ตลาดหุ้นไทย (SET) วันนี้รีบาวน์ตามตลาดหุ้นทั่วโลก เปิดตลาดเช้านี้ 1,624.80 จุด ปรับตัวขึ้นมา 9.00 จุด ชี้ประเด็นเรื่องโอไมครอนยังเป็นความกังวลหลักที่ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด “บล.เอเซีย พลัส” คาดหากครม. อนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ช็อปดีมีคืน” จะหนุนหุ้นอุปโภค-บริโภคขนาดใหญ่ ช่วงผยุงตลาดหุ้นไทยไปต่อได้
วันที่ 21 ธันวาคม 2564 นายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET) เปิดตลาดเช้าวันนี้ 1,624.80 จุด ปรับตัวขึ้นมา 9.00 จุด หรือ +0.56% โดยตลาดยังไม่ได้มีปัจจัยใหม่ แต่เป็นการเทคนิคเคิลรีบาวด์หลังจากในช่วงระยะ 2-3 วันที่ผ่านมาตลาดหุ้นทั่วโลกมีการปรับฐานลงมาค่อนข้างแรง สำหรับตลาดหุ้นไทยก็มีการรีบาวน์ตามตลาดหุ้นทั่วโลก เช่น ตลาดหุ้นเอเซียหรือแม้แต่ทางฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐ
อย่างไรก็ตามประเด็นเรื่องโอไมครอนยังเป็นความกังวลหลักที่ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีพบผู้ติดเชื้อภายในประเทศ และหลังจากนี้จะเข้าสู่วันหยุดยาวอาจพบว่าความผันผวนและความไม่แน่นอนได้
ทั้งนี้ตั้งแต่ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อโอไมครอน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หากไปดูตลาดหุ้นโลกจะพบว่ามีการติดลบลงมา 34% ขณะที่ตลาดหุ้นไทยติดลบ 1.98% นับว่ายังติดลบน้อยกว่าเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นโลก ดังนั้นตลาดหุ้นไทยก็มีโอกาสย่อต่อได้อีกเนื่องจากมีการติดเชื้อในประเทศ ฉะนั้นการรีบาวน์กลับขึ้นมาก็ยังคงมีความเสี่ยงอยู่
ขณะที่หากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่าง ช็อปดีมีคืน และมีการเพิ่มวงเงินที่สูงขึ้นจากเดิมที่ 30,000 บาทต่อคน ก็คาดว่าจะเข้ามาช่วยหนุนหุ้นที่เกี่ยวกับอุปโภคบริโภคขนาดใหญ่ซึ่งก็จะช่วงผยุงหุ้นไทยได้ แต่จะเป็นหุ้นเฉพาะกลุ่ม เช่น ห้างสรรพสินค้า อาทิ CPN , CRC และกลุ่มที่มีการต่อบิลสูงๆ ไม่ว่าจะเป็นหุ้นเกี่ยวกับมือถือ อย่าง JMART , COM7, SPDI ,ADVANC รวมถึงห้างค้าปลีกใหญ่ๆ เช่น HMPRO , BJC ก็มีโอกาสดีดกลับขึ้นมาได้
