Skip to content

“มูลนิธิซิตี้-แพลนฯ” ปลุกทักษะ เยาวชนก้าวพลาดมีอาชีพเลี้ยงตัว

13 ธ.ค. 2564 | 11:12น.
“มูลนิธิซิตี้-แพลนฯ” ปลุกทักษะ เยาวชนก้าวพลาดมีอาชีพเลี้ยงตัว

มูลนิธิซิตี้ร่วมกับองค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จัดโครงการพัฒนาอาชีพสำหรับเยาวชน (Career Development for Youth Program) ที่อยู่ภายใต้การดูแลของศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน สังกัดกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจำนวน 6 แห่งทั่วประเทศ

ได้แก่ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนสิรินธร, ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านอุเบกขา, ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนหญิงบ้านปรานี จ.นครปฐม, ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 1 จ.ระยอง, ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 2 จ.ราชบุรี และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 11 จ.ลพบุรี

“วันวิสาข์ โคมินทร์” ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กร ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย ตัวแทนมูลนิธิซิตี้ กล่าวว่า เพราะเยาวชนคืออนาคตของชาติ ดังนั้น การพัฒนาเยาวชนให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพจึงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรตระหนักและให้ความสำคัญ

วันวิสาข์ โคมินทร์
วันวิสาข์ โคมินทร์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กร ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย

ด้วยเหตุนี้มูลนิธิซิตี้จึงมีเป้าหมายในการทำงานที่ส่งเสริมความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจเพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของเยาวชนทั่วโลกให้ดีขึ้น โดยเน้นความสำคัญ 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ การเข้าถึงแหล่งการเงิน, การเตรียมความพร้อมหรือการเพิ่มศักยภาพในการเข้าทำงานสำหรับเยาวชน และสุดท้ายคือ การพัฒนาชุมชนให้ยั่งยืน

“เพราะเราได้ใช้ความเชี่ยวชาญในฐานะสถาบันการเงินชั้นนำ และความพร้อมของพนักงานผ่านการขับเคลื่อนแนวคิดความเป็นผู้นำและนวัตกรรม ส่วนการทำงานในเรื่องการส่งเสริมเยาวชน แต่ละปีเราจะได้รับงบประมาณจากสหรัฐเฉลี่ยปีละ 5-10 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับสถานการณ์แต่ละแห่ง ขณะเดียวกัน เราดำเนินโครงการส่งเสริมเยาวชนอย่างหลากหลาย”

เช่น โครงการพัฒนาเครือข่ายองค์กรชุมชนเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงิน นักธุรกิจวัยทีน และอีกมากมาย รวมถึงโครงการพัฒนาอาชีพสำหรับเยาวชนที่เราร่วมมือกับองค์การแพลนมาตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นเป้าหมายไปที่เยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน สังกัดกรมพินิจฯทั่วประเทศ

ซึ่งดำเนินงานผ่าน 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1.การอบรมทักษะชีวิต 2.การอบรมทักษะอาชีพ และ 3.การอบรมการเตรียมความพร้อมในการทำงานเพื่อให้เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการได้รับโอกาสในการฝึกอบรมหลักสูตรทักษะและกิจกรรมที่เสริมสร้างพฤติกรรมเชิงบวกอันเหมาะสมแก่เยาวชน พร้อมทั้งช่วยพัฒนาความสามารถในการจัดการกับความต้องการและความท้าทายต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างการทำงาน รวมทั้งเพิ่มพูนทักษะด้านอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานด้วยการสนับสนุนให้เยาวชนรับโอกาสในการฝึกงาน ผ่านการติดต่อสื่อสาร และเรียนรู้ในด้านต่าง ๆ จากผู้ประกอบการธุรกิจหลากหลายประเภท เพื่อนำไปสู่การได้รับการจ้างงานในงานที่เหมาะสมในอนาคตต่อไป อันจะเป็นจุดเริ่มต้นอันดีที่ทำให้เยาวชนสามารถเดินเข้าสู่สังคมปกติได้อย่างมีความมั่นใจมากขึ้นอีกด้วย

“ภิรญา ฐิตินนทชัย” ผู้ประสานงานโครงการอาวุโส องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า โครงการพัฒนาอาชีพสำหรับเยาวชนถูกพัฒนาให้เหมาะสมกับเยาวชนตั้งแต่อายุ 15-24 ปีที่อยู่ภายใต้การดูแลของศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน สังกัดกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจำนวน 6 แห่ง ซึ่งการดำเนินงานในปี 2564 โครงการมุ่งเน้นไปที่เยาวชนหญิง

ภิรญา ฐิตินนทชัย
ภิรญา ฐิตินนทชัย ผู้ประสานงานโครงการอาวุโส องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย

“เนื่องจากข้อมูลพบว่ากว่าร้อยละ 80 ของเด็กและเยาวชนที่อยู่ในศูนย์ฝึกและอบรมฯมาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อยหรือน้อยมาก และส่วนใหญ่ไม่เข้าถึงการจ้างงาน ในขณะที่รายงานของกรมพินิจฯเมื่อปี 2557 พบว่าร้อยละ 43.25 ของคดีเด็กและเยาวชนที่ถูกรวบรวมโดยสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนทุกแห่งเกี่ยวข้องกับเยาวชนที่ว่างงาน รวมถึงอัตราการกระทำผิดซ้ำในปี 2559 อยู่ที่ประมาณร้อยละ 22

“โดยหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้กระทำความผิดซ้ำ คือ การว่างงาน ดังนั้น โครงการดังกล่าวจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือเยาวชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กผู้หญิงและเยาวชนหญิง เพื่อสร้างทักษะที่จำเป็นในการเพิ่มการจ้างงานอันจะนำไปสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการลดลงของอัตราการกระทำผิด”

ทั้งนี้ ผลลัพธ์ของการดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2563 จนถึงเดือนพฤศจิกายน 2564 มีเยาวชนจำนวน 143 คนผ่านการอบรมครบทั้ง 3 องค์ประกอบ และมีเยาวชนจำนวน 136 คนมีโอกาสฝึกงานหรือได้รับการจ้างงานในสถานประกอบการตามลำดับ

“ณภัสสร สงวนหงษ์” ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนหญิงบ้านปรานี กล่าวว่า ที่ผ่านมามักพบว่าเยาวชนที่ออกไปใช้ชีวิตในสังคมมักจะปรับตัวไม่ได้ ถึงแม้ว่าบางรายจะได้รับโอกาสในการศึกษาต่อ โดยมีภาคเอกชนสนับสนุนทุนการศึกษา 100% แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ

ณภัสสร สงวนหงษ์
ณภัสสร สงวนหงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนหญิงบ้านปรานี

“เพราะการใช้ชีวิตข้างนอกเยาวชนไม่ได้ไปเรียนอย่างเดียว ต้องใช้ชีวิตในสังคมเหมือนคนทั่วไป มีการเดินทาง การอยู่กินต่าง ๆ บางรายผู้ปกครองไม่สนับสนุนแล้วยังเอาเงินที่เด็กได้รับไปใช้ด้วย เป็นปัญหาซ้ำ ๆ และการแก้ไขปัญหาของเราก็แก้ไม่เคยตรงจุด”

“จึงมีการพูดคุยกับองค์การแพลนฯถึงปัญหาและมีการปรับรูปแบบการทำงานร่วมกันเพื่อเตรียมความพร้อมของเยาวชนซึ่งยังไม่ใช่การแก้ได้ครบ ต้องค่อย ๆ ปรับกันไป มีการสอนในวิชาชีวิต และนำเอาวิชาประกอบอาชีพระยะสั้นมาให้เด็กได้เรียนรู้ เช่น ทำอาหาร เบเกอรี่ เสริมสวย ฯลฯ ให้เขาเลือกเรียนตามความเหมาะสม”

เมื่อถึงเกณฑ์ที่เยาวชนประพฤติดีจะมีการส่งไปฝึกงานกับสถานประกอบการจริงให้เขาได้ทำงานจริง ๆ ก่อนที่เขาจะได้ใช้ชีวิตเป็นปกติ

“เพราะเยาวชนเป็นเหมือนผ้าที่มีรอยเปื้อน การทำงานของเครือข่ายบางหน่วยงานอาจเป็นผงซักฟอก บางเครือข่ายเป็นน้ำยาปรับผ้านุ่ม บางเครือข่ายเป็นน้ำสะอาด บางเครือข่ายเป็นเครื่องซักผ้า หรือว่าบางแห่งเป็นแดด ท้ายที่สุดเราจะทำให้ผ้าผืนนี้มีความสะอาดมากที่สุด ขจัดรอยเปื้อนออกไป ซึ่งแต่ละผืนจะไม่เหมือนกัน บางรายเปื้อนมาคราบฝังลึกเยอะมาก นอกจากนี้ ยังถูกแดดถูกฝนที่ปล่อยทิ้งไว้ไม่มีใครไปดูแลเลย แล้วเราต้องเอากลับมาเพื่อไปใช้งานให้มีประโยชน์ต้องทำยังไง เราก็จะมีเครือข่ายต่าง ๆ ที่เข้ามาเกื้อหนุน ร่วมกัน ช่วยกัน”

“สุพัตรา สารสิทธิ์” เจ้าของร้านครัวบ้านยี่สาร หนึ่งในผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการบอกว่า การตัดสินใจเข้าร่วมโครงการนี้เนื่องจากเล็งเห็นว่าเยาวชนทุกคนล้วนควรได้รับการส่งเสริมและพัฒนาตนเองในทุกด้านบนพื้นฐานความเท่าเทียม และสามารถประกอบอาชีพมีรายได้พึ่งพาตนเองได้ในอนาคต

สุพัตรา สารสิทธิ์
สุพัตรา สารสิทธิ์ เจ้าของร้านครัวบ้านยี่สาร

“ดังนั้น โครงการนี้จึงเป็นอีกช่องทางที่ช่วยให้เยาวชนที่ก้าวพลาดมีโอกาสในการพัฒนาตนเองทั้งด้านการใช้ชีวิตและการทำงาน เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งอย่างเป็นปกติสุข โดยร้านครัวบ้านยี่สารได้เปิดโอกาสให้เยาวชนจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนหญิงบ้านปรานี จ.นครปฐม จำนวน 3 คน มาเรียนรู้ทักษะการทำงานในด้านต่าง ๆ ภายในร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการรับเมนู การเสิร์ฟอาหาร การช่วยทำอาหาร ฯลฯ”

“ตลอดระยะเวลาที่ทำงาน เยาวชนเหล่านี้แสดงออกให้เห็นถึงความตั้งใจในการเรียนรู้การทำงานเป็นอย่างดี ทั้งยังได้รับเงินเดือนจากการทำงาน สร้างแรงจูงใจให้เขารู้สึกมีคุณค่า รวมถึงยังเป็นการฝึกให้เขาควบคุมอารมณ์ ความรู้สึกกับการใช้ชีวิตอีกด้วย”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ซิตี้แบงก์