที่ไม่รวมญี่ปุ่น จะเห็นได้ว่า “จีน” และ “อินเดีย” ถูกหยิบยกมาเปรียบเทียบกันบ่อย ๆ ว่า ประเทศไหนน่าสนใจมากกว่า เนื่องจากทั้งสองประเทศล้วนมีขนาดประชากรมากที่สุดของโลก อันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ อีกทั้งระยะหลังเศรษฐกิจอินเดียเติบโตโดดเด่นขึ้นมาทาบรัศมีจีน ยังไม่ต้องพูดถึงในเชิงการเมืองที่อินเดียถูกมองว่าเป็นซีกประชาธิปไตยตัวแทนตะวันตกที่จะมาคานอำนาจจีนในภูมิภาคนี้

อย่างไรก็ตาม ระยะไม่นานมานี้การที่รัฐบาลจีนเริ่มปราบปรามบริษัทอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง จนทำให้หุ้นบริษัทเหล่านี้ร่วงลงอย่างหนักและมีท่าทีจะขยายการปราบปรามในอีกหลายภาคธุรกิจ เริ่มทำให้นักลงทุนหวั่นไหว ไม่เชื่อมั่นที่จะลงทุนในจีนเท่าใดนัก เพราะกลัวความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ

“คริสโตเฟอร์ วู้ด” หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ลงทุนหุ้นโลกของเจฟฟรีส์ มีคำตอบให้กับนักลงทุน โดยเขาระบุว่า สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนในตลาดเอเชียที่ไม่รวมญี่ปุ่น ตนเห็นว่า ในระยะสั้นจีนน่าสนใจกว่าอินเดีย เพราะว่าอินเดียมีแนวโน้มจะเปราะบางต่อความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มากกว่าจีนในยามที่เฟดกำลังเริ่มเปลี่ยนไปใช้นโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้น ซึ่งหมายถึงดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐในอนาคตจะขยับขึ้น

การปราบปรามบริษัทเทคโนโลยี อสังหาริมทรัพย์เพื่อลดส่วนเกิน สร้างผลเสียต่อบรรยากาศลงทุนจีน จนทำให้ดัชนี MSCI จีนที่นักลงทุนต่างประเทศใช้อ้างอิง ปรับตัวลงประมาณ 20% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน แต่ในความเห็นของตนภาวะเลวร้ายที่สุดของการปราบปรามบริษัทเทคโนโลยีได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่คำถามคือจะมีการบังคับใช้กฎหมายใหม่อย่างไร

ในความเห็นของวู้ด ส่วนใหญ่ของปีนี้จีนใช้นโยบายการเงินตึงตัวและตอนนี้ผ่านจุดสูงสุดของการใช้นโยบายตึงตัวไปแล้ว ขณะเดียวกันก็ไม่มีท่าทีจะผ่อนคลายลงมากมาย แต่น่าจะค่อย ๆ ผ่อนคลายซึ่งจะทำให้การเคลื่อนไหวทางนโยบายการเงินของจีนอยู่ในทิศทางแตกต่างจากเฟด ซึ่งจะสร้างฉากหลังที่สร้างสรรค์ให้กับหุ้นจีน ดังนั้นจุดยืนของตนก็คือให้ “ลงทุนหุ้นจีน” แต่ต้องป้องกันความเสี่ยงด้วยการเป็นเจ้าของพันธบัตรรัฐบาลจีน ที่ยังคงเป็นพันธบัตรรัฐบาลที่น่าลงทุนที่สุดในตลาดพันธบัตรหลัก ๆ ของโลก ส่วนเงินหยวนคาดว่าจะยังคงแข็งค่า ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่ราคาหุ้นปรับตัวลงก็ถือเป็นโอกาสซื้อ

ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า การที่เศรษฐกิจจีนเริ่มเติบโตช้าลง มีแนวโน้มจะบังคับให้ผู้วางนโยบายจำเป็นต้องใช้นโยบายผ่อนคลายทั้งการเงิน การคลัง รวมทั้งผ่อนคลายกฎระเบียบต่าง ๆ

สำหรับ “อินเดีย” วู้ดบอกว่าชื่นชอบในเชิงโครงสร้างโดยรวม เพราะมีเพียงภาคที่อยู่อาศัยเท่านั้นที่ตกต่ำมา 7 ปี ส่วนตลาดหุ้นค่อนข้างฟื้นตัวกลับมาได้เร็ว แม้ว่าปีนี้จะเผชิญกับการถดถอยของเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากการระบาดของโควิด-19 โดยดัชนี NSE Nifty 50 ทะลุผ่านระดับ 18,000 จุด เมื่อเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้นประมาณ 22% ส่วนดัชนี S&P BSE Sensex ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงก็ขยับขึ้นราว 20%

โดยปกติแล้ว เมื่อเฟดขึ้นดอกเบี้ย บรรดานักลงทุนจะเคลื่อนย้ายเงินออกจากตลาดเกิดใหม่ และนำไปลงทุนซื้อสินทรัพย์สหรัฐที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เป็นเหตุให้ค่าเงินของตลาดเกิดใหม่อ่อนตัว 
สร้างแรงกดดันต่อหนี้ของประเทศเหล่านี้ที่อยู่ในรูปของดอลลาร์สหรัฐ

ทางด้าน “ยาฮังกีร์ อาซิซ” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ตลาดเกิดใหม่ของเจพีมอร์แกน เห็นว่าเศรษฐกิจอินเดียจะได้รับการป้องกันอย่างดี ตราบเท่าที่เฟดไม่เปลี่ยนนโยบายแบบแข็งกร้าวเกินไป เพราะการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของอินเดียได้รับการควบคุมอย่างดี อีกทั้งอินเดียมีทุนสำรองระหว่างประเทศสูง ประมาณ 6.4 แสนล้านดอลลาร์

ดังนั้นจึงไม่คิดว่าความเปลี่ยนแปลงจากภายนอก จะเป็นสิ่งน่ากังวลสำหรับอินเดียในแง่ที่ว่าอาจทำให้เงินทุนไหลออก

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีน