“วอริกซ์” เปิดฉากรุกอาเซียน เจาะสิงคโปร์-เวียดนามรับมือตลาดซบ
ตลาดชุดกีฬา 7 พันล้าน ซบหนัก-ฟื้นตัวช้า “วอริกซ์” หันปั้นยอดขายต่างประเทศ เกาะซูซูกิคัพจุดพลุระดมการตลาดรุกอาเซียน พร้อมผนึกพันธมิตร-คู่ค้าในประเทศผุดโมเดลแฟรนไชส์ร้านเสื้อผ้า-ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา คาดเปิดสาขาแรกต้นปี’65 ก่อนเปิดแฟลกชิปธุรกิจสุขภาพที่ศูนย์สิริกิติ์ ไตรมาส 4 ปีหน้า ตามด้วยปั้นธุรกิจอาหารเสริมเป็นแผนสำรองสร้างรายได้หากมีล็อกดาวน์
ตลาดชุดกีฬากระทบหนัก
นายวิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬา ภายใต้แบรนด์ “วอริกซ์” กล่าวว่า ขณะนี้แม้ยังไม่มีการเก็บข้อมูลอย่างเป็นทางการ แต่เชื่อว่าปี 2564 นี้ ตลาดชุดกีฬามูลค่า 7 พันล้านบาท หดตัวอย่างหนัก เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 และการล็อกดาวน์ ทำให้กำลังซื้อตกลงไปเยอะมาก ในขณะที่ผู้ประกอบการร้านค้าและแบรนด์สินค้ารายย่อยล้มหายไปจำนวนไม่น้อย ส่วนที่ยังประคองอยู่ได้ต่างแบกสต๊อกสินค้าจำนวนมากเอาไว้
ด้านปริมาณการสั่งวัตุดิบต้นน้ำอย่าง ผ้า ซิป กระดุม ฯลฯ ของโรงงานต่างลดลงไปมากด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ การเสื่อมสภาพของวัสดุอย่างพื้นรองเท้า ยางและหนัง ทำให้เกิดการด้อยค่าของสินค้าที่ค้างในสต๊อก ยิ่งสร้างความบาดเจ็บให้ทั้งแวลูเชนตั้งแต่ผู้ผลิต จนถึงผู้ค้าปลายน้ำ
ส่วนในปี 2565 เชื่อว่าภาพรวมตลาดสินค้ากีฬาและสุขภาพจะมีการเติบโต โดยดีมานด์จากกลุ่มผู้ชายจะเพิ่มขึ้นโดดเด่นกว่ากลุ่มอื่น หลังวิกฤตโรคระบาดกระตุ้นให้คนสนใจสุขภาพในภาพรวม อย่างเรื่องวิตามินและอาหารเสริมมากขึ้น ในขณะที่กลุ่มสูงวัยมีความต้องการบริการสุขภาพต่อเนื่อง
นายวิศัลย์กล่าวด้วยว่า สำหรับบริษัทปี 2564 นี้ช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา ขาดทุนมากกว่าช่วงเดียวกันของปี 2563 แต่กิจกรรมการใช้ชีวิตต่าง ๆ ที่กลับมาเป็นปกติในช่วง 2 เดือนสุดท้าย ประกอบกับฟุตบอลไทยลีกกลับมาแข่ง และทีมชาติไทยลุ้นแชมป์ในการแข่งซูซูกิคัพ เดือน ธ.ค.นี้ มากระตุ้นดีมานด์ได้ดี ขณะที่การซื้อขายออนไลน์เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยฟื้นยอดขายกลับมา ช่วยให้ยอด 2 เดือนท้ายสามารถกู้สถานการณ์ของ 10 เดือนที่ผ่านมาได้ เพราะปกติยอดขายช่วงไตรมาส 4 จะเป็น 2 เท่าของไตรมาส 1 อยู่แล้ว จึงคาดว่ายอดขายเฉพาะในไทยจะใกล้เคียงกับปี 2563 ในขณะที่มีกำไรเท่ากันหรือมากกว่า
รุก ตปท.สร้างยอดขาย
ผู้บริหารวอริกซ์ย้ำว่า อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในระยะยาวยังไม่สามารถประมาทได้ เนื่องจากตามคาดการณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ระบุว่า เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ เวียดนาม และมาเลเซีย เมื่อรวมกับความเสียหายที่เกิดขึ้น 2 ปีต่อเนื่อง ทำให้อาจต้องใช้เวลาถึง 5 ปีกว่าที่ตลาดจะกลับมามีมูลค่าเท่ากับก่อนการระบาด
