เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“วราวุธ” สั่งกวาดล้างโรงงานขยะอิเล็กทรอนิกส์ 5 จังหวัด คิกออฟ 1 พ.ย. ฝ่าฝืนปิดโรงงาน-เร่งแก้กฎหมายเพิ่มโทษ
Economic “วราวุธ” สั่งกวาดล้างโรงงานขยะอิเล็กทรอนิกส์ 5 จังหวัด คิกออฟ 1 พ.ย. ฝ่าฝืนปิดโรงงาน-เร่งแก้กฎหมายเพิ่มโทษ
“สุริยะ” ดันไทย-รัสเซียเปิดตลาดเกษตร ขยายอาหารสัตว์เลี้ยง-ผลไม้-ข้าว
Economic “สุริยะ” ดันไทย-รัสเซียเปิดตลาดเกษตร ขยายอาหารสัตว์เลี้ยง-ผลไม้-ข้าว
พาณิชย์หนุนไทยฮับการศึกษานานาชาติ ลุยเกาหลีใต้-ญี่ปุ่น-เมียนมา
Economic พาณิชย์หนุนไทยฮับการศึกษานานาชาติ ลุยเกาหลีใต้-ญี่ปุ่น-เมียนมา
ป.ป.ช. ชี้มูลผิด “บิ๊กนายพล” อดีต ผอ.กอ.รมน. พร้อมพวก เบิกจ่ายเท็จ-ส่งฟ้องศาลคดีทุจริตฯ
News ป.ป.ช. ชี้มูลผิด “บิ๊กนายพล” อดีต ผอ.กอ.รมน. พร้อมพวก เบิกจ่ายเท็จ-ส่งฟ้องศาลคดีทุจริตฯ
จับตาเดอะมอลล์โคราช เปิดดีลเช่าที่ดินรอบใหม่
ข่าวหน้า 1 จับตาเดอะมอลล์โคราช เปิดดีลเช่าที่ดินรอบใหม่
การค้าชายแดน ก.ย. ฟื้น 24.4% มาเลเซียแรงสุด 3.99 หมื่นล้าน
Economic การค้าชายแดน ก.ย. ฟื้น 24.4% มาเลเซียแรงสุด 3.99 หมื่นล้าน
อนุทิน ยันรัฐบาลเสถียรภาพแน่น ลั่นไม่หนีศึกซักฟอกรัฐบาล ธ.ค.นี้
Politics อนุทิน ยันรัฐบาลเสถียรภาพแน่น ลั่นไม่หนีศึกซักฟอกรัฐบาล ธ.ค.นี้
เร่งปลดล็อกกฎดึงทุนไฮเทค นายกฯ ชี้ไม่ลดน้ำมันยกแผง 91-95 ยังนำเข้าหวั่นกระทบคลัง
Politics เร่งปลดล็อกกฎดึงทุนไฮเทค นายกฯ ชี้ไม่ลดน้ำมันยกแผง 91-95 ยังนำเข้าหวั่นกระทบคลัง
ครบรอบ 1 เดือน น้ำท่วม กทม. เปิดสถิติล่าสุด อนุมัติเงินเยียวยาพุ่งทะลุ 4,000 ล้านบาท
News ครบรอบ 1 เดือน น้ำท่วม กทม. เปิดสถิติล่าสุด อนุมัติเงินเยียวยาพุ่งทะลุ 4,000 ล้านบาท
แอสเซทไวส์ JV บิ๊กอสังหาฯญี่ปุ่น ผุด “โวโค่ ภูเก็ต บางเทา” ขยายพอร์ตโรงแรมหรู เปิดปี‘70
Real Estate แอสเซทไวส์ JV บิ๊กอสังหาฯญี่ปุ่น ผุด “โวโค่ ภูเก็ต บางเทา” ขยายพอร์ตโรงแรมหรู เปิดปี‘70
ดูทั้งหมด

“พิเชฐ”กระตุ้นเอกชนเร่งลงทุนร่วมภาครัฐ ลุยต่อยอดเน็ตประชารัฐ ดึงบัณฑิตกลับบ้าน ย้ำปี61 เห็นผลรูปธรรม

21 ก.ค. 2560 | 12:50น.

