เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
Biz Movement เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
Business BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
World นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
Real Estate ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
Economic เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
World คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
Economic น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
เศรษฐกิจภูมิภาค ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
Automotive กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
ดูทั้งหมด

พลังประชารัฐ จัดทัพ แก้เกมล้มบิ๊กตู่ พรรคเศรษฐกิจไทยลุ้นปรับ ครม.

03 มี.ค. 2565 | 07:01น.
รอง

 

ทันทีที่เปิดสมัยประชุมสภาเดือนพฤษภาคม “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” จะเดินเข้าสู่ “หลักประหารการเมือง” หน้าลานสัปปายะสภาสถาน แดนอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151-การพิจาณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2566

2 เดือนก่อนเปิดสภา ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2565 พรรคพลังประชารัฐ-พรรคแกนนำรัฐบาล จะเข้าสู่โหมดปรับทัพ-จัดขุมกำลังใหม่ ภายหลัง “คลื่นลมสงบ”

การปราชัยของพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สงขลา เขต 6-ชุมพร เขต 1 และความพ่ายแพ้ชนิดหมดรูปในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. เขต 9 หลักสี่-จตุจักร เกิดเป็นแรงกระเพื่อมภายในพรรคอย่างหนักเกือบถึงขั้นแพแตก

เป็นการแพ้ 3 สนามรวด ภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือน จนเกิดวิวาทะท้าทาย-ท้ารบ วัดกระแสพรรค-กระแส พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กับกระแสรัฐบาล และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้ารัฐบาล

ที่มีแกนนำพรรคพลังประชารัฐยืนกันอยู่ในมุม

การ “ขับ” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค-20 ส.ส.กลุ่มผู้กองธรรมนัส ออกจากพรรค นำไปสู่การ “ล้างไพ่” กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐชุดเก่า

พ่วงเก้าอี้ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ของ “บิ๊กน้อย” พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ที่ยื่นใบลาออกเมื่อ 4 มกราคม 2565 ท่ามกลางกระแสข่าวว่าจะไปกุมบังเหียนพรรคเศรษฐกิจไทย รอฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการ

นอกจากตำแหน่ง “แม่บ้านพรรคพลังประชารัฐ” ที่ว่างลงแล้ว เก้าอี้รองเลขาธิการพรรคยังต้องเฟ้นหามาเติมอีก 1 ตำแหน่ง หลังจาก “ไผ่ ลิกค์” ส.ส.กำแพงเพชร ที่เปรียบเสมือนเป็นมือขวา-เป็นเงาของ ร.อ.ธรรมนัส โบกมือลาบ้านเก่า-ไปร่วมวางแปลนบ้านใหม่ที่พรรคเศรษฐกิจไทย

รวมถึง “บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์” อดีตนายทะเบียนพรรคพลังประชารัฐ-ขุนพลคู่คิดของ ร.อ.ธรรมนัสอีก 1 คน ซึ่งถือเป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐที่มีบทบาทที่สุดในขณะนั้น

ขณะที่ “นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ ที่ติดสอยห้อยตาม “ร.อ.ธรรมนัส” ไปออกงานตามต่างจังหวัดในช่วงที่ยังเป็น “คู่หู” ในพรรคพลังประชารัฐ ยังอยู่ช่วยงานหัวหน้าพรรค-พล.อ.ประวิตร ไม่ลาออกไปสมทบกับ ร.อ.ธรรมนัส เพื่อบุกเบิกพรรคเศรษฐกิจไทยแต่อย่างใด

มีเสียงลือ-เสียงเล่าอ้างว่า เหตุผลที่ “นฤมล” ไม่ลาออกไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทย นอกจากจะอยู่ช่วยงาน พล.อ.ประวิตรแล้ว ยังจะเป็น “ตัวเชื่อม” ระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคเศรษฐกิจไทย ไม่ให้เกิดช่องว่าง

ทว่าแกนนำ-กลุ่มอำนาจนำใหม่ในพลังประชารัฐขณะนี้ กลับมองว่าเป็นหน่วยสอดแนมของ ร.อ.ธรรมนัส การยึดพรรค-กุมกำลังของ “รัฐมนตรีสายตรงตึกไทยคู่ฟ้า” จึงยังไม่ถึงกับเรียกว่าสะเด็ดน้ำ-เบ็ดเสร็จ

การประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคพลังประชารัฐที่จะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน ไม่เกินเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่ ส.ส.ปิดสมัยประชุม ส.ส.ว่างเว้นงานสภา-ลงพื้นที่ ก่อนเข้าสู่ “เดือนมรณะ” ในช่วงพฤษภาคม

โดยมีวาระการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคที่ลาออกไป-ว่างลง ได้แก่ เลขาธิการพรรค รองเลขาธิการพรรค นายทะเบียนพรรค และแต่งตั้งรองหัวหน้าพรรคเพิ่มเติม

คีย์แมนหลัก-สายตรง พล.อ.ประยุทธ์ จะขยับตำแหน่งรักษาการ-ขัดตาทัพ เข้าไลน์ตำแหน่งสำคัญ ๆ ในกรรมการบริหารพรรค ได้แก่ นายสันติ พร้อมพัฒน์ ตำแหน่งเลขาธิการพรรค นายสุชาติ ชมกลิ่น ผู้อำนวยการพรรค นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรค

นอกจากนี้จะคืนตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ให้กับ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รมว.ยุติธรรม-แกนนำสามมิตร เป็นการ “คืนความเป็นธรรม” หลังจากก่อนหน้าที่ถูกโยกไปให้ “บิ๊กน้อย” พล.อ.วิชญ์

และเป็นการจัดทัพเพื่อสู้ศึกในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ขณะที่ “สายตรงประยุทธ์” นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีควบที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่มีข่าวจะไปเป็น “หัวขบวน” พรรครวมไทยสร้างชาติ ยังไม่มีการเคลื่อนไหว-ขยับตัว ยังคงเป็นสมาชิกพลังประชารัฐ

ส่วน “ชาติชาย พยุหนาวีชัย” ที่ พล.อ.ประวิตร “ชูชื่อ” ขึ้นมาเป็นบิ๊กเนม-ขุนพลเศรษฐกิจที่จะเข้ามาเสริมทัพพลังประชารัฐ เพื่อมาคิดนโยบายในการเลือกตั้งครั้งหน้า ยังไม่พบ “ใบสมัคร” ในระบบสมาชิกพรรค

“การสมัครเป็นสมาชิกพรรค ไม่ได้บังคับให้สมัครกับนายทะเบียนพรรค สามารถสมัครกับเจ้าหน้าที่พรรคได้ เพื่อรวบรวมแสดงสถานะสมาชิกพรรคตามรอบบัญชี ไม่เหมือนกับการลาออกจากสมาชิกพรรค ต้องรีบแจ้งเพื่อรายงานต่อ กกต.” แหล่งกล่าวระดับสูงพลังประชารัฐระบุ

“พล.อ.ประวิตร” ลั่นวาจาไว้ว่า จะมี “บิ๊กเนม” เข้ามาร่วมชายคาพรรคพลังประชารัฐไม่ต่ำกว่า “ครึ่งร้อย” ไม่แน่ว่าในวันประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรค จะมี “บิ๊กเซอร์ไพรส์”

ช่วงที่กระแสการเมืองสะวิงไป-สะวิงมา กฎหมายลูกเลือกตั้ง 2 ฉบับยังลูกผีลูกคน เกิดปรากฏการณ์เข้า-ออก นักการเมืองเบอร์ใหญ่ย้ายพรรค-เบอร์เล็กหนีตาย

ฤดูการโยกย้ายของนักการเมืองจึงต้องรอจนกว่าฝุ่นหายตลบ จนเห็นหน้า-เห็นหลังการเมือง หลังกฎหมายลูกเลือกตั้ง 2 ฉบับ ประกาศใช้อย่างช้าที่สุดในเดือนกรกฎาคม

การจัดทัพใหม่ของพรรคพลังประชารัฐจึงมีเป้าประสงค์หลัก คือ ต่อต้านการปฏิวัติ-ล้ม พล.อ.ประยุทธ์กลางสภา ไม่ให้ตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน-หลังพิงฝา จนตกที่นั่งลำบาก-เพลี้ยงพล้ำในสภา ซ้ำรอยเหตุการณ์ “กบฏธรรมนัส” ภาคแรก

หากเปิดสภาในเดือนพฤษภาคม พรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที-หักดิบใช้งบฯปี’65 ไปพลางก่อน ในช่วง 2 เดือนก่อนเปิดสภา พล.อ.ประยุทธ์จะมีเพียงเครื่องมือเดียว คือ การยุบสภา

ในช่วง 2 เดือนมีนาคม-เมษายน จะเป็นการปรับทัพใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐ บล็อกการ “ต่อรอง” เก้าอี้รัฐมนตรี-เมกะโปรเจ็กต์ภายในพรรคร่วมรัฐบาล-พรรคอิสระอย่างพรรคเศรษฐกิจไทย เพื่อสร้างหลักประกันให้กับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ไม่จะถูกปฏิวัติ-ล้มกลางสภา