บริษัทจึงเดินหน้าแผนขยายธุรกิจใหม่หลากหลายวงการและหลายประเทศ เพื่อสร้างรายได้มาเร่งการฟื้นตัว ไม่ว่าจะเป็นการรุกตลาดต่างประเทศ อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม เปิดโมเดลแฟรนไชส์ พัฒนาสินค้าอาหารเสริม ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา ไปจนถึงการผนึกพันธมิตรพัฒนาฟุตบอลเยาวชน
เริ่มจากการโปรโมตแบรนด์วอริกซ์ ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2020 หรือเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 ที่สิงคโปร์ (5 ธ.ค. 64-1 ม.ค. 65) ด้วยการเป็นออฟฟิเชียลสปอนเซอร์-ผู้ผลิตลูกฟุตบอลที่ใช้ในการแข่ง ตั้งร้านพ็อปอัพในสนามและโฆษณาผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อจุดพลุสร้างการรับรู้ในสิงคโปร์ และ 11 ประเทศอาเซียนในคราวเดียว รวมถึงหาทำเลตั้งร้านถาวรในสิงคโปร์
พร้อมกับเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ Warrix.com เป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าสำหรับลูกค้าต่างประเทศและจะทยอยเพิ่มภาษาของลูกค้าเป้าหมายคือ เมียนมา มลายู ญี่ปุ่น อังกฤษ และไทย ให้เสร็จสิ้นในไตรมาสแรกของปี 2565 ส่วนตลาดเวียดนามได้ร่วมมือกับบริษัท สปอร์ต ฮีโร่ จำกัด ของซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นตัวแทนบุกเบิกตลาด เนื่องจากปัจจุบันซิโก้เป็นโค้ชให้กับทีมฮองอันห์ ยาลาย ในวีลีกของเวียดนามอยู่แล้ว
ด้านประเทศญี่ปุ่น หากสถานการณ์การระบาดคลี่คลายคาดว่าจะเริ่มแผนเข้าเป็นสปอนเซอร์ทีมฟุตบอลในเจลีกได้ในฤดูกาล 2566-2567 หลังจากต้องเลื่อนมา 2 ปี ทั้งนี้ วางเป้ายอดขายปีแรกในสิงคโปร์ ไว้ที่ 15 ล้านบาท ส่วนเมียนมาและมาเลเซียมีเป้า 10 ล้านบาทเท่ากัน ด้านเวียดนามยังอยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัท สปอร์ต ฮีโร่ จำกัด
“เมื่อภาพรวมเศรษฐกิจของไทยฟื้นตัวช้า เราก็ต้องขยับตัวไปเป็นผู้เล่นระดับอาเซียนให้เร็วขึ้น โดยเจาะตลาดประเทศที่ฟื้นตัวเร็ว”
เปิดแฟรนไชส์ “วอริกซ์”
สำหรับตลาดในประเทศไทย นายวิศัลย์กล่าวว่า เตรียมทดลองเปิดโมเดลแฟรนไชส์ ซึ่งจะมีทั้งแบบร้านวอริกซ์ และร้านวอริกซ์คู่กับศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา ในไตรมาสแรกของปี 2565 หลังเจรจากับตัวแทนจำหน่ายสินค้ากีฬาแบบเทรดิชั่นนอลเทรด 10 ราย และผู้สนใจจากนอกวงการจำนวนหนึ่งแล้ว โดยร้านที่เข้ามาเป็นแฟรนไชซีจะสามารถทำการตลาดแบบ O2O หรือออนไลน์ทูออฟไลน์ได้ทันที ผ่านช่องทางของวอริกซ์