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2560 สมาคมจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย จัดงานเสวนา Thailand Competitiveness Conference 2017 โดยมีนายพิเชฐ ดุงรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ร่วมบรรยายพิเศษ

โดยรัฐมนตรีว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ดิจิทัลสามารถอำนวยประโยชน์ทั้งเศรษฐกิจและสังคม การที่ต้องเปลี่ยนจากกระทรวงไอซีทีมาเป็นดิจิทัล เพราะดิจิทัลมีความซับซ้อนไม่ได้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวอีกแล้ว ถ้าไม่เร่งทำดิจิทัล ก็จะทำลายโอกาสของคนรุ่นใหม่ สตาร์ตอัพเก่งๆ มีไอเดียดีแต่ต้องให้ประเทศอื่นมาลงทุนให้ เท่ากับโอกาสของประเทศหลุดลอยไป ฉะนั้นหน้าที่ของทุกคนคือสร้างให้เร็วสร้างให้ได้ เป็นนักปฏิบัติไม่ใช่นักวางแผน เพื่อความยั่งยืน

“ยุคนี้เราสามารถพูดเต็มปากว่า กำลังกระจายความเจริญอย่างเป็นรูปธรรม และด้วยดิจิทัลสปีด จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับคำว่า สเกลอัพอย่างจริงจังและเข้มข้น ทุกวันนี้ถึงใช้โมเดลของถนนคอนกรีตที่จะไปสร้างความเจริญสู่ชุมชน แต่วันนี้คือการสร้างถนนดิจิทัลสู่ชุมชน สร้างให้มีให้ใช้ เข้าถึงได้ และทุกคนมีปัญญาจ่ายเงินเพื่อซื้อบริการเหล่านี้ได้ นี่คือคอนเซ็ปต์ของเน็ตประชารัฐ ที่เป็นความพยายามของรัฐบาลที่จะทำให้คนไทยในระดับหมู่บ้าน ไม่ใช่แค่หัวเมืองใหญ่อีกต่อไป”

ทั้งยังเร่งออกแบบให้สามารถหารายได้จากบรอดแบนด์เหล่านี้ ด้วยการสร้างอีคอมเมิร์ซชุมชน ให้สามารถกระจายสินค้าและบริการออกไปสู่ชุมชน ตำบล อำเภอ จังหวัดนอกหมู่บ้าน และออกสู่โลก เพราะเป็นครั้งแรกที่คนตัวเล็ก คนด้อยโอกาสไม่สามารถเข้าถึงได้ สามารถขายสินค้าและบริการได้อย่างคล่องตัวและกระทรวงจะพยายามให้ชุมชนขายเองให้ได้มากที่สุด

โดยแผนงานหลักคือ 1 การสร้างแพลตฟอร์มสำหรับอีคอมเมิร์ซ ซึ่งไม่ยากสำหรับบริษัทใหญ่หรือแม้แต่สตาร์ตอัพ 2 อีเพย์เม้นท์ ซึ่งทุกวันนี้กระทรวงการคลังก็มีพร้อมเพย์ และยังมีแพลตฟอร์มอื่นๆ 3 อีโลจิสติกส์ ซึ่งยากสุด แต่กระทรวงมีไปรษณีย์ไทยที่จะพัฒนาตรงนี้ได้ เพื่อจะชักชวนให้ทุกคนมาร่วมกันติดตั้งแพลตฟอร์มเหล่านี้ไว้กับชุมชน อาทิ ศูนย์ดิจิทัลชุมชนที่มีอยู่ทั่วประเทศ และยังมีภาคเอกชนที่ทำงานร่วมกับกระทรวงในการช่วยพัฒนาชุมชนต่างๆ กศน. ก็มีศูนย์การเรียน กระทรวงเกษตรก็มี ถ้าเอามารวมกันก็จะเห็นศักยภาพที่จะผลักดันได้มาก

“ถ้า 75000 หมู่บ้านมี อีคอมเมิร์ซชุมชน ก็สามารถสร้างงาน จ้างงานได้อย่างน้อย 75000 คน เหมือนโครงการบัณฑิตคืนทุน แต่โครงการนี้สามารถสร้างงานสร้างรายได้ให้คนในชุมชนได้จริงๆ อาทิ เป็นผู้จัดการศูนย์ดิจิทัลชุมชน ซึ่งงานพื้นฐาน คือ การอบรมชาวบ้านในการค้าขายออนไลน์ ยุคนี้อุปกรณ์มีพร้อมช่วยทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น งานที่คนมองว่าเฉยๆ แต่สำหรับหมู่บ้านมีความหมายมาก เพราะได้เงินกลับมา บางหมู่บ้านที่ลงไปมีรายได้เพิ่มขึ้นเดือนละหมื่นต่อครัวเรือน และยังมีกลุ่มโซห่วย ที่สามารถเข้าไปพัฒนาได้ โดยเฉพาะกลุ่มที่เริ่มนำผลผลิตการเกษตรนำไปขายโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง และทำให้โอกาสที่ไม่เคยมีมาก่อนเกิดขึ้นได้เพราะเน็ตประชารัฐ”