ไม่ว่าจะเป็นการมีช็อปอินช็อปบนเว็บไซต์ ร้านสามารถขายสินค้าได้โดยไม่ต้องมีสต๊อก และขายสินค้าที่วอริกซ์มีทั้งในแบรนด์วอริกซ์และพันธมิตร เช่น เอสิก และการ์มิน พร้อมยังได้ส่วนลดการค้า-ค่าคอมมิสชั่นเหมือนเดิม ส่วนแฟรนไชซีมีหน้าที่ทำตลาดในระดับท้องถิ่นตามแนวทางที่บริษัทวางไว้
“ช่วงโรคโควิด-19 ระบาด ร้านค้าแบบดั้งเดิมและดีลเลอร์ไม่สามารถพัฒนาอีคอมเมิร์ซขึ้นมารับมือได้ทัน จนหลายรายตัดใจเลิกกิจการไป จึงเสนอแนวทางแบบวิน-วินที่จะดึงผู้ประกอบการที่มีวิสัยทัศน์ตรงกันมาเป็นแฟรนไชซี ด้วยข้อได้เปรียบทั้งลดความเสี่ยงการบริหารสินค้าเพราะสต๊อกอยู่ที่ส่วนกลาง และการเข้าถึงสินค้าที่ปกติเข้าถึงยาก ส่วนบริษัทและพันธมิตรได้ขยายช่องทางออกสู่ต่างจังหวัด ดังนั้นจึงยังไม่เก็บค่าแฟรนไชส์ในร้านกลุ่มแรก ๆ”
ปักธงแฟลกชิปด้านสุขภาพ
นอกจากโมเดลแฟรนไชส์แล้ว วอริกซ์ยังเตรียมเปิดสาขาแฟลกชิปแห่งที่ 2 ขนาด 520 ตร.ม.อีกด้วย โดยสาขาแห่งใหม่จะเป็นแฟลกชิปสำหรับธุรกิจวอริกซ์เฮลท์ที่มีศูนย์เวชศาสตร์การกีฬา คลินิกกายภาพ และการเทรนนิ่งกีฬาฟุตบอล-วิ่งในรูปแบบเฉพาะที่บริษัทพัฒนาขึ้นเป็นตัวชูโรง พื้นจำหน่ายสินค้าวิ่งโดยเฉพาะ หลังจากการร่วมมือกับบานาน่ารัน เชนร้านสินค้าวิ่งครบวงจรและผู้บริหารคอมมิวนิตี้ออนไลน์ของนักวิ่ง ตามด้วยพื้นที่สำหรับสินค้าแบรนด์วอริกซ์ โดยจะอยู่ในพื้นที่ใหม่ของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คาดว่าจะสามารถเปิดบริการได้ในไตรมาส 4 ของปี 2565 ตามแผนรุกเข้าสู่ตลาดวิ่งและไตรกีฬา
ปั้นอาหารเสริมเป็นแผนสำรอง
นายวิศัลย์ยังเปิดเผยถึงแผนสำรองหากเกิดสถานการณ์การระบาดปีหน้าว่า จะใช้การทำตลาดสินค้ากลุ่มอาหารเสริมอย่าง โปรตีนจากพืช และวิตามิน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนศึกษาตลาดขั้นสุดท้ายก่อนเปิดตัว เป็นตัวสร้างรายได้หากมีการล็อกดาวน์ เพราะช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมา วิตามินมีดีมานด์สูงทั่วโลก หลังผู้บริโภคหันมาสนใจเรื่องเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สินค้ากลุ่มนี้จะประกอบด้วย อาหารเสริม แพลนต์เบสโปรตีน สำหรับ 5 กลุ่ม คือ ผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก ผู้สูงอายุและนักกีฬา พร้อมกับวิตามินอีก 4 กลุ่มเกี่ยวกับข้อต่อ การนอนหลับ เสริมภูมิคุ้มกันและบำรุงหลอดเลือดหัวใจ โดยจะเปิดตัวสินค้าสำหรับผู้สูงอายุเป็นกลุ่มแรกในต้นปี 2565
พร้อมย้ำว่า ปี 2565 การใช้งบฯทางการตลาดและการลงทุนต้องศึกษาให้ถ้วนถี่และรอบคอบมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการทำสปอนเซอร์ชิปต่าง ๆ การคัดเลือกสโมสร-ทีมที่จะสนับสนุน การจ้างพรีเซ็นเตอร์ของอาหารเสริม อย่างไรก็ตาม บริษัทจะเพิ่มการลงทุนสร้างแบรนด์ให้มากขึ้น โดยสัดส่วนงบฯการตลาดต่อยอดขายยังคงเดิม เพราะจะนำไปสู่ความยั่งยืนในระยะยาว สะท้อนจากผลงานการต่อยอดแบรนด์วอริกซ์นับตั้งแต่ได้เป็นผู้ผลิตเสื้อทีมชาติไทย