ควบคู่ไปกับการปฏิรูประบบการศึกษา ซึ่งปัญหาในไทยแก้ด้วยระบบการศึกษาอย่างเป็นทางการไม่ทันกับโลกดิจิทัลแน่นอน จึงเชื่อว่าการอบรมระยะสั้น การบ่มเพาะเป็นประเด็นๆ จึงจะได้ตามเป้า 5 แสนคนภายใน 5 ปีให้ได้ โดยคุยกับเอกชนรายใหญ่อย่าง กูเกิลกับซิสโก้ ให้ต้องจัดชุดทักษะในการเรียนรู้ ให้เอื้อต่อการหยิบไปเรียนรู้

“ณ เวลานี้ต้องดิสรัปการศึกษาอย่างด่วน และอาศัยสิทธิประโยชน์มาดึงดูดเอกชนให้ลงทุนด้านนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศด้วย เพราะในโลกดิจิทัล คนต้องตกงานเยอะขึ้น เนื่องจากนำระบบอัตโนมัติมาใช้ทดแทน ดังนั้นดิจิทัลเวิร์คฟอร์ซ ต้องเข้ามาเสริมตรงนี้ อย่างผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ทุกวันนี้นับหัวได้ ทั้งๆ ที่ต้องรีบใช้มาตั้งแต่เมื่อวาน”

ขณะที่การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมด้วยดิจิทัล จำเป็นต้องมีดิจิทัลพาร์คในโครงการ EEC ระเบียงเศรษบกิจภาคตะวันออก เพราะต้องการให้ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตในบางเรื่อง ไม่ใช่แค่บริโภคอย่างเดียว อาทิ อินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ IoT อย่างอุตสาหกรรมยานยนต์เราเป็นฮับอยู่แล้ว และรถยนต์แบบเดิมกำลังจะเฟดเอ้าท์ภายใน 4 – 5 ปีนี้ แนวโน้มนี้เริ่มเห็นแล้ว เพียงแต่จะกลายเป็นแมสโปรดักสเมื่อไรเท่านั้น ซึ่งไม่ได้นานถึง 10 ปีอย่างที่คิด เมื่อไทยกำลังจะดิจิทัลทรานฟอร์ม นี่จึงเป็นโอกาสที่จะปลั๊กอินเรื่องพวกนี้เข้าไปด้วย

โดยปัจจุบัน EEC เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ บวกสิทธิประโยชน์ภาษีได้ตั้งแต่ 8 – 15 ปี ภาษีเงินได้ผู้เชี่ยวชาญได้อัตรา 17% จึงอยากเชิญชวน และยังมีโครงการสมาร์ทซิตี้ ที่จะเข้ามาผนวกเป็นเนื้อเดียวกันได้ ตอนนี้มีตัวอย่างแล้วที่ภูเก็ต สมาร์ทไลฟ์ สมาร์ททราฟฟิก ฯลฯ เป็นแห่งแรกในไทย และปีนี้ปีหน้า น่าจะเพิ่มได้อีก 6 จังหวัด และรัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงไปผลักดันสมาร์ท EEC เพื่อรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ ถ้าทำได้จริงจังหวัดอื่นๆ ก็จะเริ่มทำด้วย ประเทศไทยก็จะทรานฟอร์ม

“ที่ผ่านมาเอกชนทำน้อยไป หลายปีที่ผ่านมาเห็นชัดว่าภาครัฐเดินหน้าและลงทุนแซงหน้าเอกชนไปแล้ว จึงอยากเรียกร้องให้เอกชนลุกขึ้นมาลงทุนให้มากกว่านี้ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องเริ่มทำ ทั้งอีก็อฟเวอร์เมนต์ ดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์คอมพิวติ้ง แล้วยังมีภาระที่จะต้องฝึกอบรมบุคลากรภาครัฐ ถ้าอยากได้สิทธิประโยชน์อะไรเพิ่ม ขอให้บอกมา”

ขณะที่การผลักดันสตาร์ตอัพไทยก็ต้องจะต่อเนื่อง ซึ่งตอนนี้กระทรวงได้รับมอบหมายให้คิดเรื่องสตาร์ตอัพวีซ่าด้วย ประเด็นพวกนี้พร้อมให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งหมดต้องทำให้เสร็จภายในปีนี้ปีหน้า